|
AOT แก้มปริ รายได้รวมพุ่ง1.30 หมื่นล.
|
|
|
|
|
Wednesday, 30 June 2010 16:09 |
|
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) แถลงข่าวครบรอบการดำเนินงาน 31 ปี ของ ทอท.ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 โดยเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ ทอท. ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การให้บริการ ปริมาณจราจรทางอากาศ ผลการดำเนินการด้านการเงิน การพัฒนาท่าอากาศยาน และแนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาค
นายเสรีรัตน์ ว่า ปริมาณการจราจรทางอากาศของ ทอท.ที่เกิดขึ้นจริงในช่วง 8 เดือน (ตุลาคม 2552 – พฤษภาคม 2553) ปีงบประมาณ 2553 ท่าอากาศยานของ ทอท.ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย และสุวรรณภูมิ มีปริมาณเที่ยวบินขึ้น – ลง รวม 262,465 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อย ละ 13.94 ให้บริการผู้โดยสารรวม 40,022,619 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.91 ปริมาณการขนส่งสินค้าเข้าออกจำนวน 879,680 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.24 จากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในเดือนพฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา ส่งผลลบอย่างรุนแรงต่อการท่องเที่ยว ทำให้ในเดือนพฤษภาคม 2553 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ปริมาณเที่ยวบินของ ทสภ.ลดลงร้อยละ 1.87 ผู้โดยสารลดลงร้อยละ 10.10
รวมทั้งมีผลกระทบต่อสายการบินและผู้ประกอบการในท่าอากาศยาน และเพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่สายการบินและผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทอท.จึงมีมาตรการให้ความช่วยเหลือสายการบินและผู้ประกอบการในปี 2553 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เช่น การปรับลดค่าธรรมเนียมในการขึ้น – ลงของอากาศยาน การ ปรับลดค่าเช่าพื้นที่และ/หรือค่าธรรมเนียมการใช้บริการในอาคาร การปรับ ลดค่าตอบแทน การขยายระยะเวลาการชำระเงินค่าธรรมเนียมขึ้น – ลงของอากาศยาน ค่าธรรมเนียมที่เก็บอากาศยาน ค่าเช่าพื้นที่ และค่าตอบแทน รวมถึงการขยายอายุสัญญาให้กับผู้ประกอบการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เป็นต้น
สำหรับผลการดำเนินงานด้านการเงินงวด 6 เดือน (ตุลาคม 2552 – มีนาคม 2553) ปีงบประมาณ 2553 นั้น ทอท.มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 13,099.89 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม 9,411.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 734.39 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.46 กำไรจากการดำเนินงานรวม 3,688.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49.73 เมื่อรวมรายได้และค่าใช้จ่ายอื่น 3,681.01 ล้านบาท ทอท. มีกำไรสุทธิ 2,575.01 ล้านบาท และกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.80 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.11
และเพื่อเป็นการลดการพึ่งพิงเฉพาะรายได้ที่เกี่ยวกับกิจการการบิน ซึ่งมีความผันผวนลง ทอท. จึงได้มีแผนงานโครงการสร้างรายได้เพิ่มของ ทอท. เช่น โครงการ Aviation Marketing Incentive Program ณ ทดม. และท่าอากาศยานภูมิภาค กิจกรรมเชิงพาณิชย์บริเวณทางเดิมเชื่อมระหว่างอาคารผู้โดยสาร ชั้น B1 และสถานีรถไฟฟ้า ณ ทสภ. โครงการให้เอกชนร่วมทุนพัฒนาธุรกิจบนที่ดินแปลง 37 ณ ทสภ. และโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน ศูนย์การประชุม และนิทรรศการและโครงการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ทดม. รวมทั้งโครงการเพิ่มรายได้ทางธุรกิจที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) อีก 3 โครงการ คือ โครงการติดตั้งและให้ บริการระบบอุปกรณ์ไฟฟ้า 400 Hz Ground Power Unit และระบบปรับอากาศสำหรับให้บริการแก่อากาศยาน (PC-Air) โครงการศึกษาการใช้ประโยชน์พื้นที่ 3 ไร่ บริเวณถนนเชียงใหม่-ฮอด และโครงการคัดเลือกผู้ประกอบการให้บริการอาคารผู้โดยสารสำหรับอากาศยานส่วนบุคคลและกิจกรรมต่อเนื่อง (Private Jet Terminal)ในส่วนของการบริหารงาน ทสภ. ทอท.มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ ทสภ.เป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาคเอเชีย โดยมีโครงการต่าง ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ เช่น โครงการ Sister Airport ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจการบินที่เป็นท่าอากาศยานชั้นนำของโลก อาทิ ท่าอากาศยานมิวนิค ประเทศเยอรมนี และท่าอากาศยานอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและฝึกอบรมพนักงาน ให้ได้รับความรู้เพื่อนำมาพัฒนา ทสภ. รวมทั้งเข้าร่วมโครงการจัดอันดับคุณภาพการให้บริการท่าอากาศยาน (Airport Service Quality Program หรือ ASQ) ของสภาท่าอากาศยานสากล หรือ Airport Council International (ACI) เพื่อให้ ทสภ.ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 10 ท่าอากาศยานที่มีคุณภาพและบริการที่ดีที่สุดในโลก ทสภ.
