Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 29/06/53
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 29/06/53 PDF Print E-mail
Tuesday, 29 June 2010 09:54

SET วานนี้ปิดบวกและยืน 800 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังมีแรงซื้อหุ้นกลุ่ม
พลังงานและแบงก์ ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลาง
SET ปิดบวกและยืนเหนือ 800 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยดัชนี
ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ภาคเช้าช่วงเปิดตลาด หลังคลายความกังวลที่กลุ่ม G20 ให้ยืดเวลา
นำแผนปฏิรูปกฎการเงินที่เข้มงวดในภาคธนาคารมาบังคับใช้ ประกอบกับราคาน้ำมัน
ดิบปรับตัวขึ้น ส่งผลให้มีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน และแบงก์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 804.40 จุดซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวัน เพิ่มขึ้น 10.73 จุด
(+1.35%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลาง 17,150.91 ล้านบาท

การลงทุนของนักลงทุนประเภทต่าง ๆ
วานนี้นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิจำนวน –504.96 ล้านบาท และนักลง
ทุนสถาบันซื้อสุทธิจำนวน +766.11 ล้านบาท ส่วนบัญชีหลักทรัพย์ซื้อสุทธิจำนวน
+367.00 ล้านบาท

ตารางแสดงยอดการลงทุนของนักลงทุนประเภทต่าง ๆ ปี 2553
Jan -53 Feb -53 Mar -53 Apr -53 May -53 Jun -53 Total -53
นักลงทุนต่างประเทศ -7,485 5,422 44 ,600 -4,097 -58 ,743 1,642 -18 ,661
นักลงทุนสถาบัน -8,210 5,858 -9,342 -4,322 10 ,751 4,438 -828
บริษัทหลักทรัพย์ -2,068 -398 3,103 -1,273 -106 1,913 1,172
ที่มา : รวบรวมโดย KKS

แนวโน้มตลาดวันนี้
เราคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวในช่วง 800-810 จุด เป็นแนวโน้ม
แกว่งตัวตามดาวโจนส์ที่ปิด -5 จุด หลังจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน
ด้านสถาบันซื้อสุทธิ +766 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ -504 ล้านบาท แสดงถึงตลาด
หุ้นยังมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน แต่ดัชนีหุ้นสามารถยืนเหนือ 800 จุดดัชนียังมีโอกาส
แกว่งตัวทางขาขึ้นได้บ้าง
โดยปัจจัยของแนวโน้มดัชนีหุ้นต่างประเทศยังมีน้ำหนักต่อทิศทางตลาด
หุ้นไทยในช่วงนี้อยู่ ส่วนใหญ่ปิดทรงตัวในกรอบแคบรอปัจจัยบวกหรือทิศทางใหม่ ๆ
ทำให้ตลาดหุ้นไทยจะแกว่งตัวในกรอบไม่กว้างนัก คาดว่าจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบ
800-810 จุด ในช่วงนี้ถ้าดัชนียืนเหนือ 800 จุด จึงจะน่าซื้อเก็งกำไร ในกรณีที่ต่ำกว่า
800 จุด น่าขายหุ้น
สำหรับสัดส่วนการลงทุนในช่วงนี้ให้เป็นถือหุ้น 50% ถือเงินสด 50%




