Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Top Headlines ก.พาณิชย์ เผย ส่งออก มี.ค.โตสูงสุดในรอบ 17 เดือน
ก.พาณิชย์ เผย ส่งออก มี.ค.โตสูงสุดในรอบ 17 เดือน PDF Print E-mail
Thursday, 22 April 2010 12:54

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า  ส่งออกเดือนมี.ค.มีมูลค่า 16,253 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 40.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมูลค่าการส่งออกในเดือนมี.ค. 2553 ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 17 เดือน และนับเป็นการเร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่การส่งออกขยายตัว 23.15%

โดยสาเหตุที่ทำให้การส่งออกในเดือนมี.ค. มีมูลค่าการส่งออกที่สูงขึ้น มาจากการส่งออกสินค้าในทุกหมวดที่เพิ่มขึ้น โดยสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 49.2%  ซึ่งมาจากการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า โดยเฉพาะสินค้าข้าว มันสำปะหลัง น้ำตาล อาหารประเภทอาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป กุ้งแช่แข็งและแปรรูป ผักและผลไม้ ไก่แช่แข็งและแปรรูป แต่ในส่วนของสินคายางพารามีมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่ปรับตัวขึ้นแต่ปริมาณการส่งออกปรับลดลงเล็กน้อยเพียง 0.7% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญเพิ่มขึ้น 36.5% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในเกือบทุกรายการ แต่ยกเว้นสินค้าทองคำที่ส่งออกลดลง 57.3% และสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น 52.9%    ขณะที่ตลาดการส่งออกยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยตลาดหลักขยายตัวในอัตรา 50.1% เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกตลาด โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่เพิ่มขึ้น 85% ญี่ปุ่น สหภาพยุโรปและสหรัฐฯก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นในอตัราสูงเช่นกัน ขณะที่ตลาดใหม่ในทุกตลาดขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 เช่น จีน ฮ่องกง อินเดีย ที่ส่งออกเพิ่มขึ้นสูงกว่า 20% อย่างไรก็ตามยังคงมีตลาดส่งออกที่ลดลง ได้แก่ แอฟริกาลดลง 15.2% ซึ่งมาจากการส่งออกไปยังมาดากัสกาที่ลดลง 98.5% สินค้าส่งออกได้แก่ เหล็กกล้า ผลิตภัณฑ์ลดลงถึง 99.8%  เนื่องจากในปี 2552 ผู้ประกอบการไทยไปรับงานก่อสร้างในมาดากัสกาทำให้มีการส่งออกโครงก่อสร้างไปจำนวนมากในเดือนมี.ค.และพ.ค.

ส่วนการส่งออกของไทยในไตรมาส 1/2553 (ม.ค. - มี.ค.) มีมูลค่า 44,381 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน  ด้าน การนำเข้าในไตรมาส1/2553 มีมูลค่า 42,270.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 58.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

นางพรทิวากล่าว่วา การนำเข้าในเดือนมี.ค. 2553 มีมูลค่า 15,098 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 59.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่นับเป็นการนำเข้าในอัตราที่ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่มีการนำเข้าขยายตัวสูงถึง 71.2%

ทั้งนี้ การนำเข้าในเดือนมี.ค. ที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากการนำเข้าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 25.6% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น สินค้าทุนเพิ่มขึ้น 54.2% เนื่องจากนักลงทุนมีความมั่นใจในภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวส่งผลให้มีการขยายการลงทุนประกอบกับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเริ่มดำเนินการ สินค้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 85.2% สอดคล้องกับภาคการส่งออกของประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และมียอดคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก สินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น 32.1% เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูกลง และผู้บริโภคมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น สินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่มขึ้น 118.7% สาหตุมาจากยอดจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศ รวมทั้งการขยายตัวของตลาดส่งออกที่เพิ่มขึ้น และมีการนำเข้ารถยนต์รุ่นใหม่มาแสดงในงานมอเตอร์โชว์ อีกทั้งการนำเข้าส่วนประกอบอุปกรณ์ยานยนต์เพิ่มขึ้น 131.3% และรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 90.6%  

สำหรับในเดือนมี.ค. 2553 ไทยเกินดุลการค้า 1,155 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในช่วงไตรมาส 1/2553 ไทยยังคงเกินดุลการค้า ถึง 2,110.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้มาจากการขยายตัวของการส่งออกที่เร่งตัวสูงขึ้นเร็วกว่าการนำเข้า

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์คงเป้าหมายการส่งออกในปี 2553 มีมูลค่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นการขยายตัว 14% จากปี 2552 ทั้งนี้ มองว่าปัจจัยลบด้านการเมืองภายในประเทศยังคงไม่มีผลกระทบต่อภาคการส่งออก ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้แนะนำให้ผู้ส่งออกทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งก็พบว่ามีกลุ่มผู้ส่งออกได้ทำเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงมองว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังไม่ได้มีผลกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกที่วางไว้

ทั้งนี้ คาดการณ์การส่งออกในไตรมาส 2/2553 จะมีมูลค่าถึง 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ถึงแม้ว่าการเมืองในประเทศจะเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่ ณ ขณะนี้ยังคงไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ ตราบใดที่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้ปิดสนามบินหรือท่าเรือ ก็น่าจะทำให้การส่งออกในไตรมาส 2/2553 เป็นไปตามเป้าได้

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ในขณะนี้ยังคงไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกและการค้าขายระหว่างประเทศ แต่ก็ยอมรับว่าอาจมีคู่ค้าที่กังวลกับสถานการณ์การชุมนุมอยู่บ้าง ซึ่งทางกระทวงพาณิชย์ก็ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการส่งออกไปทำความเข้าใจกับคู่ค้าเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของไทยไว้ได้




Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday992
mod_vvisit_counterAll days992

We have: 992 guests online
Your IP: 216.73.216.190
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 26, 2026

6092760