Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 27/07/53
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 27/07/53 PDF Print E-mail
Tuesday, 27 July 2010 11:35

แม้ทางด้านต่างประเทศจะดูดีขึ้น แต่สถานการณ์ภายในประเทศยังกดดัน...
แนวโน้ม: ผลการทำ Stress Test ของยุโรปออกมาค่อนข้างดีเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
โดยมีแบงก์ที่ไม่ผ่านการทดสอบเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่นักลงทุนคาดการณ์กันมา
พอสมควรแล้วในช่วงหลัง ทำให้ตลาดหุ้นต่างประเทศสะท้อนในเชิงบวกไม่มากนัก ในขณะที่ตัว
เลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่เริ่มดูดีขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับผลประกอบการของธุรกิจต่างๆ ในสหรัฐที่
ยังดีต่อเนื่องดูจะมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นมากกว่า ทำให้ดัชนีดาวโจนส์ขยับบวกต่อเนื่องตั้งแต่ปลาย
สัปดาห์ที่แล้วจนกระทั่งถึงเมื่อคืนนี้ ซึ่งตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียก็สามารถบวกตามขึ้นมาได้ใน
ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยหยุด แต่ก็ถือว่ากรอบการขึ้นส่วนใหญ่ยังค่อนข้างจำกัดและมีการแกว่งตัวใน
ระหว่างวันค่อนข้างมาก ทำให้เราคาดว่าการที่ SET ปิดทำการไปเมื่อวานนี้ไม่น่าจะช่วยส่งให้
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้บวกได้มากกว่าเพื่อนบ้านมากนัก รวมทั้งในช่วงวันหยุดยังมีเหตุการณ์ลอบวาง
ระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ชุมชนพอควร จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 8 รายและเสีย
ชีวิต 1 ราย แสดงถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงไม่นิ่ง ซึ่งย่อมหมายความว่าการคาดหวังว่า
จะมีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ กทม.เร็วๆ นี้นั้นน่าจะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ดังนั้น FSS จึง
คาดว่าแนวโน้มที่ SET จะเริ่มปรับพักตัวลงในเร็วๆ นี้ยังมีความเป็นไปได้มากกว่า จึงยัง
มองกรอบแกว่งของตลาดอยู่ระหว่าง 820-840 จุดโดยประมาณต่อไป และมีโอกาสที่จะหลุดลง
ไปต่ำกว่าได้ด้วย
กลยุทธ์: ดังนั้นเราจึงยังแนะนำให้ทยอยขายทำกำไรต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นที่ราคาตลาด
ขยับขึ้นมาแรงมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา จากนั้นเน้นถือเงินสดไว้ก่อน ส่วนหุ้นที่ยังพอมีจังหวะลุ้น
ขยับขึ้นได้บ้างในช่วงนี้ ได้แก่ ROJNA, MCOT, BEC, SSI, TSTH, TKS, BECL, PDI,
MINT และ TICON เป็นต้น ส่วนหุ้นในกลุ่มรับเหมาถือว่าขยับขึ้นมาแรงแล้ว จากนี้ไปต้องเริ่ม
ระวังแรงขายด้วย

