|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/08/53
|
|
|
|
|
Monday, 23 August 2010 10:04 |
|
Market Recap and Trend: แม้ GDP 2Q53 จะยังขยายตัวดีต่อเนื่อง...แต่ Upside ของ SET เริ่มจำกัดมากขึ้นๆ แล้ว แม้ว่าตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่จะปรับลดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ด้วยกระแส เงินทุนที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ SET ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องอีก 0.31% ที่ 893.92 จุด ด้วย มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นต่อเนื่อง 40,235 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 1,870 ล้านบาท สำหรับ SET ในระยะสั้นมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกมาจากการ ไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม Upside ของ SET เริ่มจำกัดเมื่อพิจารณา จากเป้าหมายทางพื้นฐานที่ 920 จุด ทั้งนี้ค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 31.5 บาท/ดอลลาร์ฯ เช้านี้ ยังถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อแนวนั้มการไหลเข้าของเงินทุน และการปรับสูงขึ้น ของ SET อย่างไรก็ตามแม้ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP 2Q53 ที่จะประกาศ เช้าวันนี้โดยสภาพัฒน์ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ช่วง 6-8% หรือสูงต่อเนื่องจาก 1Q53 ที่ขยายตัว 12% แต่เมื่อเราพิจาณราจากเป้าหมายทางพื้นฐานของ SET ที่ 920 จุด (อิงวิธี Bottom-Up) จะเห็น ว่า SET มี Upside ค่อนข้างจำกัดมากในปัจจุบัน และถ้าพิจารณาจากหุ้นภายใต้ AYS Coverage จะเห็นว่ามีจำนวนหุ้นมากถึง 49% ที่ราคาหุ้นเต็มมูลค่าไปแล้วและมีจำนวนหุ้น เพียง 25% เท่านั้นที่ยังให้ Upside Gain มากกว่า 10%
Investment Strategy: ติดตามทิศทางการไหลเข้าของเงินทุนอย่างใกล้ชิด และเลื่อนจุด Trailing Stop ขึ้นมาที่ 875 จุด เนื่องจากเรามองว่า SET ที่ระดับปัจจุบันเริ่มมี Upside ที่ค่อนข้างจำกัดมาก ทำให้ เราคงแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุนช่วงนี้มากขึ้น และติดตามทิศทางการ ไหลเข้าของเงินทุน หรือทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทใกล้ชิดมากชึ้น ขณะที่ยังจำเป็น ต้องตั้งจุด Trailing Stop ไว้ต่อเนื่องเพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการพักฐานของ SET ในระยะสั้น ทั้งนี้เราเลื่อนจุด Trailing Stop ขึ้นมาที่ 875 จุด จากสัปดาห์ที่แล้วที่ 870 จุด โดยในกรณีที่ SET ปิดตลาดต่ำกว่า Trailing Stop เราแนะนำนักลงทุนลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตเหลือ 60% จาก 80% ของพอร์ต สำหรับประเด็นโครงการลงทุน 18 ประเภทที่มีความรุนแรงที่จะมีข้อสรุป วันนี้มองว่าเป็นปัจจัยบวกในเชิง Sentiment ต่อ PTT, PTTCH, และ SCC เท่านั้น...สำหรับ หุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่...... • PSL – ค่าระวางเรือปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่าผลการดำเนินงานจะผ่านจุดต่ำสุด ในปีนี้จำนวนเรือที่เพิ่มขึ้นในปีหน้าจะหนุนกำไรขยายตัว 17%
Futures Strategy : ถือ สถานะ LONG โดยคงจุด Trailing Stop ไว้ที่ 603 จุด ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน (ดูรายละเอียดใน Derivative Strategy)
AUTO : เพิ่ม MAKRO, TUF และ KBANK เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks
