Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Top Headlines ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง 268.37 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง 268.37 จุด PDF Print E-mail
Tuesday, 03 December 2019 10:57

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (2 ธ.ค.) ที่ 27,783.04 จุด ร่วงลง 268.37 จุด หรือ -0.96% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,113.87 จุด ลดลง 27.11 จุด หรือ -0.86% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,567.99 จุด ลดลง 97.48 จุด หรือ -1.12% หลังจากดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินา โดยอ้างว่าทั้งสองประเทศได้ลดค่าเงินลงอย่างมาก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเกษตรกรของสหรัฐ

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหลังจากผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 48.1 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 48.3 ในเดือนต.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.4 โดยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ทั้งนี้ ภาคธุรกิจของสหรัฐมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้คำสั่งซื้อเพื่อการส่งออกหดตัวลงตั้งแต่เดือนก.ค. โดยการบริโภค คำสั่งซื้อใหม่ สต็อกสินค้าคงคลังเพื่อการส่งออกและนำเข้า หดตัวลงเช่นกัน ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นลดลงด้วย

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลครั้งใหม่เกี่ยวกับมาตรการทางการค้าที่สหรัฐนำมาใช้กับบรรดาประเทศคู่ค้า โดย ทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อวานนี้ว่า เขาจะประกาศเรียกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินา โดยระบุว่า บราซิลและอาร์เจนตินาได้ลดค่าเงินลงอย่างมาก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเกษตรกรของสหรัฐ ดังนั้น สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีเหล็กกล้าและอลูมิเนียมนำเข้าจากบราซิลและอาร์เจนตินา โดยมีผลบังคับใช้ในทันที

นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีนอย่างใกล้ชิด ขณะที่สื่อบางแห่งรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า สหรัฐและจีนอาจจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกได้ก่อนช่วงปลายเดือนธ.ค.นี้ เนื่องจากบรรกาศการเจรจาของทั้งสองฝ่ายได้รับผลกระทบจากการที่ปธน.ทรัมป์ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายเพื่อสนับสนุนการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตารายงานยอดการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลวันหยุดของสหรัฐ ขณะที่อะโดบี อนาลิติค คาดการณ์ว่า ตลอดเทศกาลวันหยุดช่วงปลายปี ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.- 31 ธ.ค. ยอดขายทางออนไลน์ในสหรัฐจะอยู่ที่ 1.438 แสนดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14.1% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์กเดือนพ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนพ.ย.จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนพ.ย.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนพ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดุลการค้าเดือนต.ค., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนเดือนต.ค., ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนต.ค.

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday325
mod_vvisit_counterAll days325

We have: 325 guests online
Your IP: 3.231.212.98
 , 
Today: Dec 14, 2019

6073816