|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 29/06/53
|
|
|
|
|
Tuesday, 29 June 2010 09:42 |
|
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีอาจติดแนวต้าน 805-810 จุด มีปัจจัยกดดันรอบด้าน หุ้นถ่านหินถูกกดันหลังจีนให้ ตรึงราคาขาย (BANPU) Moodys’ ลด rating PTT, PTTEP และในไทยเจอโรคเลื่อน คือ การ เปิดซองราคาก่อสร้างรถไฟฟ้าสีน้ำเงินสัญญา 1 และ 2 อาจเลื่อนเป็นปลายสัปดาห์ รวมถึง กทช. อาจเลื่อนการออกใบอนุญาต 3.9G ไปในครึ่งหลังของเดือน ก.ค. นี้ กลยุทธ์การลงทุนยังแนะนำ ซื้อ/ถือหุ้นที่เติบโตจากเศรษฐกิจในประเทศ ธ.พ. (KBANK, SCB, TCAP) อสังหา/ก่อสร้าง (PS, LH, STEC, SYNTEC) สื่อสาร (ADVANC, DTAC)
BANPU อาจถูกกดดันระยะสั้น หลังจากจีนมีนโยบายกำหนดราคาเพดานสูงสุด เนื่องจากรัฐบาลจีนต้องการควบคุมเงินเฟ้อในประเทศมิให้สูงเกินไป (ล่าสุดเงินเฟ้อใน จีนเท่ากับ 3.1%) ล่าสุดจึงได้ออกมาตรการควบคุมราคาถ่านหินในประเทศ โดยจะกำหนดราคา เพดานสูงสุด (Ceiling price) ด้วยการอ้างอิงราคาขายในตลาด ในขณะนั้น โดยการกำหนดช่วง เวลาใดเวลาหนึ่งเช่น 3 หรือ 6 เดือน แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมิได้มีการกำหนดรายละเอียด แต่ นั่นหมายความว่าเป็นการจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของราคาถ่านหินในประเทศจีน จะกระทบต่อผู้ ประกอบการผลิตและจำหน่ายถ่านหินในจีน โดยเฉพาะ BANPU ปัจจุบันได้ลงทุนธุรกิจถ่านหิน ในจีน 2 แห่ง (ผ่านบริษัทย่อย 2 แห่ง คือ Danning ถือหุ้น56% และใน HEBI 40%) มีกำลัง การผลิตรวม 3.2 ล้านต้น หรือคิดเป็นราว 12.3% ของกำลังการผลิตถ่านหินของ BANPU ทั้ง หมด 26 ล้านตัน (23 ล้านตันที่เหลืออยู่ในประเทศอินโดนีเซีย) แต่อย่างไรก็ตามในสมมติฐาน ของ ASP นั้นได้ใช้ราคาถ่านหินที่ค่อนข้างระมัดระวังคือเฉลี่ย 75 เหรียญฯต่อตัน ในปีนี้ และ 80 เหรียญฯต่อตันในปี 2554 (เพิ่มขึ้นจาก 72 เหรียญฯ ในปี 2552) เทียบกับราคาตลาดที่ เฉลี่ยราว 90 เหรียญฯต่อตัน (คำนวณโดยมีส่วนลด 25% จากราคาถ่านหินอ้างอิงในจีนที่ 113.4 เหรียญฯต่อตัน ในปัจจุบัน) จึงคาดว่าจะกระทบต่อประมาณการกำไรของ BANPU ไม่มากนัก (กำไรจากประเทศจีนคิดเป็นเพียง 10% ของกำไรทั้งหมด) แต่น่าจะกดดันต่อราคา BANPU ใน ระยะสั้น โดยมีโอกาสที่ราคาหุ้น BANPU จะหลุดลงไปต่ำกว่า 600 บาทอีกครั้ง นักลงทุกระยะ กลางและยาวแนะนำซื้อเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลง
Moodys’ ปรับลด Credit Rating ของ PTT, PTTEP เพื่อสะท้อนภาระต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น ในอนาคต หุ้นน้ำมันยังถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน เพราะนอกจากได้รับผลกระทบจากวิกฤติการ เงินในยุโรปที่กดดันความต้องการใช้น้ำมันดิบในตลาดโลกแล้ว ล่าสุดการ credit rating ของ Moodys’ Investors Services ต่อธุรกิจของ PTT, PTTEP เป็นลบ ให้สอดคล้องกับการปรับ ลดมุมมองต่อประเทศไทย (ในการระดมทุนด้วยการกู้ยืมเป็นสกุลต่างประเทศ) ที่เป็นลบ นอก จากนี้ยังได้ปรับลด credit rate (ทั้งหนี้เงินบาท และ สกุลต่างประเทศ) ของ PTT จาก A2 เป็น A3 เพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านการกู้ยืมเงินที่เพิ่มมากขึ้นตามแผนการขยายการลงทุน และซื้อ กิจการในต่างประเทศ (ปัจจุบัน PTT มีสัดสวนหนี้สินต่อทุนราว 1.08x) และเช่นเดียวกับ PTTEP ถูกตัดลด credit rate สำหรับการกู้ยืมในประเทศจาก A2 เป็น A3 แต่ยังคง rating เงินกู้ยืมสกุลเงินตราต่างประเทศไว้ที่เดิมคือ A3 ซึ่งยังถือว่าเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นของ PTT, PTTEP หุ้นน้ำมันจึงควรซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง และเป็นนักลงทุนที่ต้องการซื้อหุ้นเพื่อถือลงทุน ระยะยาวจริง ๆ
