Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Hot News Thailand Future Fund เดินหน้าระดมทุนขยายโครงข่ายทาง พิเศษ
Thailand Future Fund เดินหน้าระดมทุนขยายโครงข่ายทาง พิเศษ PDF Print E-mail
Thursday, 13 September 2018 20:16

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ อนาคตประเทศไทยหรือ Thailand Future Fund (TFFIF) เดินหน้าเข้าลงทุนครั้งแรกในสิท ธิการรับรายได้จากค่าผ่านทางร้อ ยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางพิเศษฉลองรั ชและทางพิเศษบูรพาวิถีของ กทพ. เป็นระยะเวลา 30 ปี โชว์ศักยภาพปริมาณการจราจรเฉลี่ ยต่อวันย้อนหลัง 3 ปีของทางพิเศษทั้ง 2 เส้นทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 ต่อปีนับจากรอบปีบัญชีสิ้นสุด 30 ก.ย. 2558 ถึงสิ้นสุด 30 ก.ย. 2560 ตั้งเป้าระดมทุนนำมาก่อสร้างทาง พิเศษสายใหม่ พร้อมเตรียมแผนจัดกิ จกรรมโรดโชว์ให้ข้อมูลแก่นั กลงทุนทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองในภูมิภาคต่างๆ มั่นใจจะได้รับการตอบรับที่ดี

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการน โยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดตั้งกองทุนรวมโครงส ร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ Thailand Future Fund (TFFIF) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและหน่วย งานรัฐวิสาหกิจใช้เป็นแหล่งเงิน ทุนทางเลือก ทำให้สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐ านด้านคมนาคมได้อย่างรวดเร็วยิ่ งขึ้น โดยลดการพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน เงินกู้ หรือการสะสมรายได้ของรัฐวิสาหกิ จเอง เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยั งมีความจำเป็นต้องเร่งพั ฒนาโครงสร้างพื้นฐานอี กจำนวนมากเพื่อเพิ่มขี ดความสามารถด้านการแข่งขันให้ แก่ประเทศ แก้ไขปัญหาการจราจร ลดต้นทุนด้านคมนาคมขนส่ง  และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ปร ะชาชน นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนไ ด้มีส่วนร่วมในการลงทุนในกิจการ โครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่มี ประสิทธิภาพอีกด้วย

ทั้งนี้ รัฐบาลได้พิจารณานำทรัพย์สินของ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและมีโอกาสเติบโตในอนาคต เพื่อให้กองทุน TFFIF เข้าลงทุนครั้งแรก โดยจะเข้าลงทุนในสิทธิในการรับร ายได้ค่าผ่านทางพิเศษที่ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมที่จั ดเก็บได้จากทางพิเศษ 2 เส้นทางที่เปิดให้บริการในปัจจุ บัน ได้แก่ ทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพ าวิถี รวมระยะทาง 83.2 กิโลเมตร เป็นระยะเวลา 30 ปีนับจากวันที่กองทุนเข้าทำสัญญ ากับ กทพ. โดย กทพ. ยังคงเป็นผู้บริหารจัดการและเป็ นเจ้าของทางพิเศษดังกล่าว

นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ รองผู้ว่าการฝ่ายก่อสร้ างและบำรุงรักษา การทางพิเศษแห่งประเทศไท (กทพ.) กล่าวว่า กทพ. มีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นพัฒนาทางพิ เศษเพื่อให้บริการที่ดี มีความคุ้มค่า สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย อย่างยั่งยืน โดยได้รับเลือกจากรัฐบาลให้เป็น หน่วยงานแรกในการนำทางพิเศษฉลอง รัชและทางพิเศษบูรพาวิถี ซึ่งเป็นทรัพย์สินของ กทพ. ที่มีรายได้สม่ำเสมอ มาระดมทุนผ่านกองทุน TFFIF เพื่อนำเงินที่ได้มาใช้ ขยายทางพิเศษได้อย่างรวดเร็วยิ่ งขึ้น โดยปัจจุบัน กทพ. มีความจำเป็นต้องขยายโครงข่ายทา งพิเศษเพื่อบรรเทาปัญหาจราจรและ ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านโครงสร้างพื้ นฐานให้แก่ประเทศ แม้ว่าในปัจจุบันมีทางพิเศษที่เ ปิดให้บริการรวม 8 เส้นทาง ทั้งที่ กทพ. เป็นผู้ดำเนินงานเองและร่วมกั บคู่สัญญาที่ได้รับสัมปทาน แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ

