| Daily View - บล.กสิกรไทย |
|
|
|
| Wednesday, 31 August 2011 10:15 | |||
|
7 ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไตรมาสที่ 4
ประเด็นบวกที่จะเข้ามาจากนี้จนถึงสิ้นปีจะประกอบไปด้วย 1) Fed อาจจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมนโยบายดอกเบี้ยครั้งหน้าในวันที่ 20-21 ก.ย. 2) แผนช่วยเหลือ EU น่าจะได้ข้อสรุปเรื่องเงินช่วยเหลือภายในเดือนต.ค. ซึ่งเราเชื่อว่าเยอรมัน ฝรั่งเศส EU รวมถึง IMF จะบรรลุข้อตกลงกันได้ 3) กนง. ของไทยก็อาจไม่ขึ้นดอกเบี้นในการประชุมนโยบายดอกเบี้ยครั้งหน้าในวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งเป็นข่าวดีต่อกลุ่ม domestic play 4)ในช่วงเดือนพ.ย. จะเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3/54 ซึ่งเราคาดว่าจะออกมาดี 5)ในเดือนก.ย.จะเป็นฤดูกาลการจ่ายเงินปันผลซึ่งจะเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นประมาณ 5 หมื่นล้านบาท 6) ในช่วงเดือนธ.ค. สถาบันจะเป็นผิ้ซื้อสุทธิจากการเข้าซื้อกองทุน LTFดังนั้นเรายังเชื่อว่าในช่วงไตรมาสที่ 4/54 จะมีข่าวดีเข้ามากระตุ้นตลาดเพียงพอ ซึ่งทั้งสองเรื่อง 7) จากนี้จนถึงสิ้นปีจะมีการเก็งกำไรเรื่องนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดภาษีนิติบุคคลลงเหลือ 23% ดังนั้นเรายังมั่นใจว่า SET index ยังมีโอกาสขึ้นไปที่ 1200-1250 จุดได้ในสิ้นปีนี้แม้ว่าตลาดบางช่วงเวลาอาจถูกกดดันจากความเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังชะลอตัวลง หรือปัญหาหนี้สินในยุโรปก็ตามกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: เราเชื่อว่าในช่วงเดือนก.ย. ตลาดจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway โดยมี downside ไม่ต่ำกว่า 1000 จุด และ upside อยู่ที่ 1100 จุด ดังนั้นกลยุทธ์คือขึ้นขายลงซื้อ โดยยังแนะนำให้ซิ้อเก็งกำไรได้อยู่ ลุ้น rebound จากการคาดการณ์ว่าตัวเลข PMI ของจีน และ กลับไปยืนเหนือ 1060 จุดอีกครั้งหนึ่ง โดยเราแนะนำให้เริ่มหันมาลงทุนหุ้นในกลุ่ม commodity เนื่องจากเรามอง downside ที่เริ่มจำกัดของราคาน้ำมัน แนะนำ BANPU PTT นอกจากนี้ยังให้เก็งกำไร KSL จากผลกำไรที่คาดว่าจะออกมาดี (ประกาศกลางเดือนก.ย.) DTAC ADVANC LOXLEY จากการจัดตั้งกสทช. ที่จะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ PS LPN SPALI TISCO จากถ้อยแถลงของธปท. ที่พอตีความได้ว่าดอกเบี้ยอาจถึงจุดสูงสุดเร็วกว่าที่เราคาด ITD RS HMPRO จากผลบวกเรื่องนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ สุดท้ายอาจเก็งกำไรหุ้นปันผลเช่น MAJOR MCOT RATCH TTW BAFS เป็นต้นอย่างไรก็ตามการเก็งกำไรควรมีจุด stop loss ตามสัญญาณทางเทคนิคประกอบด้วย
กลยุทธ์การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน): แม้ว่าเราจะมองตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงในช่วงไตรมาสที่ 3/54 แต่เรายังคงมีมุมมองเหมือนเดิมว่า ตลาดหุ้นยังมีโอกาสขึ้นไป1250 จุด ในไตรมาสที่ 4 ดังนั้นแนะนำให้ถือหุ้นพอร์ตต่อไป และการปรับฐานเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมหุ้นเพิ่ม โดยยังคงแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นในกลุ่ม domestic play
