Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 21/07/53
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 21/07/53 PDF Print E-mail
Wednesday, 21 July 2010 10:00

Market Recap and Trend: แม้ภาพระยะกลาง-ยาวยังดูดี...แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะ
สั้นๆ ไว้บ้าง
SET ปรับสูงขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 836 จุด และเริ่มมีแรงขายทำกำไรเข้ามา โดยแรง
ขายทำกำไรกระจายตัวในหุ้นเกือบทุกกลุ่ม ส่งผลให้ SET ปิดตลาดปรับลดลง 0.73% ที่
824.41 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นต่อเนื่อง 35,593 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อ
หุ้นสุทธิ 151 ล้านบาท ภาพระยะกลาง-ยาวของ SET จะยังดูดีโดยมีเป้าหมายการปรับสูงขึ้นที่
920 จุด ในระยะ 12 เดือน แต่ยังจำเป็นต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น เรายังคงประเมิน
แนวโน้ม SET ระยะกลาง-ยาวยังสดใสเนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่า
คาดล่าสุดธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเป็น
5.5% ในปีนี้ จากเดิม 4.0% ขณะที่คาดว่า ธปท.จะปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจในวันที่ 23
ก.ค.นี้ รวมไปถึงผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนที่ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ไว้ซึ่งทำให้เราคาดว่าจะเห็นการปรับประมาณการกำไรและมูลค่าพื้นฐานหุ้นหลายๆ กลุ่มใน
ช่วงนี้ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงานที่อาจมีผลการดำเนินงาน 2Q53 ไม่ดีนัก

Investment Strategy: หุ้นกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าตลาดต่อไป...เลื่อนจุด Trailing
Stop มาที่ 818 จุด
เนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานหุ้นกลุ่มพลังงานคาดว่าจะออกมาไม่ดีนัก โดย
เฉพาะหุ้นกลุ่มโรงกลั่น (TOP, PTTAR, IRPC) ซึ่งมีแนวโน้มถูกปรับลดประมาณการกำไรและ
มูลค่าพื้นฐานลงจากเดิม ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าตลาดตั้งแต่ปลายเดือน
พ.ค. ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าตลาดต่อไปในช่วงประกาศผลการดำเนินงาน
2Q53 ทั้งนี้ถ้าพิจารณาตั้งแต่ 25 พ.ค. จะเห็นว่า SET +15%, อสังหาฯ +35%, ICT +21%,
วัสดุก่อสร้าง +15%, ธนาคาร +15%, ขณะที่ พลังงาน +6% เท่านั้น...สำหรับกลยุทธ์การลงทุน
เรายังแนะนำถือหุ้น 80% ของพอร์ตต่อไป และแนะนำ Lets the profit run โดยเลื่อนจุด
Trailing Stop ขึ้นมาที่ 818 จุด...สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ เลือกกลุ่มหุ้นที่มีผลการดำเนินงาน
2Q53 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ได้แก่
DTAC – ซื้อ ประกาศกำไร 2Q53 เท่ากับ 2.44 พันล้านบาท ดีกว่าที่คาดไว้ 11% และ
ยังมีประเด็นบวกไม่ว่าเป็นการอนุญาตสัปทาน 3G หรือเปิดใช้ไลเซ่น 2G ใหม่
BBL – ซื้อ ประกาศกำไร 2Q53 เท่ากับ 6.8 พันล้านบาท ดีกว่าที่ตลาดคาการณ์ไว้
KTB – ซื้อ ประกาศกำไร 2Q53 เท่ากับ 3.4 พันล้านบาท อัตราการขยายตัวสินเชื่อสูง

Futures Strategy :
แนะนำ เปิด/ถือ สถานะ SHORT โดยมี Trailing Stop ที่ 555 จุด (ดูรายละเอียดใน
Derivative Strategy)

AUTO :
เพิ่ม TRUE และ BBL เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks

Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน -0.6% ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทน
SET ที่ +0.8% (Update วันที่ 19 ก.ค. 53)
พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน -0.6% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา
ผลตอบแทน +0.8% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนต่ำกว่า SET อยู่ 1.4% ในขณะที่
ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +193% ดีกว่าตลาดที่ให้
อัตราผลตอบแทน +18% อยู่ 148% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา CPALL เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบ
แทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +2.6%…สำหรับสัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 4 ตัวต่อเนื่องจาก
สัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) CPALL (การขยาย
สาขา และเพิ่มกำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน) BBL (คาดผลการดำเนินงาน 2Q53
ออกมาดีตามเศรษฐกิจที่ขยายตัว และบันทึกกำไรจากการขายหุ้น ACL ประมาณ 2 พันล้าน
บาท) และ PTTCH (กำไรขยายตัวสูง 100% ปี 53 และ 50% ปี 54 และมีลุ้นข่าวดีจากการ
ปลดล็อกโครงการโรงแยกก๊าซ 6 จากโครงการที่มีอันตรายในเขตมาบตาพุด) ขณะที่เราเพิ่ม
ADVANC เข้ามาพอร์ต (คาดรับปันผลระหว่างกาล 3 บาท/หุ้น) นำ TUF และ TICON
ออกจากพอร์ต เนื่องราคาหุ้นปรับสูงขึ้นเข้าใกล้มูลค่าพื้นฐานแล้ว

ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.74% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิด
เพิ่มขึ้น 1.14% โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ปรับตัวขึ้น 2.2% ขณะที่นักลงทุน
เข้าช้อนซื้อหุ้นดังกล่าวหลังการร่วงลงในช่วงเช้าจากข่าวผลประกอบการรายไตรมาสร่วง 82% ซึ่ง
รุนแรงเกินคาด นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่ายังมีแรงซื้อในช่วงท้ายตลาด จากการคาดการณ์ที่
ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินการเพื่อกระตุ้นการปล่อยกู้โดยยกเลิกการจ่ายดอกเบี้ยทุน
สำรองส่วนเกินที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับเฟด
ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ปิด
เพิ่มขึ้น 90 เซนต์ หรือ 1.18% มาปิดที่ 77.44 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันได้รับแรง
หนุนในช่วงท้ายตลาดจากการที่ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐคาดการณ์ว่า มีโอกาส 60 % ที่
คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกใกล้เปอร์โตริโกและสาธารณรัฐโดมินิกันจะทวีความรุนแรงขึ้นจน
กลายเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนในเวลา 1-2 วันข้างหน้า
ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไรหลังยูโรปรับตัวขึ้นในช่วง
ที่ผ่านมาก่อนเปิดเผยการทดสอบภาวะวิกฤติ (stress test) ของธนาคารยุโรป ขณะที่ความวิตก
ที่ว่าผลการทดสอบภาวะวิกฤติที่จะเปิดเผยในวันศุกร์นี้จะบ่งชี้ว่า ธนาคารบางแห่งจำเป็นต้อง
เพิ่มทุน นอกจากนี้ ยูโรร่วงลงรุนแรงขึ้นหลังฮังการีขายตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือนได้จำนวนน้อยกว่า
คาด
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 29 จุดมาที่ 1761 จุด ความต้องการขนส่งสินค้า
เกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมี
แนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดัน
โดยอุปทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้น
แล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะ
มีจำนวนกองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ
ปัจจุบัน                




Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1164
mod_vvisit_counterAll days1164

We have: 1162 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.216.141
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 20, 2026

4259640