|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/07/53
|
|
|
|
|
Thursday, 08 July 2010 11:47 |
|
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 08/07/53
กลยุทธ์การลงทุน ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวช่วงสั้น คาดจะหนุนให้หุ้นไทยมีโอกาสแตะ 820 จุด โดยยังแนะนำ หุ้น Domestic Plays เป็นหลัก ความเสี่ยงภายนอกยังไม่ควรตัดทิ้ง โดยแนะนำหุ้น Laggard ในกลุ่ม ธ.พ. (SCB, KBANK) ตามด้วยหุ้นอสังหาฯ (SEAFCO, PS, STEC) และหุ้นปันผล สูง SHIN, BCP, TPC, MK, ADVANC, KK และ LH ตลาดหุ้นสหรัฐฟื้นตัวแรงกว่าคาด ตลาดคาดยอดขายปลีกฟื้นตัว และ stock น้ำมันดิบจะลดลง วานนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นแรงกว่าคาดมาก และเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทั้งนี้ยังเชื่อว่าเป็นการฟื้นตัวทางเทคนิค ดังที่กล่าวไปเมื่อวานแล้วว่าดัชนีหุ้นในตลาดโลกได้ ปรับตัวลดลงอย่างมากเกือบ 20% ในบางตลาด หากพิจารณาจากสูงสุดของปี 2553 เมื่อ 26 เดือน เม.ย. 2553 โดยเฉพาะ NASDAX ลดลงมากถึง 17.24% รองมาเป็นดัชนี FTSE ของ อังกฤษ ลดลง 13.7% และ Dow Jones ลดลง 13.05% ขณะที่ตลาดหุ้นเยอรมัน (DAX) ลดลง เพียง 6.19% น้อยสุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ยังเกิดจากที่ตลาดคาดหมายในเชิง บวกบางประเด็นคือ 1) คาดว่ายอดขายปลีก (Resales Sales) ในสหรัฐ เดือน มิ.ย. ที่จะ ประกาศ 14 ก.ค. นี้ มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น จากที่หดตัว 1.2% ในเดือน พ.ค. 2553 และ 2) สำนัก งานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า stock น้ำมันดิบสหรัฐประจำ สัปดาห์ ที่จะประกาศในค่ำคืนนี้มีแนวโน้มลดลงจากสัปดาห์ก่อน หนุนให้ราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นตัว กว่า 2 เหรียญฯ โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบดูอยู่ที่ 72.6 เหรียญฯต่อบาร์เรล แต่ก็ยังอยู่ในความ คาดหมายของฝ่ายวิจัย คือระหว่าง 70-75 เหรียญฯต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม หากการประกาศ stock น้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐ ในค่ำนี้ผิดไปจากคาด ก็มีความเป็นไปที่ราคาน้ำมันดิบ โลกจะอ่อนตัว โดยราคาน้ำมันดิบดูไบติดแนวต้านที่ 72-73 เหรียญฯต่อบาร์เรล
ผล Stress Test ของ ธ.พ. ในยุโรป ใน 23 ก.ค. นี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ้นโลก การที่ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวเมื่อคืน ยังมีปัจจัยหนุนอีกประการคือในวันที่ 23 ก.ค. นี้ หน่วย งานกำกับดูด้านการธนาคารของยุโรป จะประกาศผลการศึกษาทำ Stress Test (ภาวะวิกฤติใน ยุโรป เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในภาคธนาคาร) เพื่อดูความทนทานต่อภาระหนี้เสีย หรือความเสีย หายที่จะเกิดขึ้นจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ทั้งของภาคเอกชนและรัฐ อันมีผลทำให้สถาบันการ เงินในยุโรป อาจจะต้องเตรียมแผนการระดมทุน รวมถึงผลกระทบจากการที่รัฐจัดระบบการเงิน ที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบจากการตัดลดงบประมาณของประเทศในสหภาพยุโรป โดย ในรอบแรกจะมีการประกาศผลการทำ Stress Test ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 25 แห่ง และหลังจากนี้จะขยายครอบคลุม 100 แห่งในสหภาพยุโรป ทั้งนี้หากผลการศึกษาดังกล่าว สามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงิน ก็จะถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของตลาดหุ้นโลก ที่ อาจจะทำให้ฝ่ายวิจัยเริ่มให้ความสำคัญต่อการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้น Global Plays มากขึ้น หลังจากที่แนะนำให้ชะลอการลงทุนในหุ้น Global Plays มาระยะหนึ่ง
ตลาดหุ้นมีลักษณะสลับตัวขึ้น ให้เน้น Domestic Plays ที่ Laggard: MJD, SCB, BCP, KBANK จากการศึกษาผลตอบแทนของหุ้นที่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัยทั้งหมด 157 บริษัท ตั้งแต่ช่วงที่ SET ปรับตัวขึ้นรอบนี้กว่า 10% (31 พ.ค. 2553 - ปัจจุบัน) พบว่า มีหุ้นที่ให้ผลตอบ แทนน้อยกว่าตลาดทั้งสิ้น 72 บริษัท คิดเป็น 46% ของทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่ม Global Plays ที่ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักการลงทุนน้อยกว่าตลาด ได้แก่ นำโดย TOP(ลดลงราว 6%), PTTAR(ลดลงราว 6%), IRPC(ลดลงราว 5.9%) และ TTA(ลดลงราว 2.1%) เป็นต้น (รายละเอียดดังภาพประกอบ) ซึ่งก็เป็นไปตามคำแนะนำของ ASP ตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ให้หลีกเลี่ยงหุ้น Global Plays โดยให้หันมาลงทุนในหุ้น Domestic Plays แต่อย่างไรก็ตาม พบว่ายังหุ้นพื้นฐานเด่นในกลุ่ม Domestic Plays ที่ยังให้ผลตอบแทนน้อยกว่าตลาด (ปรับตัวขึ้น เพียง 0.5-2.5% ในช่วงเดียวกัน) กระจุกตัวในกลุ่ม ธ.พ.ขนาดใหญ่ เช่น SCB, KBANK หรือ หุ้นที่คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการงวด 1H53 สูง เช่น BCP และ MJD) ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำลงทุนในหุ้น MJD, BCP, SCB และ KBANK เชื่อว่ามีโอกาสที่จะกลับมา Outperform ตลาดได้ในเร็ววัน
|
Comments