ประเด็นสำคัญวันนี้
ผล Stress Test ออกมาดีและดีเกินกว่าที่หลายฝ่ายคาด โดย CEBS ระบุว่ามี 7
แบงก์ใน 91 แบงก์ที่สอบตก ซึ่งได้แก่ 1 แบงก์ในเยอรมนี 1 แบงก์ในกรีซ และ 5 แบงก์ของ
สเปน โดยทั้ง 7 แบงก์มี Tier 1 ต่ำกว่าเกณฑ์ 6% ทำให้ต้องเพิ่มทุนรวมกัน 3.5 พันล้านยูโร
(US$4.5 พันล้านเหรียญ) คิดเป็นเพียง 1 ใน 10 ที่นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดไว้ จุดอ่อนของการ
ทำ Stress Test ครั้งนี้คือไม่ได้ทดสอบ Liquidity risks และตั้งสมมติฐานว่าไม่มีการหยุดพัก
ชำระหนี้ (No sovereign default risk) แต่เรามองว่า อย่างน้อยก็ทำให้ตลาดสามารถประเมิน
ความเสี่ยงในระยะสั้นได้
การเมืองในประเทศกลับมาเป็นความเสี่ยงอีกครั้งจากระเบิดที่เกิดขึ้นที่หน้าห้าง
BigC สาขาราชดำริภายหลังประกาศผลการเลือกตั้งซ่อม สส. กทม. เขต 6 ที่ปรากฏว่าพรรคประ
ชาธิปัตย์ชนะ และหากมีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน เรากลับไม่ได้มองว่าเป็นข่าวดีแต่อาจเป็นปัจจัย
กระตุ้นให้ความขัดแย้งทางการเมืองกลับมาอีก    
ไฮไลท์สัปดาห์นี้อยู่ที่วันศุกร์+ผลประกอบการ ศุกร์นี้ ธปท. รายงานเศรษฐกิจเดือน
มิ.ย. และสหรัฐฯ รายงาน GDP 2Q10 (คาดการณ์ครั้งแรก) นอกจากนี้ มี บจ. ที่ประกาศผล
ประกอบการคือ TPC, SCC, PTTEP, DCC, SSI, TUF
หลังจากที่เราปรับประมาณการกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีลง ทำให้ EPS growth
ของตลาดในปีนี้เติบโต 12% ลดลงจากเดิมที่ +15% แต่ปีหน้าโตเพิ่มขึ้นเป็น +18% จากเดิม
+16% เพราะฐานปีนี้เล็กลง เรายังคงเป้า SET 860 จุดสิ้นปีนี้ และ 1,100 จุดสิ้นปีหน้า  
Regional Foreign Fund Flow สัปดาห์ที่ผ่านมาไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน
และมีปริมาณการไหลเข้ามากขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ที่สำคัญนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ
ในตลาดหุ้นไทยมากกว่าปกติ สาเหตุสำคัญน่าจะมาจากตัวเลขผลประกอบการที่ส่วนใหญ่ออกมา
ดีกว่าคาด แม้ตัวเลขเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอแต่ก็ไม่ได้น่ากลัวมากกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ผลการ
ทดสอบแบงก์ในยุโรปออกมาดี แสดงให้เห็นว่าระบบการเงินในยุโรปไม่น่าจะมีปัญหามากกว่า
คาด แม้เศรษฐกิจจะยังไม่ดีขึ้น ส่งให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้นจะทำให้เม็ดเงิน
ไหลจากตลาดพันธบัตรสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น ค่าเงินยูโรยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์
สหรัฐ รวมถึงค่าเงินในภูมิภาคและค่าเงินบาทก็แข็งค่าด้วยเช่นกัน ดังนั้นแนวโน้ม Fund Flow
น่าจะไหลเข้าต่อเนื่องและค่อยเป็นค่อยไป

Technical View : “แม้ว่าตลาดอาจขยับขึ้นได้ดีกว่าคาด แต่รูปแบบกราฟดัชนีและ
สัญญาณต่างๆ ยังน่าห่วงต่อการที่จะเริ่มปรับตัวลงไปทดสอบแนวรับต่างๆ ต่อได้ ดังนั้น SET
ขยับขึ้นยังเน้นขายทำกำไรดีกว่า...”
แนวรับ    :   835-830* , 825-820** , 818***   
แนวต้าน  :   842** , 845-850***

Technical Picks:
TICON (Bt 11.20 เป้าเทคนิค 13 cut loss ถ้าหลุด 10.50)
MINT (Bt 10.90 เป้าเทคนิค 12.50 cut loss ถ้าหลุด 10.30)
EMC (Bt 1.21 เป้าเทคนิค 1.32 cut loss ถ้าหลุด 1.19)





Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1038
mod_vvisit_counterAll days1038

We have: 1036 guests online
Your IP: 216.73.216.173
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 14, 2026

4250296