Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 27/07/53
บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 27/07/53 PDF Print E-mail
Tuesday, 27 July 2010 11:41

กลยุทธ์การลงทุน
แรงกดดันจากภายนอกเริ่มลดลง คาดว่าหุ้น Global Plays ผ่านจุดต่ำสุด แต่ทั้งนี้ยัง
ให้น้ำหนักหุ้น Domestic Plays ได้แก่ หุ้นสื่อสาร (ADVANC, DTAC) ธ.พ. (BBL, KBANK
และ TCAP) ค้าปลีก (MAKRO, BIGC, ROBINS) และโรงแรม (MINT) พร้อมกับแนะนำหุ้น
ปันผลที่ Laggard คือ SHIN, ADVANC, BCP, MK, GLOW และ TCAP    

ตลาดหุ้นโลกตอบรับเชิงบวกต่อ Stress Test ในยุโรป แต่ยังต้องรอพิสูจน์ต่อไป
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการผู้ตรวจสอบการธนาคารยุโรป(CEBS) ได้
รายงานผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ซึ่งเป็นการทดสอบว่าภายใต้สถานการณ์
เศรษฐกิจที่ทรุดตัวลง (GDP growth ลดลงตามแผนการลดการขาดดุลงบประมาณ) และกดดัน
ให้มูลค่าพันธบัตรของรัฐบาลที่ถือครองอยู่ ลดลงในอัตราต่าง ๆ จะส่งผลกระทบต่อฐานะเงินกอง
ทุนของธนาคารพาณิชย์ในยุโรปอย่างไร กล่าวคือ จะต้องมีสัดส่วนเงินกองทุนขั้นที่ 1 (1st Tier)
ไม่ต่ำกว่า 6% ของสินทรัพย์เสี่ยง ผลปรากฏว่าธนาคารที่ผ่านการทดสอบ มีทั้งสิ้น 84 แห่งจากที่
ทำการทดสอบ 91 แห่ง (จากธนาคารในยุโรปทั้งหมด 140 แห่ง) มีธนาคารที่ไม่ผ่านการทดสอบ
7 แห่ง ได้แก่ HyPo Real Estate จากเยอรมนี, ATE Bank ของ กรีซ และอีก 5 แห่ง จาก
สเปนคือ Banca Civica, Cajasur, Diada, Espiga และ Ennim แม้ผลการทดสอบจะได้รับ
การตอบรับเชิงบวก และผ่อนคลายความกังวลต่อการออกหุ้นกู้ของประเทศในยุโรป แต่ก็ยังมี
ประเด็นสงสัยในการวิเคราะห์โดยการแบ่งแยกระหว่างธนาคารพาณิชย์ที่แข็งแรง กับธนาคาร
พาณิชย์ที่อ่อนแอ จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจใน 2H53 อย่างไร
ก็ตามผลของ Stress Test  ช่วยหนุนให้เงินยูโร และสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะน้ำมัน ได้ฟื้นตัว
นับตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา  จึงเป็นไปได้ที่สัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า
(Nymex) จะฟื้นตัวต่อ โดยขึ้นมายืน 80 เหรียญฯ อีกครั้ง โดยหนุนตลาดหุ้นโลกให้ฟื้นตัวอีกครั้ง
ซึ่งอาจจะต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้ โดยคาดว่า  DJIA, NASDAX น่าจะมีโอกาสฟื้นตัวราว  7%
และ 10% ตามลำดับ เชื่อว่าจะทำให้หุ้น Global Plays  เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจของตลาดอีก
ครั้ง โดยนักลงทุนที่มีหุ้นกลุ่มนี้อยู่แนะนำให้ถือรอการฟื้นตัว หลังเชื่อว่าราคาหุ้นตอบรับความเสี่ยง
ไปมากแล้ว   

