| ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น512.40จุด |
|
|
|
| Wednesday, 05 June 2019 08:28 | |||
|
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (4 มิ.ย.)ที่ 25,332.18 จุด พุ่งขึ้น 512.40 จุด หรือ +2.06% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,803.27 จุด เพิ่มขึ้น 58.82 จุด หรือ +2.14% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,527.12 จุด เพิ่มขึ้น 194.10 จุด หรือ +2.65% ขานรับสัญญาณบวกที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้ให้คำมั่นว่า เฟดจะดำเนินการในสิ่งที่จำเป็นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และอาจนำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) กลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากข่าวที่ว่า สภาคองเกรสเตรียมลงมติคัดค้านแผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก ดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติพุ่งขึ้นในวันเดียวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีนี้ หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวเมื่อวานนี้ว่า เฟดกำลังจับตามองพัฒนาการทางเศรษฐกิจในขณะนี้ และจะดำเนินการในสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป "เราไม่รู้ว่าการทำสงครามการค้าจะได้ข้อยุติเมื่อใด และอย่างไร แต่เรากำลังจับตามองสิ่งบ่งชี้เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ และเราจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไป โดยมีตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และเงินเฟ้ออยู่ใกล้ระดับเป้าหมาย 2%" นายพาวเวลกล่าว นายพาวเวลยังเปิดเผยว่า เครื่องมือที่เฟดเคยใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ ซึ่งได้แก่ การกำหนดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ใกล้ 0% และการเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE มีแนวโน้มที่จะนำมาใช้อีกครั้งหนึ่ง ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับปัจจัยหนุนรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะ วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งระบุว่า สมาชิกสภาคองเกรสสังกัดพรรครีพับลิกันกำลังหารือกันเกี่ยวกับการลงมติคัดค้านแผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการปรับขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโก นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของทางการจีนซึ่งระบุว่า จีนสนับสนุนการเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐ สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐลดลง 0.8% ในเดือนเม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.9% โดยการร่วงลงของคำสั่งซื้อภาคโรงงานได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของคำสั่งซื้อเครื่องบิน, รถยนต์, คอมพิวเตอร์ และสินค้าอิเลคทรอนิคส์ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ค.จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนพ.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนพ.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนเม.ย., ผลิตภาพ-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยไตรมาส 1/2562, ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนเม.ย.
|






![]() | Today | 1588 |
![]() | All days | 1588 |
Comments