แนวโน้มตลาดวันนี้
วานนี้ตลาดหุ้นไทยดีดตัวปิดบวกแรง ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 804.40 จุด เพิ่มขึ้น
10.73 จุด (+1.35%) มูลค่าการซื้อขายปานกลางที่ 1.7 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติพพลิก
เป็นขายสุทธิ 505 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ
786 - 808 (810) ตลาดยังขาดปัจจัยบวกชี้นำชัดเจน และยังมีทิศทางใกล้เคียงกับตลาดหุ้นใน
ภูมิภาค (ค่าเงินบาทมีความผันผวนในขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิเล็กน้อย) อย่างไรก็ตาม
การปรับตัวคาดจะมีแรงซื้อเก็งกำไรเพื่อรอผลประกอบการไตรมาส 2 เช่น กลุ่มยานยนต์ กลุ่ม
อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น และการทำปิด window dressing ส่วนของตลาดอนุพันธ์ S50U10
แนวโน้ม Buy ตามเส้น SMA 5 วัน แนวรับ 549 แนวต้าน 563 SET50 แนวโน้มปรับตัวขึ้น
ระหว่างวันอาจแกว่งตัวในกรอบ 549-560 แนวรับ 550 แนวต้าน Gold Future GFM10 เก็ง
กำไรระยะสั้นในกรอบ 19,080-19,320 GFQ10 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 19,100-19,350
กลยุทธ์ การปรับตัวยังคงเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไร ระยะสั้นมีโอกาสที่จะปรับตัว
ยืน 800 ได้อย่างมีนัยสำคัญ แนวต้านบริเวณ 808-810 หากปริมาณการซื้อขายไม่เพิ่มขึ้นสูงก
ว่า 2.2 หมื่นล้านอาจมีแรงขายทำกำไร ในขณะที่ระยะกลางแนวโน้มยังคงขึ้นต่อเนื่อง หาจังหวะ
ในการเข้าซื้อเก็งกำไร BANPU CNS PDI สำหรับหุ้นเก็งกำไรทางเทคนิคดูรายละเอียดใน
Short-Term Trade เช่น PTTAR TMB หรือเลือกใน Stocks in Trend นักลงทุนระยะกลาง
ถือ หรือซื้อเพิ่มเมื่อปรับตัวลงแรง
ดัชนี SET ดัชนีปรับตัวขึ้นเป็นแท่งเทียนขาว เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 5 วันและ 10 วัน เป็น
สัญญาณถึงการกลับตัวขึ้น แต่ยังมีปริมาณการซื้อขายต่ำ แสดงความไม่มั่นใจของตลาด
คาดการณ์แนวโน้มดัชนีปรับตัวขึ้นและแกว่งตัวในกรอบระหว่าง 798-809 โดยมีแนวรับสำคัญ
ระหว่างวันบริเวณ 798  ซื้อเก็งกำไร เน้นยืนแนวรับ 798 แนวต้าน 809
ดัชนีนิกเกอิ การปรับตัวลงเริ่มลดน้อยถอยลง และมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบ
แคบๆ ก่อนการเปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจประจำไตรมาสหรือ 'ทังกัน' ของธนาคาร
กลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในวันพฤหัสบดีนี้ ระยะสั้นการปรับตัวลงบริเวณแนวรับ 9,680-9,540 มีแนว
โน้มกลับตัวขึ้นรงซื้อกลับขึ้นมา
ดัชนีฮั่งเส็ง ปริมาณการซื้อขายเบาบาง แสดงถึงความไม่มั่นใจต่อการปรับตัวว่าจะสามารถ
ยืนเหนือแนวรับสำคัญ หรือGAPแนวรับ 20,570 ประกอบกับตลาดยังไม่มีปัจจัยบวกที่มากพอใน
การกระตุ้นแรงซื้อให้เพิ่มขึ้น แนวโน้มจึงเป็นการแกว่งตัวในกรอบ 20,570-20,950
(Analyst - ธวัชชัย  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )

หุ้นแนะนำพิเศษ : SCC (ราคาปิด 266 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 295) คาดจะได้ข่าวดีเกี่ยว
กับประเด็นมาบตาพุตเร็วๆ นี้ สำหรับผลประกอบการปี 53 คาดเติบโตราว 11% YoY จากแนว
โน้มยอดขายปูนซีเมนต์ที่เติบโตจากปีก่อน ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีและกระดาษจะได้ประโยชน์จาก
กำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น สำหรับแนวโน้มผลประกอบการระยะยาวคาดว่าจะมีทิศทางที่ดีอย่าง
ต่อเนื่องโดยเฉพาะในปี 54 ที่คาดว่าจะเติบโตค่อนข้างโดดเด่น โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลบวก
จากกำลังการผลิตใหม่อย่างเต็มที่มากขึ้น และจะเริ่มได้รับผลบวกจากโครงการที่ถูกระงับที่
มาบตาพุดกลับมาเริ่มดำเนินการผลิตได้
(Analyst - วิลาสินี  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )

Stocks in Trend
BBL (ราคาปิด 125.50 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 150) คาดผลประกอบการ 2Q53 จะมี
กำไรเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน เนื่องจากยอดสินเชื่อเดือน พ.ค.-เม.ย.53
ที่โดดเด่น นอกจากนั้น จะมีการบันทึกกำไรจากการขาย ACL อีกราว 1,400 ล้านบาท
แนะนำ ซื้อเก็งกำไร CK (ราคาปิด 6.90 เป้าหมาย 7.24), STEC (ราคาปิด 7 เป้าหมาย
8), ITD (ราคาปิด 2.94 เป้าหมาย 4), NWR (ราคาปิด 0.39) ลุ้นวันที่ 1 ก.ค.53 รฟม.จะเปิด
ซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสัญญา 1 ซึ่งเป็นงานก่อสร้างทางใต้ดิน ช่วงหัวลำโพง-
สนามไชย และสัญญา 2 ซึ่งเป็นงานก่อสร้างทางใต้ดิน ช่วงสนามไชย-ท่าพระ
AP (ราคาปิด 5.45 แนะนำ ซื้อ เป้าหมาย 7.80) คาดยอดขายพรีเซลปี 53 มีแนวโน้มที่จะ
สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท โดยในช่วง 2H53 จะเปิดโครงการใหม่อีก 17
โครงการ มูลค่ารวม 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันมียอดขายรอโอน 1.2 หมื่นล้านบาท
SIAM (ราคาปิด 2.24 แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสมตาม Consensus 2.50) คาด
ผลประกอบการ 4Q53 (เม.ย.-มิ.ย.53) พลิกกลับมามีกำไร จากการเริ่มรับรู้รายได้จากงานที่
ออสเตรเลีย และจะรับรู้เป็นรายได้มากขึ้นในปี 54 (ก.ค.53-มิ.ย.54) โดยงานโครงการที่
ออสเตรเลียมีมูลค่ารวมทั้งหมดราว 50-52 ล้านดอลล่าร์
(Analyst - อำนาจ  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )

ปัจจัยบวก
+ ธนาคารกลางยุโรปเปิดเผยว่าอัตราการปล่อยสินเชื่อให้กับภาคครัวเรือนและภาคเอกชน
ในยุโรปขยายตัวเร็วขึ้นในเดือนพ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 0.2%YoY เทียบกับที่เพิ่มขึ้น 0.1%YoY ใน
เดือนเม.ย. สอดคล้องกับภาวะศรษฐกิจที่ขยายตัวเร็วขึ้น
+ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเปิดเผยตัวเลขดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.
53 เพิ่มขึ้น 16%YoY โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 64% ดีขึ้นจากระดับ 57.9% ใน
เดือนเม.ย.ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลต่อการขยายตัวที่สำคัญ
ประกอบด้วย การผลิตน้ำดื่ม ยานยนต์ Hard disk drive การแปรรูปสัตว์น้ำ และการผลิตเหล็ก
+ สิงคโปร์เปิดเผยดัชนียอดค้าปลีกและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
(MasterCard Worldwide Index of Consumer Spending Capability หรือ MWICSC)
ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากผู้บริโภคเพิ่มการใช้จ่าย
+ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ก.คลังเปิดเผยว่ายอดหนี้สาธารณะลดเดือนเม.ย. มี
จำนวน 4,108,982 ล้านบาท หรือ 42.23% ของ GDP ลดลง 1.5 หมื่นล้านจากเดือนก่อนหน้า

