|
เทรดดิ้งต่อต้องเลือกเป็นตัวๆ และเน้นขายเมื่อดัชนีเข้าใกล้ 840 จุด!! แนวโน้ม: ตลาดหุ้นด้านยุโรปและสหรัฐ เริ่มกลับมาขยับขึ้นได้จากการเลือกหุ้นเข้าซื้อใน บจ. ที่คาดว่าผลการดำเนินงานรายไตรมาสจะออกมาดีเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค เอเชีย รวมทั้งตลาดหุ้นไทย นักลงทุนก็จะเข้าซื้อในลักษณะเดียวกันนี้ ทำให้โอกาสที่ SET จะยัง ขยับขึ้นต่อเนื่อง เพื่อเข้าใกล้เป้าหมายที่เราคาดการณ์กันไว้แถว 840 จุดยังเป็นไปได้ แต่ความ กังวลต่อเรื่องการทดสอบภาวะวิกฤติของแบงก์ในยุโรปช่วงท้ายสัปดาห์หน้าก็ถือว่าจะยังเป็นแรง กดดันให้ SET แกว่งขึ้นในลักษณะผันผวนต่อเนื่อง นอกจากนี้จะเห็นว่าในช่วงปลายสัปดาห์ที่ แล้ว นักลงทุนบางส่วนก็เริ่มมีความวิตกต่อโอกาสที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อนอีกครั้ง แม้ว่าจะถูกบดบังด้วยการคาดการณ์ผลการดำเนินงานรายไตรมาสที่ดี แต่ก็ถือว่ายังเป็นอีก ประเด็นหนึ่งที่จะกดดันต่อความมั่นใจของนักลงทุนในช่วงถัดไปได้ ดังนั้น FSS จึงยังแนะนำ เพียงเข้าเทรดดิ้งในหุ้นที่ laggard กว่าตลาดฯ และเน้นที่หุ้น Domestic หรือ หุ้นที่คาดว่าจะจ่าย ปันผลครึ่งปีแรกในอัตราที่ดี เพื่อเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการแกว่งตัวผันผวนของ SET จากปัจจัยลบทั้งสองอย่างดังกล่าวได้บ้าง กลยุทธ์: ยังเน้นเลือกเทรดดิ้งเป็นรายหลักทรัพย์ และควรเริ่มมองหาจังหวะขายทำกำไร เมื่อ SET เข้าใกล้ 840 จุด โดยหุ้นที่ยังน่าสนใจในช่วงนี้ ได้แก่ KBANK, BBL, TUF, GFPT, RCL, HEMRAJ, PS, QH, CPALL, GLOBAL, BANPU, TTW, HANA, DELTA, TMB, CIMBT, SENA ส่วนหุ้นที่ยังถือต่อได้ แต่ไม่จำเป็นต้องไล่ราคา เช่น CPF, TVO, STA, NWR, GLOW, DCC, SPALI, AIT, CSL, KTB, KCE, KK, PTTEP, SCB, TCAP, ADVANC, PTTCH สำหรับหุ้นที่แนะนำให้เริ่มขายออกคือ KSL, CCET, AMATA, ITD, CNT, TPIPL, TTA, PSL, IVL, SAMART, SAMTEL, JAS
ประเด็นสำคัญวันนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเป็นบวกกับตลาด วันเสาร์ที่ผ่านมา จีนรายงานยอด ส่งออกเดือน มิ.ย. สูงกว่าตลาดคาดมาก สัปดาห์นี้ยงมีรายงานการยอดสินเชื่อเดือน มิ.ย. ตลาด คาดว่าจะชะลอลงจากเดือนก่อน เป็นข่าวดีที่ทำให้จีนยังไม่ขึ้น RRR อีกครั้ง และมีรายงาน GDP 1Q10 ซึ่งตลาดคาดว่ายังคงโตเป็นเลข 2 หลัก มีผลประกอบการ 2Q10 และหุ้น IPO ของ Agriculture Bank of China เข้าซื้อขายในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงวันที่ 15 และ 16 ก.ค. ตามลำดับ ส่วนยุโรปมีตัวเลขเงินเฟ้อที่คาดว่ายังไม่กดดันตลาด สำหรับไทย มีการประชุม กนง. คาดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่แนวโน้มการขึ้นอาจเร็วกว่าคาด เป็นผลลบกับธุรกิจเช่าซื้อ (TISCO กระทบน้อยกว่า KK) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นบวกกับแบงก์ใหญ่ (KBANK, SCB, BBL) นอกจากนี้ มีรายงานยอดขายรถ น่าจะออกมาดี เป็นบวกกับ SAT, STANLY, AH, STA, KCE, IHL (ติดตามได้ในรายงาน Special report ฉบับวันนี้) Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติกลับมาไหลเข้าเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ในช่วงปลาย สัปดาห์ที่ผ่าน โดยเฉพาะวันศุกร์ที่ผ่านมากระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าในตลาดหุ้นภูมิภาคมาก ขึ้น ส่วนใหญ่ไหลเข้าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินโดนีเชีย ส่วนตลาดหุ้นไทยเข้าซื้อสุทธิเล็ก น้อย ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีปัจจัยลบเข้าสู่ตลาด ในขณะที่นักลงทุนหันส่วนใหญ่หันมาเก็งกำไรผล ประกอบการไตรมาสที่ 2 ที่กำลังจะประกาศภายในเดือนนี้และอาจสูงกว่าคาดทำให้ตลาดหุ้นรี บาวด์ทั่วโลก แนวโน้มสัปดาห์นี้คาดว่ากระแสเงินทุนน่าจะยังไหลเข้าต่อเนื่อง แต่ปริมาณอาจไม่มาก เนื่องจากค่าเงินยูโรต่อดอลลาร์กลับมาอ่อนค่า เนื่องจากเข้าใกล้ช่วงประกาศผล Stress test ใน วันที่ 23 ก.ค นี้ แต่เราเชื่อว่าผลของ Stress test อาจไม่แย่อย่างที่คิด ประกอบกับตัวเลข เศรษฐกิจสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเป็นบวกต่อตลาด เช้าค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 32.35 บาท/ดอลลาร์ Technical View : “ดัชนีเริ่มขยับขึ้นมาปิดสูงกว่า 820 จุดได้เล็กน้อย โดยยังมีโอกาสที่ จะขยับแกว่งตัวในกรอบ 820-840 จุดอีกพัก ก่อนที่จะเริ่มเสี่ยงต่อการปรับตัวลงในตลาดขาลง จริงจัง ดังนั้นยังเทรดดิ้งได้แต่เน้นซื้อให้น้อยลง…” แนวรับ : 812-808** , 804*** แนวต้าน : 826-830**, 840***
Technical Picks: IHL (Bt 6.85 เป้าเทคนิค 7.50-8 cut loss ถ้าหลุด 6.50) TASCO (Bt 39.75 เป้าเทคนิค 44-45 cut loss ถ้าหลุด 39) TKS (Bt 2.88 เป้าเทคนิค 3.20-3.50 cut loss ถ้าหลุด 2.70)
|
Comments