|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/08/53
|
|
|
|
|
Monday, 23 August 2010 09:37 |
|
ปัจจัยภายในหนุน ขณะตลาดต่างประเทศอ่อนตัว รถไฟฟ้าสัญญา 5 เลื่อนเป็น 24 ส.ค.53 จึงรู้ผล ส่วนกรณีมาบตาพุดคาดว่าวันนี้มีความ ชัดเจนแยก 18 โครงการที่มีผลกระทบรุนแรงออกมา เพื่อให้ผู้ประกอบการไปยื่นต่อศาลปกครอง ขอยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งอาจเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้อย่างเร็วสุดประมาณ ต. ค.-พ.ย.53 อย่างช้าสุดคาดเป็นไตรมาส 1/54 การปลดล็อคดังกล่าวเข้ามาในจังหวะที่ราคา น้ำมัน-สเปรดปิโตรเคมีอ่อนแอ แต่ถือว่าจะช่วยประคองกำไรของ บจ.อย่าง PTT, PTTCH, SCC ไม่ให้ตกต่ำในปี 2554แ ละยังมีอัตราการเติบโตที่ดีจากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ภาพตลาดหุ้นวันนี้: ข้อดีคือมีตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2/53 รายงานออกมาคาดว่าดีมากและ เกินความคาดหมาย แต่เราเริ่มให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุน มีกำไรทยอยขาย โดยเฉพาะหุ้น ที่ไม่มี Earnings ดี ๆ Backup แนวต้านของรอบนี้มองไว้ 911 จุด กรอบวันนี้ แนวรับ 885 แนวต้าน 900
ปัจจัยวันนี้ ( -/+ ) ตลาดต่างประเทศ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ปิดลดลงในวันศุกร์ ปริมาณการซื้อขายเบาบาง ตลอดสัปดาห์ นักลงทุนบางรายมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ยกเว้นหุ้นฮิวเล็ตต์-แพ็ค การ์ด หุ้นกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ เช่น หุ้นเชฟรอน คอร์ป และหุ้นฟรีพอร์ทแม็คโรแรน คอ ปเปอร์ แอนด์ โกลด์ อิงค์ เผชิญแรงกดดัน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลงกว่า 1% และสัญญา ล่วงหน้าทองแดงร่วงลง ตลาดหุ้นจีน: ร่วงลงผ่านแนวรับสำคัญที่ 2,680 จุดลงมา ถูกเทขายทำ กำไรในกลุ่มธนาคาร และกลุ่มสุขภาพที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยัง คงดิ่งต่อจากความกังวลต่อนโยบายควบคุมของภาครัฐ ( - ) ราคาน้ำมันร่วง ไร้พายุ ดีมานด์โลกอ่อนแอ ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ แข็ง:ราคาน้ำมันน้ำมัน ดิบส่งมอบเดือนก.ย.ปิดตลาดในแดนลบ 3 วันติดต่อกัน โดยค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น U.S.Dollar Index ขึ้นไปสูงสุด 83.3 และสามารถยืนระดับ 83 ได้ แตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน ขณะที่ยูโรร่วงลงโดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลก ( +/- ) QH ข้อดี-ข้อด้อย: ข้อดี - ราคาหุ้นยังถูก ซื้อขายกันที่ระดับ PER 9 เท่าหรือหากคิด value ของเงินลงทุนใน HMPRO และ QHPF มีมูลค่ากว่า 1.04 บาทต่อหุ้น QH รวมถึงราคา หุ้นยังค่อนข้าง laggard หุ้นในกลุ่ม ราคาเหมาะสมTrading ระยะสั้นเรามองที่ 2.52 บาท ข้อ ด้อย – ตลาดบ้าน high-end ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักยังคงไม่เห็นสัญญาณของการเร่งตัวขึ้น การ ขายยังค่อนข้างเป็นไปได้ช้า กำไรครึ่งปีหลังน่าจะยังชะลอตัวลงจากครึ่งปีแรกต่อ เนื่องจาก โครงการ Condominium ส่วนใหญ่โอนไปแล้วตอนไตรมาส 1/53 ราคาหุ้นอาจพอเก็งกำไร ได้จากความ laggard ของหุ้น แต่ผู้ที่เน้นการลงทุนระยะกลาง-ยาว แนะนำอสังหาริมทรัพย์ที่เน้น ตลาดกลาง-ล่าง เช่น LPN, PS, SPALI ดีกว่า ( + ) เศรษฐกิจไทย: GDP ไตรมาส 2/53 ที่จะประกาศวันนี้คาดโต 8.0% แม้ว่าจะชะลอตัว ลงจากไตรมาส 1/53 ที่โต 12.0% แต่ยังถือว่าเติบโตในระดับที่สูงมากอย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปี หลังคาดตัวเลข GDP Growth อาจชะลอตัวลง เป็นผลมาจากฐานของปีก่อนหน้าที่ค่อนข้างสูง แต่ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศยังคงค่อนข้างแข็งแกร่ง เราคาด GDP ปี 53 นี้เติบโต 7.0% ส่วนปีหน้าคาดโตต่อเนื่อง5.0%
|
Comments