กทช. อาจเลื่อนหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตฯ 3.9G ไปเป็น 15 ก.ค. 2553 นี้ นักวิเคราะห์ ASP ได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย หลังจากเสร็จสิ้นการประชา พิจารณ์ของ กทช. ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนมีมุมมองในเชิงบวก แม้ TRUE ยังมี ความกังวลใจเล็ก ๆ เกี่ยวกับวาระของกรรมการ กทช. 3 คน ที่กำลังจะหมดวาระในเดือน ก.ย. นี้ แต่ ADVANC กลับมองว่าคณะกรรมการ กทช. ที่เหลืออยู่ 4 คน ยังสามารถทำงานต่อได้โดย ไม่น่าจะมีปัญหา ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ยังได้รับเชิญไปหารือกับ กทช. นอกรอบ ในประเด็นที่มีผู้แย้งคือ 1) ค่าใบอนุญาตที่อาจเพิ่มขึ้นจากเดิม 1 หมื่นล้านบาท เป็น 1.3-1.5 หมื่นล้านบท 2) จำนวนใบอนุญาตอาจลดลงเหลือ 3 ใบ จากเดิมที่ใช้สูตร N-1 ราย (ราว 4 ใบ) ด้วยเหตุนี้จึงอาจทำให้การประกาศหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตในราชกิจจาฯ น่าจะ เลื่อนออกไปเป็น 14 ก.ค. 2553 จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ 1 ก.ค. นี้ โดยที่ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ยังมั่นใจว่า กทช. จะยังสามารถเปิดประมูลได้ทันในเดือน ก.ย. นี้ ความล่าช้าของการออกใบ อนุญาต อาจกดดันราคาหุ้นสื่อสารระยะสั้น แต่ฝ่ายวิจัยยังคงมีมุมมองเชิงบวกระยะยาวต่อกลุ่มสื่อ สาร โดยยังแนะนำ ซื้อ ADVANC (FV@B106) และ DTAC(FV@B47) สำหรับ TRUE (FV@B3.3) แม้จะมีคำแนะนำเพียงถือ แต่มีแนวโน้มจะปรับคำแนะนำเป็นซื้อหากสามารถเพิ่ม ทุน โดยการขายให้กับพันธมิตร ที่เตรียมจะเข้าร่วมลงทุน หลังจากได้ใบอนุญาต 3.9G อย่าง เป็นทางการ
การเปิดซองราคาประมูล อาจถูกเลื่อนไปเป็นปลายสัปดาห์ มีแนวโน้มว่าการเปิดซองด้านราคาอาจจะล่าช้ากว่าเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ราววันพุธนี้ อาจจะเลื่อนเป็นปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า เพราะจากการสอบถามผู้ประกอบการบางราว ที่เป็น 1 ใน 3 ราย ที่ผ่านการพิจารณาคุณภาพด้านเทคนิคคือ (CK:ซื้อ
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
, ITD:ขาย
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
) และบริษัทร่วมทุน ระหว่าง STEC:ซื้อ
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
กับ NWR) ได้เปิดเผยว่ายัง ไม่ได้รับจดหมายแจ้งการผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการ สำหรับงานก่อสร้างระ ไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนใต้ดิน สัญญาที่ 1 (หัวลำโพง-สนามไชย) และสัญญา 2 (สนามไชย-ท่าพระ) อย่างไรก็ตาม ยังมีการประมูลสัญญาส่วนที่เหลืออีก 1 ส่วนคือ สัญญา 5 ซึ่งเป็นการก่อสร้างระบบ รางรถไฟฟ้า ซึ่งยังเป็นปัจจัยหนุนหุ้นก่อสร้าง ทั้งขนาดใหญ่ และเล็ก เช่น กลุ่มที่ทำงานฐาน ราก (คิดเป็นประมาณ 10% ของการก่อสร้างทั้งระบบ) เช่น SEAFCO (ซื้อ: FV@B5) ๆ เช่น SYNTEC(ซื้อ
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
) NWR(
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
)
|
Comments