| GWM เปิดบทสรุปความสำเร็จ หลัง GWM TANK 300 DIESEL พิชิตศึก AXCR 2026 |
|
|
|
| Thursday, 10 September 2026 16:22 | |
|
▪︎ ตอกย้ำพลังทีม วิศวกรรม และเทคโนโลยีดีเซล 2.4 ลิตร จากสนามแข่งสู่ความมั่นใจบนถนนจริง GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เปิดบทสรุปความสำเร็จของทีม GWM Ek Group Racing Team และ GWM TANK 300 DIESEL หลังสร้างผลงานอันน่าภาคภูมิใจในการแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ด้วยการนำรถแข่งทั้ง 2 คันผ่านบททดสอบครบทั้ง 6 สเตจ และเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ ท่ามกลางเส้นทางครอสคันทรีสุดโหดกว่า 2,000 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย ในการแข่งขันครั้งนี้ รถ GWM TANK 300 DIESEL หมายเลข 114 ขับโดย โอฬาร สรสิริรัตน์ พร้อมผู้นำทาง สมเกียรติ น้อยจาด คว้าอันดับ 12 Overall และอันดับ 4 ในรุ่น T2A-D ขณะที่รถ GWM TANK 300 DIESEL หมายเลข 128 ขับโดย โทวัล ธรวรรณเสน พร้อมผู้นำทาง ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ จบการแข่งขันในอันดับ 15 Overall และอันดับ 6 ในรุ่น T2A-D สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ความทนทาน และศักยภาพของ GWM TANK 300 DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ในสภาพการใช้งานจริงบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย และสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายตลอดการแข่งขัน นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ปัจจุบัน GWM มีเครือข่ายวิจัยและพัฒนา (R&D) ครอบคลุมทั้งยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ครอบคลุมตั้งแต่ห้องปฏิบัติการทดสอบการชน อุโมงค์ลม ไปจนถึงสนามทดสอบที่จำลองสภาพพื้นผิวมากกว่า 100 รูปแบบ อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการทดสอบที่เข้มงวดกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมสภาพถนนและโซนจำลองทุกรูปแบบเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การจำลองในห้องปฏิบัติการ หลังจากพิสูจน์ยานยนต์ของเราในทะเลทรายอันสุดขั้วของการแข่งขัน Taklimakan Rally การเข้าร่วมศึก AXCR กับเส้นทางออฟโรดในเขตร้อนที่คาดเดาไม่ได้นี้ได้มอบความท้าทายที่แตกต่างออกไป ยิ่งไปกว่านั้นการแข่งขันปีนี้ที่ถูกจัดขึ้นในประเทศไทย ทำให้เราสามารถพิสูจน์สมรรถนะรถของเราภายใต้สภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศจริงที่ผู้ใช้งานในประเทศไทยต้องเผชิญได้อย่างเต็มที่ การส่ง GWM TANK 300 DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร ทั้ง 2 คัน เข้าร่วมการแข่งขันในรุ่น T2 ซึ่งยังคงมีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุด และสามารถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จหลังเผชิญเส้นทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ได้สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจได้ของทั้งแบรนด์และไลน์อัปผลิตภัณฑ์ TANK ของเรา ทั้งในด้านวิศวกรรม โครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และขุมพลังดีเซลที่สั่งสมความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 30 ปี ได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน” ++รถ SUV ทรงกล่อง Boxy Style ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางแบบออฟโรดขั้นสุด สำหรับการแข่งขัน AXCR 2026 ทาง GWM ส่ง GWM TANK 300 จำนวน 2 คันลงแข่งขันในรุ่น T2A-D ซึ่งเป็นประเภท Production-Based Vehicle หรือรถที่ยังคงมีพื้นฐานใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุดตามข้อกำหนดการแข่งขัน โดยยังคงใช้โครงสร้างพื้นฐาน ระบบส่งกำลัง และวิศวกรรมหลักของรถที่จำหน่ายจริง พร้อมปรับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับการแข่งขัน โดยหัวใจสำคัญของรถแข่งทั้งสองคันคือ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน (VGT) ที่ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ซึ่งช่วยส่งมอบแรงบิดอย่างต่อเนื่องในทุกสภาพเส้นทาง ควบคู่กับเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะที่ช่วยเสริมความมั่นใจในการควบคุมรถบนเส้นทางที่หลากหลาย ขณะที่ดีไซน์เอกลักษณ์ทรงกล่อง Boxy Style ไม่เพียงสะท้อนความแข็งแกร่ง แต่ยังให้ความคล่องตัวสูง และง่ายสำหรับผู้ขับขี่ สะท้อนศักยภาพของ GWM TANK 300 DIESEL ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางแบบออฟโรดขั้นสุด ผ่านการพิสูจน์จริงบนสังเวียนแรลลี่ระดับโลก ++ จากห้องทดสอบสู่สนามจริง อีกหนึ่งบทพิสูจน์ความทนทานเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร และเกียร์ 9AT หนึ่งในบทเรียนสำคัญจากการแข่งขันครั้งนี้คือการเก็บข้อมูลการทำงานของรถภายใต้สภาวะขีดสุดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่สามารถจำลองได้อย่างสมบูรณ์แม้ในสนามทดสอบมาตรฐานหรือการใช้งานบนถนนทั่วไป การแข่งขัน Asia Cross Country Rally (AXCR) 2026 ไม่ได้เป็นเพียงเวทีพิสูจน์ความสำเร็จของ GWM TANK 300 DIESEL สามารถคว้าอันดับ 4 และ 6 ในรุ่น T2A-D มาครองได้เท่านั้น แต่ยังเป็น "ห้องปฏิบัติการวิจัยเคลื่อนที่" ที่ดุดันเพื่อทดสอบขีดจำกัดทางวิศวกรรมของตัวรถ โดยภายหลังจบการแข่งขัน ทีมวิศวกรได้ส่งตัวอย่างน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์จากรถแข่ง หมายเลข 114 ไปวิเคราะห์เชิงลึกที่ Focus Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ำมันหล่อลื่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO9001:2015 โดยผลทดสอบไม่พบความผิดปกติของการเจือปนธาตุ โลหะทั้ง 18 ชนิด (Fine Wear) และ 11 ชนิด (Coarse Wear) ในน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ เป็นการตอกย้ำว่าชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์ 2.4T และเกียร์ 9AT มีอัตราการสึกหรอที่ต่ำมาก แม้จะถูกเค้นสมรรถนะอย่างหนักหน่วงที่สุดก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้นข้อมูลผลทดสอบยังระบุสถานะ "NORMAL" (ปกติ) ในทุกมิติ ทั้งชิ้นส่วนโลหะ คุณภาพน้ำมัน และสิ่งเจือปน ถือเป็นอีกหนึ่งผลการพิสูจน์เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนของ GWM ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาวะสุดขั้วได้เป็นอย่างดี โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพ ความทนทาน และความมั่นใจในการใช้งานจริงของลูกค้า พร้อมต่อยอดสมรรถนะของขุมพลังดีเซล และเทคโนโลยีออฟโรดอัจฉริยะ ให้สามารถรับมือกับสภาพเส้นทางที่หลากหลายได้อย่างมั่นใจและควบคุมได้ง่ายยิ่งขึ้น ++ ต่อยอดองค์ความรู้มอเตอร์สปอร์ต มุ่งพัฒนายานยนต์ที่ไว้วางใจได้ในทุกการเดินทาง ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการทำงานร่วมกันภายใน GWM Ek Group Racing Team ซึ่งประกอบด้วยนักแข่ง ผู้นำทาง วิศวกร ช่างเทคนิค ทีมบริการ และทีมสนับสนุนที่ต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดตลอดการแข่งขัน ภายใต้สภาพเส้นทางและสภาพอากาศที่คาดเดาได้ยาก ความพร้อมในการเตรียมรถ การสื่อสารที่ชัดเจน การวางแผนอย่างรัดกุม และการตัดสินใจที่รวดเร็ว ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้รถทั้งสองคันสามารถเดินทางไปถึงเส้นชัยได้สำเร็จ นอกจากนี้ AXCR 2026 ยังเป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือระหว่าง GWM (Thailand) และพาร์ทเนอร์ โดยมี EK Group พันธมิตรสำคัญที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และร่วมส่งเสริมภาพลักษณ์และตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพ เทคโนโลยี และศักยภาพของผลิตภัณฑ์ GWM ในระยะยาว การแข่งขัน AXCR 2026 ยังช่วยสะท้อนภาพของ GWM ในอีกมิติหนึ่ง จากแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับด้านยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์พลังงานใหม่ สู่การแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบส่งกำลังและเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงที่สั่งสมมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมตอกย้ำศักยภาพของ GWM ในการตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มองหายานยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับพละกำลัง ความทนทาน และสมรรถนะออฟโรดของเครื่องยนต์ดีเซล แม้การแข่งขัน AXCR 2026 จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่สำหรับ GWM นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บทใหม่บนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ต บริษัทฯ ยังคงศึกษาความเป็นไปได้และโอกาสใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และทิศทางของแบรนด์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมและนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต พร้อมตอกย้ำบทบาทของ GWM Motorsport ในฐานะแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระยะยาวที่เชื่อมต่อสนามแข่งขันเข้ากับการพัฒนารถยนต์สำหรับการใช้งานจริง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าสามารถไว้วางใจได้ในทุกการเดินทาง +++++++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|






![]() | Today | 880 |
![]() | All days | 880 |
Comments