|
แบงก์ชาติ ส่งซิก แบงก์พาณิชย์ลด NIM
|
|
|
|
|
Thursday, 05 August 2010 10:14 |
|
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยว่า ประเทศไทยมี อัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM ) อยู่ที่ 2.9% ณ สิ้นไตรมาส 2/2553 ซึ่งหากจะประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวอยู่ในระดับที่สูงหรือต่ำนั้น ต้องนำมาเทียบกับประเทศที่มีการพัฒนาใกล้เคียงกับประเทศไทย ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคพบว่า อินโดนีเซียอยู่ที่ประมาณ 5% ฟิลิปปินส์ประมาณ 4% เกาหลีประมาณ 3.1% และไทยเป็นอันดับ 4 ที่ 2.9% ขณะเดียวกันยังมีประเทศที่ NIM ต่ำกว่าในอัตรา 2.2% คือประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ดังนั้น จะเป็นได้ว่าธนาคารไทยน่าจะสามารถจัดการบริหาร NIM ให้ได้ดีกว่านี้ เมื่อประเทศอื่นสามารถบริหารจัดการให้ต่ำกว่าได้ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่สำคัญ
ทั้งนี้วิธีทำให้ส่วนต่างดังกล่าวลดลงคือการจัดการต้นทุนของระบบและจะทำให้ต้นทุนของเศรษฐกิจต่ำลงด้วย อาทิ การบริหารจัดการสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ซึ่งปัจจุบันธนาคารพาณิชย์มีอยู่ในบัญชีและยังไม่สามารถจำหน่ายออกไปได้ จึงอาจจัดตั้งสถาบันที่มาค้ำประกันสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ช่วยลดความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ รวมถึงลดภาระต้นทุนให้ต่ำลงได้
นางธาริษา กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการคำนวณตัวเลขส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยจะใช้ 3 รูปแบบที่เป็นสากล คือการคำนวณหาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) โดยเป็นการคิดเอาดอกเบี้ยรับทั้งหมดของธนาคารลบด้วยอัตราดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมดของธนาคาร และหารด้วยสินทรัพย์ทั้งหมดของธนาคาร เพื่อหาตัวเลขที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ส่วนการคำนวณส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอีก 2 วิธีนั้น ได้แก่ การนำอัตราดอกเบี้ย MLR ลบด้วยอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ในทันที ซึ่งของไทยอยู่ที่ประมาณ 5% นับว่าสูง หรือวิธีที่ 2 วัดโดยการคำนวณนำอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งหมดของดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อมาลบด้วยอัตราเฉลี่ยทั้งหมดของดอกเบี้ยจ่ายจากเงินฝาก ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4% แต่ทั้ง 2 วิธีไม่ได้แสดงถึงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงดังเช่นวิธีแรก
|
Comments