|
แบงก์ดึงฐานเงินฝากฉุดธุรกิจกองทุนทรุด
|
|
|
|
|
Tuesday, 10 August 2010 09:12 |
|
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยา จำกัด กล่าวถึงผลดำเนินงานช่วงครึ่งแรกปี 2553 ว่า มีมูลค่าทรัพย์สินภายในการบริหาร(เอยูเอ็ม)อยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านบาท หรือขยายตัวกว่า 11% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อนที่เอยูเอ็มอยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเชื่อว่า จนถึงสิ้นปีนี้ เอยูเอ็มจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ แบ่งเป็นกองทุนรวมประมาณ 4.7 หมื่นล้าน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.4 หมื่นล้าน และกองทุนส่วนบุคคลประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท
สำหรับภาพรวมการดำเนินงานในปี2553 บริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) ทั้งระบบมีอัตราการขยายไม่มากนัก เนื่องจากแนวโน้มดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์มีการเร่งระดมเงินฝาก ทำให้การขยายตัวของธุรกิจกองทุนรวมชะลอตัวลงตาม ส่วนกองทุนที่มีอัตราการขยายตัวต่อเนื่อง ยังคงเป็นกองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนประเภท Term Fund ที่มีการกำหนดผลตอบแทนการลงทุน และระยะเวลาการลงทุนชัดเจน อย่างกองทุนเกาหลี และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
'แผนการดำเนินงานของเราในช่วงต่อไป จากการที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นบริษัทแม่มีนโยบาย One Bay หลังเสร็จสิ้นภารกิจการซื้อกิจการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทลิสซิ่ง สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต ส่งผลให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านราย ถือเป็นโอกาสดีในการขยายฐานลูกค้ากองทุนของบริษัท ผ่านความร่วมมือจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เชื่อว่าจะเป็นโอกาสในการเพิ่มลูกค้าในอนาคต' นายฉัตรพีกล่าว
|
Comments