|
แบงก์ชาติ มั่นใจ ดบ.ไทย ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
|
|
|
|
|
Wednesday, 21 July 2010 11:19 |
|
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ด้านเสถียรภาพการเงิน กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง'แนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง' เมื่อคืนวานนี้ว่า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของไทย ยังมีโอกาสที่จะขยับขึ้นอีกแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งแม้อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นไปแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ส่วนจะขึ้นไปถึงระดับ 2%ในช่วงสิ้นปีนี้หรือไม่ ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจล่าสุด
'ดอกเบี้ยเรายังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ และยังสามารถไปได้ต่อ แต่ต้องดูจังหวะเวลาว่าเศรษฐกิจจะสามารถปรับตัวได้ไหม และข้อมูลที่เข้ามาเป็นอย่างไร' นายบัณฑิตกล่าว
นายบัณฑิต กล่าวว่า แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้วจาก 1.25% เป็น 1.50% แต่ยังถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค และเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อที่ 3% แล้ว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังติดลบ ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จนถึงสิ้นปีนี้จะปรับขึ้นไปถึงระดับ 2% หรือไม่ คงต้องรอดูตัวเลขทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่จะมีเข้ามา เพราะสิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักคือความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกที่ขณะนี้ยังมีหลายจุดและอาจกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้
นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า หลังกนง.ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้วเมื่อวันที่ 14 ก.ค.จนถึงขณะนี้ มีสถาบันการเงินทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว 15 แห่งซึ่งเป็นการปรับขึ้นทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สถาบันการเงินมีความมั่นใจต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงพร้อมจะแข่งขันการระดมเงินฝากเพื่อเป็นฐานในการเตรียมสภาพคล่อง รองรับการขยายตัวของสินเชื่อในระยะต่อไป
ขณะที่ผลกระทบต่อค่าเงินบาท หลัง กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้น เขา กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทค่อนข้างผันผวน เนื่องจากตลาดมีการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทำให้มีเงินทุนไหลเข้ามา เงินบาทจึงแข็งค่าล่วงหน้า แต่หลังกนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว และข่าวตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลงรวมถึงค่าเงินบาท ด้วยการปรับตัวของค่าเงินจึงเป็นไปในสองทิศทางตามภาวะตลาด
'ค่าเงินบาท น่าจะเป็นไปตามธรรมชาติ หรือตามความต้องการที่แท้จริงแต่ดูแลให้ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนแปลงอยู่ในระดับไม่ก่อให้เกิดปัญหากับภาคธุรกิจ' นายบัณฑิตกล่าว
สำหรับ แนวโน้มเศรษฐกิจในไตรมาส 2/53 นั้น นายบัณฑิต กล่าวว่ายังจะขยายตัวได้ ต่อเนื่องจากไตรมาส 1/53 โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง แม้ยังมีความไม่แน่นอนขณะที่นโยบายภาครัฐที่เน้นการใช้จ่ายตามโครงการไทยเข้มแข็ง และ อัตราดอกเบี้ยที่ยังต่ำน่าจะช่วยให้การใช้จ่ายในประเทศยังไปได้
' ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญกับเศรษฐกิจไทยยังเป็นเรื่องความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา , ยุโรป และ การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนที่ลดลงตามมาตรการของทางการ ซึ่งต้องติดตามว่าในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจโลกที่อาจจะขยายตัวในอัตราชะลอลงนั้น จะมากกว่าที่ ธปท. คาดการณ์ไว้มากน้อยเพียงใดซึ่งอาจจะกระทบการส่งออกและเศรษฐกิจไทย'นายบัณฑิต กล่าว
|
Comments