สำหรับทางพิเศษทั้ง 2 เส้นทาง ถือว่ามีความสำคัญต่อการเชื่ อมต่อของการเดินทาง โดยทางพิเศษฉลองรัชมีระยะทาง 28.2 กิโลเมตร เริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับถนนว งแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะ วันออก (บริเวณจตุโชติ) และสิ้นสุดที่บริเวณสุขุมวิท 50 เชื่อมต่อกับทางพิเศษเฉลิมมหานค รบริเวณอาจณรงค์ ส่วนทางพิเศษบูรพาวิถี มีระยะทาง 55 กิโลเมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในทางยกระดับที่มี การจัดเก็บค่าผ่านทางที่มีระยะท างยาวที่สุดในประเทศไทย โดยเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อปลาย ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ช่วงบางนา) และสิ้นสุดที่บริเวณก่อนถึงทางเ ลี่ยงเมืองชลบุรี

ส่วนเงินที่กทพ. ได้รับจากการโอนสิทธิในรายได้ขอ งทางพิเศษดังกล่าว กทพ. จะนำไปใช้ลงทุนพัฒนาทางพิเศษ 2 เส้นทาง ได้แก่ 1.โครงการทางพิเศษพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านต ะวันตก และ 2.โครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และ E-W Corridor ด้านตะวันออก ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายทาง พิเศษให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันขอ งประเทศไทยและแบ่งเบาภาระทางการ คลังของรัฐบาล

นายวราห์ สุจริตกุล กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้ จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกั นการจำหน่าย กล่าวว่า ทรัพย์สินกิจการโครงสร้างพื้นฐา นที่กองทุนฯ จะลงทุนในครั้งแรกนั้น ได้แก่ สิทธิในรายได้ในอนาคตร้อยละ 45 ของทางพิเศษฉลองรัชและบูรพาวิถี ซึ่งทางพิเศษทั้ง 2 สายทางเป็นทรัพย์สินของกทพ. ที่เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลา กว่า 20 ปี โดยไม่เคยมีการปิดซ่อมบำรุงทั้ง สายทางและมีรายได้สม่ำเสมอ ทั้งนี้ กองทุนฯ ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในกา รดำเนินงานหรือเงินลงทุนใดๆ เพื่อซ่อมแซมทางพิเศษดังกล่าว

ทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพ าวิถี ตั้งอยู่ในทำเลจุดยุทธศาสตร์ที่ มีประชากรหนาแน่น สามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับพื้ นที่สำคัญๆ รอบกรุงเทพฯ พื้นที่แถบปริมณฑลและพื้นที่ภาค ตะวันออกของประเทศซึ่งเป็นเขตเศ รษฐกิจ เขตอุตสาหกรรมและเมืองท่องเที่ย วที่สำคัญ ขณะเดียวกันคาดว่ากองทุน TFFIF จะได้รับประโยชน์จากปริมาณการจร าจรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การปรับอัตราค่าผ่านทางในอนาคต  การขยายทางที่มีการจัดเก็บค่าผ่ านทางและทางเชื่อมต่อ ตลอดจนการเข้าลงทุนในทรัพย์สินเ พิ่มเติม เช่น ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ 9 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติ ให้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในกา รนำทางหลวงพิเศษทั้ง 2 สายทางมาระดมทุนผ่านกองทุนฯ แล้ว

ส่วนความคืบหน้าของกองทุน TFFIF หลังจากที่ได้ยื่นแบบ Filing ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นที่เรียบร้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจา รณาของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งภายหลังได้รับการอนุมัติเพิ่ มทุนจดทะเบียนกองทุนฯ จะดำเนินการกำหนดวันที่เปิดให้ป ระชาชนทั่วไปจองซื้อหน่วยลงทุ นต่อไป และคาดว่าจะนำหน่วยลงทุนของ TFFIF เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ภายในไตร มาส 4 ปีนี้

นายตรัยรักษ์ เต็งไตรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวาณิชธนกิจและตลาด ทุน บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้ จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกั นการจำหน่าย กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุน TFFIF เป็นส่วนหนึ่งในแผนงานของรัฐบาล ที่จะนำโครงสร้างพื้นฐานของหน่ว ยงานภาครัฐและหน่วยงานรัฐวิสาหกิ จมาระดมทุนจากประชาชนโดยใช้ตราส ารทุน เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดพัฒนาโครงส ร้างพื้นฐานโดยไม่ส่งผลกระทบต่อ เพดานหนี้สาธารณะ จึงนับเป็นกองทุนที่มีศักยภาพแล ะน่าสนใจในการลงทุน

