|
พาณิชย์ ชี้เงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบ 3-3.5%
|
|
|
|
|
Monday, 09 August 2010 14:49 |
|
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงแนวโน้มค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องหลุด 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ว่า ยอมรับว่าการแข็งค่าของค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่องมีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มธุรกิจสินค้าเกษตร เช่นข้าว มันสำปะหลัง เนื่องจากประเทศคู่แข่งสำคัญ อย่างเวียดนาม มีค่าเงินที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินบาท จึงทำให้ราคาสินค้าของประเทศคู่แข่งมีราคาที่ถูกกว่า
อย่างไรก็ตามมองว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าคงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการส่งออกมากนัก โดยยังคงมั่นใจว่าการส่งออกของไทยในปี 2553 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ไว้ เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลดีต่อกลุ่มสินค้าที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพื่อผลิตสินค้าส่งออก เช่น กากถั่วเหลือง ปุ๋ยเคมี ตะกั่ว และโลหะ เป็นต้น ดังนั้นการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าไม่ได้มีผลกระทบด้านลบอย่างเดียว แต่ก็มีผลบวกต่อกลุ่มสินค้าบางกลุ่มเช่นกัน
ทั้งนี้เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้ามาบริหารค่าเงินให้มีเสถียรภาพได้ดีอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการส่งออกคือ ค่าเงินบาทจะต้องเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับภูมิภาคและมีเสถียรภาพไม่แข็งค่าเร็วจนเกินไป
ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะมีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อหรือไม่ ส่วนตัวมองว่ายังไม่มีผลเท่าที่ควรและมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อ ปี 2553 เฉลี่ยจะอยู่ในกรอบ 3-3.5% ตามเป้าหมายเดิมที่คาดการณ์ไว้ โดยมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐยังคงทำให้อัตราเงินเฟ้อเป็นไปตามกรอบ
|
Comments