ปัจจัยลบ
- ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) แนะนำว่าธนาคารกลางและรัฐบาลของ
ประเทศต่าง ๆ ควรพิจารณาว่าจะถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและจะยกเลิกเมื่อใด เพื่อให้
นักลงทุนตัดสินใจด้านการลงทุนอย่างถูกต้อง  เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพราคาและการ
ขยายตัวทางเศรษฐกิจจากราคาสินทรัพย์และสินเชื่อที่พุ่งขึ้น และย้ำว่าการที่รัฐบาลมีภาระหนี้สูง
อาจจะไม่มีสินทรัพย์สนับสนุนระบบการธนาคารของประเทศในยามจำเป็นได้และต้องหันไปพึ่ง
ความช่วยเหลือจากต่างประเทศแทน
- เสถียรภาพของรัฐบาลยังไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยอาทิ รัฐบาลมีแนวโน้มต่ออายุพ.ร.ก.
ฉุกเฉินที่จะครบกำหนด 7 ก.ค.นี้

ปัจจัยที่ต้องจับตา
* 30 มิ.ย. ธปท.จะประกาศตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจเดือนพ.ค.53
* 1 ก.ค. IMF เตรียมเข้ามาเก็บข้อมูลเศรษฐกิจไทยทั้งจากกระทรวงการคลัง สำนักงาน
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธปท. ก่อนนำรวบรวมข้อมูล
เพื่อจัดทำเป็นรายงานประจำปีต่อไป
* 2 ก.ค.53 กระทรวงพาณิชย์ของไทยประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) และดัชนี
ราคาผู้บริโภคพื้นฐาน(Core CPI) ในเดือน มิ.ย.53
(Analyst - วิลาสินี  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )

Wall Street:  ดาวโจนส์ลดลง 5.29 จุด จากแรงเทขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน
ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวลดลงเล็กน้อย 5.29 จุด โดยตลาดถูกกดดันจาก
แรงเทขายหุ้นในกลุ่มพลังงานและกลุ่มผู้ผลิตโลหะพื้นฐาน หลังจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า
ขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร อย่างไรก็ตามดัชนีไม่ได้ปรับตัวลดลงมากนัก เพราะตลาดได้แรงหนุน
หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเกินคาด จึงทำให้นักลงทุนมี
ความมั่นใจมากขึ้นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาฟื้นตัวเพราะตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 70
ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐ และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจให้ฟื้น
ตัวอย่างยั่งยืน ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 5.29 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 10,138.52 จุด
ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 2.19 จุด หรือ 0.20% ปิดที่ 1,074.57 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดลบ
2.83 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 2,220.65 จุด

ราคาน้ำมัน  : NYMEX ลดลง 61 เซนต์ จากข่าวพายุอเล็กซ์ไม่กระทบการผลิตน้ำมัน
ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 61 เซนต์ ตลาดคลาย
กังวลต่อพายุ เอล็กซ์ ซึ่งมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทาง โดยเมื่อวานศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐ
รายงานว่า พายุอเล็กซ์ มีแนวโน้มจะเปลี่ยนทิศทางไปยังทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเส้นทางดัง
กล่าวจะไม่กระทบต่อการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของสหรัฐในอ่าวเม็กซิโก จึงทำให้นักลง
ทุนคลายกังวลและเทขายสัญญาน้ำมันดิบออกมา ทำให้ปิดตลาดราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า
NYMEX ส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 61 เซนต์ หรือ 0.77% ปิดที่ 78.25 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดล่วงหน้ากรุงลอนดอนส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 53 เซนต์ หรือ
0.68% ปิดที่ 77.59 ดอลลาร์/บาร์เรล
(Analyst -อาทิตย์   This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )               

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1183
mod_vvisit_counterAll days1183

We have: 1181 guests online
Your IP: 216.73.217.109
Mozilla 5.0, 
Today: Jul 01, 2026

4313952