ECONOMICS & POLITICS - นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความจำเป็นที่เอกชนต้องช่วยส่งเสริมให้แรงงานมีรายได้สูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับประสิทธิภาพแรงงาน เพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนในประเทศ เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจในประเทศเติบโต(จีดีพี) อยู่ที่ 3-4% แต่ยืนอยู่บนการพึ่งพาภาคส่งออก - นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาคสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เผยนโยบายการชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันชั่วคราวจะทำให้เงินเฟ้อในเดือน ก.ย.ลดลง 0.5%โดยยังไม่รวมมาตรการอื่นๆ คาดว่าปีนี้เงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 3.8% (ไม่รวมการลดราคาน้ำมัน) - นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยถึงการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 55 ว่าน่าจะอยู่ที่ 2.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยประมาณการไว้ที่ 1.9 ล้านล้านบาท กรอบงบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านบาทกำหนดการขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 3.5 แสนล้านบาท - ตลท.เผยไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปีนี้ มีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ทำยอดขายและกำไรสุทธิสูงสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 49 บริษัท แบ่งเป็น บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ (SET) จำนวน 39 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) 10 บริษัท - นายวรรณชัย ไพบูลย์บารมี ผู้อำนวยการด้านการเงินและทรัพยากรบุคคล แมนพาวเวอร์กรุ๊ป บริษัทจัดหางานชั้นนำของโลก เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดแรงงานไทยในปัจจุบันมีอัตราการว่างงานเพียง0.8% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไทยยังประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานตั้งแต่ในส่วนระดับผู้บริหารไปจนถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจบริการ
ประเด็นการเมือง - "เฉลิม" แย้ม 7 วันได้เห็น ผบ.ตร. คนใหม่ พร้อมตำหนิกรมตำรวจยุค "วิเชียร" ปล่อยบ่อนผุดทั่วประเทศ - กัมพูชาออกแถลงการณ์ยินดีเปิดเจรจา "ยิ่งลักษณ์" ถกพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย อ้างเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของสองประเทศ ออกตัวแทน "ทักษิณ" ยันไม่เคยมีผลประโยชน์ร่วม แถมซัดรัฐบาลอภิสิทธิ์ส่ง "สุเทพ"ดอดเจรจาลับหลายรอบ แต่กลับกล่าวหาคนอื่น
INDUSTRY NEWS - กลุ่มน้ำมัน: คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) มีมติเห็นชอบให้ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์เพื่อทำให้ราคาถูกกว่าน้ำมันกลุ่มเบนซิน จูงใจให้เกิดการใช้แก๊สโซฮอล์มากขึ้น โดยปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลง 1.07 บาท/ลิตร จากเดิมจัดเก็บอยู่ 2.40 บาท/ลิตรมาอยู่ที่ 1.40 บาท/ลิตร - กลุ่มพลังงาน: กระทรวงพลังงาน เล็งลอยตัวก๊าซแอลพีจี-เอ็นจีวีภาคขนส่งในปีนี้ แลกจ่ายชดเชยขายปลีกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าเบนซิน 91 ลงลิตรละ 3-4บาท กบง. ยอมรับกองทุนน้ำมันฯ สูญรายได้เดือนละกว่า400 ล้านบาท "พิชัย" ระบุต้องเปลี่ยนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบเพื่อความเป็นธรรม พร้อมออกบัตรเครดิตพลังงาน ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ขณะที่สนพ.รับมีแผนลอยตัวแอลพีจีที่กิโลกรับละ 30 บาท จากปัจจุบัน กิโลกรัมละ 18.13 บาท - กลุ่มยานยนต์: กรมสรรพสามิตได้รายงานเงื่อนไขการคืนภาษีรถยนต์คันแรกตามนโยบายรัฐบาลที่จะให้คืนภาษีสรรพสามิตไม่เกิน 1 แสนบาท กับรถยนต์ที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยเงื่อนไขสำคัญคือ การคืนภาษีจะให้คืนผ่านกรมสรรพากรเป็นเวลา 5 ปี โดยผู้ที่จะเข้าโครงการนี้ได้จะต้องอยู่ในระบบภาษีของกรมสรรพากรเท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้อยู่ก็จะไม่ได้รับสิทธิ - กลุ่มเกษตร (ข้าว): นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิต 2554/2555 คาดว่าจะเปิดโครงการรับจำนำข้าวได้เร็วสุดวันที่ 15 ต.ค. หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 1 พ.ย. สิ้นสุดโครงการวันที่ 29 ก.พ. 2555