Recommended Portfolio: พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +4.4% ดีกว่าอัตราผลตอบแทน SET ที่ +3.7% (Update วันที่ 23 ส.ค. 53) พอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทน +4.4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ SET มีอัตรา ผลตอบแทน +3.7% หรือพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า SET อยู่ 0.7% ในขณะที่ ถ้าพิจารณาตั้งแต่จัดทำพอร์ตจำลอง (ก.ย. 49) มีอัตราผลตอบแทน +223% ดีกว่าตลาดที่ให้ อัตราผลตอบแทน +27.4% อยู่ 153% ขณะที่ถ้าพิจารณาตั้งแต่ต้นปีพอร์ตจำลองมีอัตราผลตอบ แทน 40.2% ดีกว่าผลตอบแทน SET ที่ 21.7% อยู่ 18.5% โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา CPALL และ ADVANC เป็นหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในพอร์ตหรือมีอัตราผลตอบแทน +9.2% และ 4.6% ตามลำดับ…สำหรับสัปดาห์นี้ถือหุ้นทั้ง 4 ตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ได้แก่ STANLY (ได้รับผลดีจากหอุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว) BBL (ได้ปรับประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจขยาย ตัวโดยตรงผ่านการขยายตัวสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียม) CPALL (การขยายสาขา และเพิ่ม กำไรขั้นต้นส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน) ADVANC (มีปัจจัยบวกจากความชัดเจนมาขึ้นกรณี สัมปทาน 3G)
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 0.56% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.37% โดยหุ้นฮิวเล็ตต์-แพ็คการ์ด ถ่วงดัชนีดาวโจนส์มากที่สุด หลังโบรกเกอร์หลายรายได้ ปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นของบริษัท อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์สำหรับผลิตภัณฑ์ ด้านเทคโนโลยี ขณะที่ข้อมูลด้านการจ้างงานและการผลิตในภูมิภาคที่อ่อนแอ ยังคงเป็นประเด็น สำคัญ ขณะที่นักลงทุนพูดถึงประเด็นที่ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะชะลอความแรงมากเพียงใด ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ก.ย. ปิดลด ลง 97 เซนต์ หรือ 1.3% มาปิดที่ 73.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ของสหรัฐในสัปดาห์ที่ แล้วทำให้เกิดความไม่แน่ใจต่อความสามารถของสหรัฐที่จะใช้สต็อกน้ำมัน ที่มีจำนวนสูงสุดในรอบ 2 ทศวรรษ นอกจากนี้ การฟื้นตัวที่เปราะบางอยู่แล้วของเศรษฐกิจสหรัฐ ยังเผชิญแรงกดดันใหม่ หลังจากผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกมีจำนวนเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุด ในรอบ 9 เดือนในสัปดาห์ที่แล้ว และภาคการผลิตในเขตมิด-แอตแลนติกหดตัวลงในเดือน ส.ค. ซึ่งทำให้ตลาดวิตกถึงอันตรายจากภาวะอุปทานที่มีมากเกินไป ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบสกุลเงินหลัก ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น ขณะที่นักลงทุนมีความวิตก มากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก และการร่วงลงของราคาหุ้นก็ส่งผลให้นักลงทุนหันมาสนใจดอลลาร์ ในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ขณะเดียวกัน ยูโรร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ หลังนายอเล็กซ์ วีเบอร์ สมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่า ECB ควรจะ ขยายนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลาย ซึ่งทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ มากขึ้นต่อไปในยูโรโซน นอกจากนี้ ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเยน โดยมีแรงหนุนจากการ คาดการณ์ที่ว่าทางการญี่ปุ่นอาจจะดำเนินการเพื่อสกัดการแข็งค่าของเยน ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 112 จุดมาที่ 2756 จุด ความต้องการขนส่งสินค้า เกษตรลดลงตามปัจจัยฤดูกาล กอปรกับกองเริ่มใหม่เพิ่มเข้ามา ยังคงกดดันให้ค่าระวางเรือมี แนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะนี้ โดยภาพรวมทิศทางค่าระวางเรือจนถึงสิ้นปีนี้ยังคงถูกกดดันโดยอุป ทานกองเรือใหม่ที่เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีกองเรือใหม่เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 12% ของ DWT เรือทั้งหมดที่มีกำหนดส่งมอบ ซึ่งหากมีการส่งมอบตามกำหนดการ จะมีจำนวน กองเรือที่เพิ่มขึ้นจนถึงปี 55 คิดเป็น DWT เพิ่มขึ้นกว่า 57% ของกองเรือที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน
|
Comments