นายเอกภพ เมฆกัลจาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้ จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกั นการจำหน่าย กล่าวว่า ได้เตรียมจัดกิจกรรมโรดโชว์พบนั กลงทุนทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองในภูมิภาคต่า งๆ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกั บรายละเอียดและความน่ าสนใจของกองทุนฯ รวมถึงจุดเด่นของทางพิเศษทั้ง 2 เส้นทางซึ่งเป็นทรัพย์สิ นโครงสร้างพื้นฐานของ กทพ. ที่กองทุน TFFIF จะเข้าลงทุนครั้งแรก โดยการจัดโรดโชว์พบนักลงทุ นในกรุงเทพฯ นั้น กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 13.30 – 16.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคาร B ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ กองทุน TFFIF จะมีการเสนอขายหน่วยลงทุนให้แก่ นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประ เทศ รวมถึงนักลงทุนรายย่อยที่เป็นผู้ ลงทุนทั่วไป โดยในการจัดสรรหน่วยลงทุนให้แก่ ผู้ลงทุนทั่วไปนั้น ต้องการเปิดโอกาสให้ได้รับสิทธิ์ อย่างเสมอภาค โดยจะใช้วิธี การจองซื้อแบบ Small Lot First ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. หรือการจัดสรรหน่วยลงทุนให้แก่ ผู้ลงทุนทั่วไปทุ กรายตามจำนวนหน่วยจองซื้อขั้นต่ำ ที่กำหนดไว้ในรอบแรก และวนไปเรื่อยๆ รอบละเท่ากันจนกว่าจะครบตามจำนว นที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุ กคนที่สนใจมีสิทธิ์จองซื้อหน่ วยลงทุนและได้รับการจัดสรรอย่ างเท่าเทียมกัน

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ก รุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทจัดการ กล่าวว่า หลังจากที่กองทุน TFFIF เข้าลงทุนในสิทธิในการรับรายได้ ค่าผ่านทางพิเศษ ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมหลั งจากหักภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่จัดเก็บได้จากทางพิเศษฉลองรั ชและทางพิเศษบูรพาวิถี กทพ. จะยังคงสถานะเป็นเจ้าของทรัพย์ สินเช่นเดิม โดยในฐานะบริษัทจัดการพร้อมทำงา นร่วมกันเพื่อบริหารกองทุน TFFIF ให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเ สมอในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหน่วยล งทุนทุกคน

อย่างไรก็ดี TFFIF นับเป็นกองทุนที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีนโยบายเข้าลงทุนในกิ จการโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงา นภาครัฐและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ มีผลการดำเนินงานที่ดี โดยการลงทุนครั้งแรกนั้นได้คัดเ ลือกทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษ บูรพาวิถี ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีคุณภาพแล ะผลการดำเนินงานย้อนหลังที่ดีอย่ างต่อเนื่องมาจัดตั้งกองทุน ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นข องนักลงทุน

นางสาวประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทจัดการ กล่าวว่า การลงทุนในกองทุน TFFIF ถือว่ามีความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผ ลตอบแทนสม่ำเสมอจากการได้รับเงิ นปันผลจากกองทุน และน่าจะให้อัตราผลตอบแทนที่ดีก ว่าดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน แต่มีความผันผวนต่ำกว่าการลงทุน ในหุ้น นอกจากนี้นักลงทุนรายย่อย (บุคคธรรมดา) จะได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีจา กเงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนฯ อีกด้วย

ขณะที่กองทุน TFFIF นั้นมีโอกาสการเติบโตที่ดีในอนา คต เนื่องจากสามารถเข้าลงทุนเพิ่มเ ติมในทรัพย์สินที่เป็นกิจการโคร งสร้างพื้นฐานอื่นๆ ของภาครัฐในอนาคต เช่น ทางหลวง สนามบิน ท่าเรือ ระบบราง ฯลฯ ซึ่งจะทำให้กองทุนฯ มีสินทรัพย์ด้านโครงสร้างพื้นฐา นที่หลากหลาย และส่งผลดีต่อการเพิ่มสภาพคล่อง ในการซื้อขายและโอกาสได้รับผลตอ บแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุน

 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday13483
mod_vvisit_counterYesterday40361
mod_vvisit_counterAll days81908948

We have: 369 guests online
Your IP: 54.167.15.6
 , 
Today: Dec 13, 2018

6120568