EXTERNAL FACTOR - ดัชนี DJ ปิดบวก 20.70 จุด หรือ 0.18% ปิดที่ 11,559.95 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.84 จุด หรือ0.23% ปิดที่ 1,212.92 จุด ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 14.00 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 2,576.11 ช่วงเปิดตลาดดัชนีร่วงลงเนื่องจากนักลงทุนเข้ามาเทขายทำกำไรหลังจากทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันจันทร์ ประกอบกับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหัฐ โดยคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 44.5 จุดในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2552 เนื่องจากชาวอเมริกันวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มรายได้และการจ้างงาน โดยหุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงหนักสุด แต่หลังจากที่คณะกรรมการเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น ตลาดหุ้นได้ดีดตัวขึ้นทันทีเนื่องจากเนื้อหาบางตอนของรายงานการประชุมระบุว่า คณะกรรมการเฟดได้หารือกันเกี่ยวกับการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า คณะกรรมการเฟดอาจจะประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมเฟดครั้งต่อไปซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20-21 ก.ย.นี้ ขณะเดียวกันสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์เปิดเผยว่า ราคาบ้านใน 20 เขตเมืองของสหรัฐประจำเดือนมิ.ย.ปรับตัวลดลง 0.1% เมื่อเทียบเป็นเดือน และหากเทียบเป็นรายปีพบว่าราคาบ้านร่วงลง 4.5% ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะทรงตัวจากระดับของเดือนพ.ค. ปิดตลาดหุ้นกลุ่มการเงินร่วงลงหนักสุดเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มอื่นๆที่คำนวณในดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ โดยหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดิ่งลง 3.2% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ร่วงลง 1.5% ขณะที่หุ้นแคทเตอร์พิลลาร์อิงค์ พุ่งขึ้น 1.9% ส่วนหุ้นโบอิ้ง โค ทะยานขึ้น 2.2% หลังจากมีรายงานว่าโบอิ้งได้รับอนุมัติจากคณะ กรรมการบริหารของบริษัท ให้สร้างเครื่องบินเจ็ทรุ่น 737 เพื่อช่วยให้โบอิ้งสามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายใหญ่อย่างแอร์บัสได้ - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น USD38.2 หรือ 2.1% ปิดที่ระดับ USD1,829.8หลังจากสหรัฐและยุโรปเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ร่วงลงอย่างหนัก ส่งผลให้นักลงทุนแห่ซื้อทองเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในการประชุมเดือนก.ย. - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น USD1.63/bbl หรือ 1.87% ปิดที่ USD88.90/bblหลังจากพายุโซนร้อน "เคเทีย" ได้ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกและคาดว่าจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นพายุเฮอริเคนในช่วงเย็นวันพุธ ขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่าพายุเคเทียอาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันของสหรัฐ - ดัชนีค่าระวางเรือ ปิดที่ 1,541 ลดลง 4 จุด หรือ 0.26% - คณะกรรมธิการยุโรป รายงานดัชนีบ่งชี้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ หรือ อีเอสไอ เดือน ส.