จากการเข้าร่วมโครงการนี้ทำให้ ทอท. ทราบถึง ระดับความพึงพอใจของผู้โดยสารที่เดินทางผ่าน ทสภ. โดยตรง พร้อมทั้งทำให้ ทอท. เกิดการตื่นตัว และเรียนรู้ถึงวิธีการ และแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการจากเพื่อน ท่าอากาศยานชั้นนำของโลกในโครงการ เช่น ท่าอากาศยานอินชอน ท่าอากาศยานชางฮี และท่าอากาศยานฮ่องกง เพื่อการพัฒนาคุณภาพการให้บริการของท่าอากาศยานทั้ง 6 ท่าอากาศยานที่ ทอท. ดูแลอยู่ต่อไปโดยในช่วง 3 ปีแรกของการให้บริการที่ผ่านมานั้น ทอท. ได้แต่งตั้งคณะทำงานปรับปรุงคุณภาพ การบริการ จำนวน 6 คณะ เพื่อทำการเร่งรัดแก้ไขปัญหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน ทสภ. ได้แก่ การรักษาความปลอดภัย การจัดการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก การสร้างความร่วม มือการจัดกิจกรรมเชิงพาณิชย์ การสร้างจิตสำนึกในการบริการ และสภาพแวดล้อมท่าอากาศยาน และจาก การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ทสภ. ได้ระดับคะแนนความพึงพอใจ จากผู้โดยสารเพิ่มขึ้นทุกปี โดยโครงการ ASQ ของ ACI ได้ประกาศผลอันดับ ทสภ. ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือผลประจำปี พ.ศ. 2550 อยู่ในอันดับที่ 41, ผลประจำปี พ.ศ. 2551 อยู่ในอันดับที่ 28 และผลประจำปี พ.ศ.2552 อยู่ในอันดับที่ 24 ซึ่ง ทอท. มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการบริการของ ทสภ. เพื่อ มุ่งสู่จุดหมายแห่งการเป็นท่าอากาศยานที่มีคุณภาพการบริการดีเด่น 1 ใน 10 อันดับแรกของโลกในอนาคต อันใกล้ต่อไป และอีกหนึ่งท่าอากาศยานภูมิภาคที่ได้เข้าร่วมโครงการจัดอันดับท่าอากาศยานของ ACI ภายใต้ชื่อโครงการ Airport Service Quality Program (ASQ) คือ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมาย เป็นหนึ่งใน 5 ของสนามบินที่ดีที่สุดของโลกประเภทผู้โดยสารไม่เกิน 5 ล้านคนด้วย นอกจากนี้ ทอท.ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ด้านสิ่งแวดล้อม โดย มีนโยบายให้ ทสภ. ดำเนินงานด้านท่าอากาศยานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือ Green and Clean Airport โดยเน้นการลดใช้พลังงานทุกรูปแบบ และเน้นการใช้พลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ เพื่อเป็นการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมของ ทสภ.และของโลก โดยได้ดำเนินการประหยัดพลังงานภายในอาคารผู้โดยสาร โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น ระบบปรับอากาศแบบระบบพื้นหล่อเย็น และการประหยัดพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการส่องสว่าง ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ใช้ใน ทสภ. ส่วนหนึ่งยังมาจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงผลิตกระแสไฟฟ้าและน้ำเย็น (Co-generation Plant) ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยก๊าซ ซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาดและบริสุทธิ์ และความร้อนที่เหลือจากการผลิตกระแสไฟฟ้า ยังสามารถจ่ายให้เครื่องผลิตน้ำเย็นที่ใช้กับระบบปรับอากาศภายในอาคารผู้โดยสาร ได้ อีกทั้งยังส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกับยานพาหนะต่าง ๆ ที่ใช้ใน ทสภ.ด้วย
สำหรับแนวทางการพัฒนา (ทสภ.) ทอท.ได้เสนอโครงการพัฒนา ทสภ. (ปีงบประมาณ 2554 – 2559) ไปยังกระทรวงคมนาคมและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา โดยดำเนินการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ ทสภ.จาก 45 ล้านคนต่อปี เป็น 60 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะบรรเทาความแออัดของจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีระยะ เวลาดำเนินการประมาณ 6 ปี ในวงเงินลงทุนรวม 62,503 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 กลุ่มงานประกอบด้วยกลุ่มงานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 กลุ่มงานอาคารผู้โดยสาร กลุ่มงานระบบสาธารณูปโภค และ งานจ้างที่ปรึกษาบริหารจัดการโครงการ (Project Management Consultant : PMC)สำหรับการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคในความดูแลของ ทอท.นั้น ทอท. ได้จัดทำโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) (ปีงบประมาณ 2552-2556) ระยะเวลาการดำเนินงาน 5 ปี เพื่อเพิ่มขีด 4 ความสามารถของ ทภก.ให้รองรับผู้โดยสารได้ 12.5 ล้านคนต่อปี โดยการสร้างและปรับปรุงสิ่งอำนวย ความสะดวกให้มีขีดความสามารถเพียงพอต่อการรองรับปริมาณการจราจรทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกด้านได้อย่างปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล เพื่อเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค นายเสรีรัตน์ กล่าวปิดท้ายว่า ความสำเร็จจากการดำเนินงานตลอด 31 ปีของ ทอท. เป็นผลจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกระดับและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการยึดมั่นเดินหน้าทำงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการท่า อากาศยานของ ทอท.ได้เดินทางไปยังจุดหมายปลายทางทั่วโลกด้วยความรวดเร็ว สะดวกสบาย บนความพร้อมในด้านความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล และก้าวต่อไปจะยังคงมุ่งมั่นและทุ่มเทให้องค์กรเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่เปรียบเสมือนเป็น “เจ้าของ” ท่าอากาศยานร่วมกัน และจะพัฒนาท่าอากาศยานในความรับผิดชอบของ ทอท.ทั้ง 6 แห่ง อย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายสู่การเป็นท่าอากาศยานชั้นนำระดับโลกต่อไป
|
Comments