หุ้น ธ.พ. ยังนำตลาด คาดหวังสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในงวด 2H53
หลังจากที่นักวิเคราะห์กลุ่ม ธ.พ. ได้พบ และฟังถึงนโยบายการดำเนินธุรกิจของ ธ.พ.
ไทยหลายแห่ง (KTB, SCB) ในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้ พบว่ายังคงสอดคล้องกับมุมเดิม ที่เคย
นำเสนอไปก่อนหน้านี้ว่า ศักยภาพการปล่อยสินเชื่อของ ธ.พ  ยังมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องจากงวด
2Q53  โดยนอกเหนือจากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ภายใต้แผนการลงทุนภาครัฐ  เช่น การ
ประมูลรถไฟฟ้า ช่วยกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนแล้ว การขยายตัวของสินเชื่อของภาค
เอกชนในธุรกิจสื่อสาร โดยเฉพาะความคืบหน้าในการประมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ    3.9G ซึ่ง
คาดว่าจะต้องใช้สินเชื่ออย่างน้อย 50% ของเงินประมูลครั้งแรกเกือบ 4 หมื่นล้านบาท การสนับ
สนุนการเงินในกิจการต่างประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนการซื้อ/ควบรวมกิจการในต่าง
ประเทศ  (M&A) และธุรกิจการลงทุนต่างประเทศ (CP Group) ขณะที่ไตรมาส 3 เป็นฤดูกาล
ส่งออก ทำให้การขยายตัวของสินเชื่อขนาดกลางและเล็ก (SME) สดใส ทำให้คาดว่าสินเชื่อโดย
รวมในปี 2553 จะอยู่ที่ 7.6% จากเดิมที่ทำไว้ 7% บวกกับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น (โดย ธปท.
คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในการประชุมอีก 3 ครั้งที่เหลือจนถึงสิ้นปี 2553) น่าจะส่งผลบวก
ต่อ ธ.พ. ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์กลุ่ม ธ.พ. อยู่ระหว่างการทบทวนเพื่อปรับเพิ่มประมาณการกำไร
ของกลุ่ม ธ.พ. ในปี 2553 และ 2554 จากเดิมที่คาดว่า EPS Growth ของกลุ่มจะเติบโต
10% และ 19% ตามลำดับ ทั้งนี้ยังให้น้ำหนักลงทุนมากกว่าตลาด...Top picks คือ BBL,
KBANK และ TCAP    

เน้นลดน้ำหนักหุ้นอสังหาฯ และไปซื้อหุ้น Domestic Plays เช่น ค้าปลีก และโรงแรมแทน
ดังที่กล่าวข้างต้นแล้วว่าดอกเบี้ยนโยบายจะมีโอกาสขึ้นอีกอย่างน้อย 2 ครั้งในระยะที่
เหลือ 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งจากการศึกษาของนักวิเคราะห์เชิงปริมาณพบว่าก่อนการขึ้นดอกเบี้ย 1-
2 เดือน หุ้นมักจะตก นำโดยหุ้นกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย เนื่องจากโครงสร้างหนี้สินต่อทุนสูงของบาง
แห่งที่สูง (MJD 1.44 เท่า, PF 0.87 เท่า, QH 0.74 เท่า และ SIRI 0.68 เท่า) ซึ่งนัก
วิเคราะห์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้ทยอยลดน้ำหนักหุ้นลงจากเดิมเหลือน้อยกว่าตลาด โดยได้ลดคำ
แนะนำหุ้น LPN, SPALI, AP ลงในช่วงที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะปรับหุ้นอื่น ๆ ลดลงอีก
ได้แก่ PS เนื่องจากราคาหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว (ติดตามอ่านบทวิเคราะห์ Industry Update วันนี้)  
ตามด้วยกลุ่มรถยนต์ เพราะบางแห่งมีภาระหนี้สินสูง เช่น YNP มี Net Gearing 8 เท่า (สวนที่
เหลือต่ำกว่า 1 เท่า เช่น AH, SAT ทั้งนี้คาดว่าน่าจะเป็นผลจิตวิทยาเชิงลบจากการขึ้นดอกเบี้ย)
ทั้งนี้ให้ปรับพอร์ตการลงทุน โดยหันไปลงทุนในหุ้นที่เริ่มฟื้นตัวเช่น โรงแรม CENTEL และหุ้น
ในกลุ่มท่องเที่ยวที่ Laggard ได้แก่ MINT ตามด้วยธุรกิจที่มีฐานะเงินสดสุทธิ ได้แก่ ธุรกิจค้า
ส่ง-ค้าปลีก เช่น MAKRO  เป็นต้น

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1055
mod_vvisit_counterAll days1055

We have: 1051 guests online
Your IP: 216.73.216.173
Mozilla 5.0, 
Today: Jun 13, 2026

4248480