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจกลุ่มประเทศยูโรโซน ลดลง 4.7 จุด มาอยู่ที่ 98.3 ขณะที่ดัชนีของสหภาพยุโรป (อียู) ลดลง 5.0 จุด มาอยู่ที่ 97.3 เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงสะท้อนมุมมองที่มีต่ออนาคตสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมเป็นลบและความหวาดวิตกเรื่องการว่างงานที่เพิ่มมากขึ้น โดยดัชนีความ เชื่อมั่นของเยอรมนีตกลงมากที่สุดถึง 5.7 จุด ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร 5.6 จุด สเปนลดลงมาเพียง 0.3 จุดในเดือนนี้ หลังจากที่ตัวเลขดิ่งลงอย่างรุนแรงเมื่อเดือน ก.ค. - สำนักข่าว ANSA ของอิตาลีรายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงสู่ระดับ 4.2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ที่4.3% และได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้าลงสู่ระดับ 4.3% จากระดับ 4.5% - สำนักงานสถิติอินเดียเปิดเผยว่า เศรษฐกิจอินเดียขยายตัว 7.7% ในไตรมาส 2 ซึ่งสิ้นสุดลง ณ เดือน มิ.ย. จากระดับ 7.8% ในไตรมาสแรก - นายโยชิฮิโกะ โนดะ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่นหรือดีพีเจคนใหม่ ได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นนายกรัฐมมนตรีของญี่ปุ่น - บริษัทตลาดหลักทรัพย์และสำนักหักบัญชีฮ่องกง (HKEx) เปิดเผยว่า เทมาเส็ก โฮลดิงส์ ได้เพิ่มการถือครองหุ้นในแบงก์ ออฟ ไชน่า เป็น 7.07% จาก 6.96% เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
TODAY’S REPORTS - KSL: เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 18.9 บาทเรามีมุมมองเชิงบวก หลัง Conference call กับทางผู้บริหารของ KSL โดยเราเชื่อว่าความต้องการแก๊ซโซฮอล์ 95 และ 91 จะกลับเข้ามาสู่ระดับเดียวกับช่วงก่อนหน้าที่รัฐบาลจะมีมาตรการยกเลิกเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมัน โดยการใช้เอธานอลเข้ามาผสมกับน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่โครงการที่บ่อพลอย เฟส 1 สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มกำลัง ขณะที่ เฟส 2 จะเริ่มดำเนินงานได้อย่างช้าในเดือน ธ.ค.54 โดย KSL มีแผนส่งออกเอธานอล 50-70% ของปริมาณที่ผลิตได้ สำหรับงวด FY55 (สิ้นสุดเดือนตุลาคม) และคาดว่าจะสามารถผลิตเอธานอลได้ 65 ล้านลิตร ในปีหน้า โดยมุ่งเจาะตลาดที่ฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีความต้องการที่สูง ซึ่งเรามองว่าจะเป็นผลดีต่อ KSL โดยคาดว่าจะสามารถบันทึกกำไรได้ราว 60-70 ล้านบาท สำหรับงวด FY54 และคาดว่าจะสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้นสำหรับปี FY55 ขณะเดียวกันราคาน้ำตาลในตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากผลผลิตที่ลดลงของประเทศบราซิลและความต้องการที่เพิ่มขึ้นของประเทศจีน ซึ่งเราคาดว่าราคาน้ำตาลปีหน้าจะอยู่ในกรอบ 27-29 เซนต์/ปอนด์ ขณะที่ปัจจัยหนุนสำหรับ KSL คือ กำไรงวด 3QFY54 (สิ้นสุดเดือน ก.ค.) ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 800 ล้านบาท (+45%QoQ, +548%YoY) สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 700 ล้านบาท (คาดว่าจะประกาศงบกลางเดือน กันยายน) เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 18.9 บาท - THCOM: เสนอแผนรักษาสิทธิ์วงโคจร 120 องศา เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 14.7 บาทหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นรายงานว่า THCOM เสนอแผนรักษาสิทธิ์วงโคจร 120 องศา ต่อ รมต.ICT โดย THCOMสามารถตกลงกับ Asiasat ของประเทศจีน เพือลากดาวเทียมเข้ามาอยู่ในวงโคจรที่ 120 องศา ตะวันออก เพื่อรักษาสิทธิ์ของประเทศไทย ซึ่งจะสิ้นสุดสิทธิ์ในเดือน ม.ค.55 ขณะที่วงโคจรที่ 50.5 องศา ตะวันออก ยังคงอย๔ ระหว่างหารือ เรามีมุมมอง Neutral ต่อข่าวดังกล่าว เนื่องจากยังไม่ได้ข้อสรุปจากกระทรวง ICT แต่ถ้าแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเรามองว่าจะส่งผลบวกต่อ THCOM และ Asiasat ในการให้บริการเชิงพาณิชย์ เนื่องจากวงโคจรดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ของประเทศจีนและตะวันออกเฉียงใต้ เรายังคงคำแนะนำ Buy แต่ปรับราคาพื้นฐานลดลงจาก 15 บาท มาอยู่ที่ 14.7 บาท เนื่องจากการปรับสมมติฐานขึ้นค่าแรงและการปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลในประมาณการงบการเงินของเรา - Energy sector: กบง. ขยายส่วนต่างราคาน้ำมัน เรายังคงคำแนะนำ Neutral คณะกรรมการ กบง. ตัดสินใจปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันสำหรับ แก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 1.07 บาท/ลิตรเพื่อให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น และยังมีมติให้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันมาชดเชยราคา แก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 1.6 บาท/ลิตร เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กลับมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น เราคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยหนุน ความต้องการใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้น เนื่องจากส่วนต่างของราคา ULG91 กับ GSH91 เพิ่มขึ้นจาก 1.43 บาท/ลิตร เป็น 3.03 บาท/ลิตร และส่วนต่างของราคา ULG95 กับ GSH95 เพิ่มขึ้นจาก 3.48 บาท/ลิตร เป็น4.55 บาท/ลิตร เรามองว่ากลุ่มโรงกลั่นจะไม่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยกลุ่มโรงกลั่นยังคงมุ่งเน้นการส่งออกเหมือนช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ PTT และ BCP ที่ปรับลดราคาลดลงมา 0.6 บาท/ลิตร ส่งผลให้ส่วนต่างเหลือเพียง 2.43 บาท/ลิตร ซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่น่าดึงดูดใจเท่าใดนัก เรายังคงกังวลต่อกลุ่ม PTT ว่ารัฐบาลอาจจะขอให้กลุ่ม PTT รักษาส่วนต่างดังกล่าวไว้ ซึ่งจะเป็นภาระต่อ PTT และ BCP นอกจากนี้เรายังกังวลต่อสถานะของกองทุนน้ำมัน หลังจากการออกมาตรการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันสำหรับเบนซิน 95 กับ 91 และน้ำมันดีเซล เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมา จะส่งผลให้เงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันลดลงจาก 4.5 พันล้านบาท เหลือเพียง 495 ล้านบาท/เดือน ขณะที่เงินไหลออกสูงถึง 4.1 พันล้านบาท/เดือน สำหรับมาตรการตัดลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันในส่วนของแก๊สโซฮอล์ 95 และอุดหนุนแก๊สโซออล์ 91 และ E20 จะส่งผลให้เงินไหลออกจากกองทุนน้ำมัน 400 ล้านบาท/เดือน และมีเงินไหลเข้าลดลง 200 ล้านบาท/เดือน ดังนั้นจะส่งผลให้เงินกองทุนน้ำมันไหลออกประมาณ 4.2 พันล้านบาท/เดือน (วันที่ 15 ส.ค.54 สถานะเงินกองทุนอยู่ที่ 441 ล้าน บาท) ขณะเดียวกันรัฐบาลมีแผนกู้เงินจำนวน 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือกองทุนน้ำมันเป็นเวลา 5 เดือน และมีแผนใช้เงินจากค่าภาคหลวงจำนวน 50,000 ล้านบาท (รัฐบาบจะเก็บค่าภาคหลวงราว 4 พันล้าน บาท/เดือน) เรายังคงคำแนะนำ Neutral สำหรับกลุ่ม Energy
ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY
สุชีล นารูลา ( This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ; Tel +662 696-0021)
Gold Futures: แนะนำให้เปิด Long เพื่อขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 28,500 บาท Stop loss ที่ 25,400 บาท จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) แนวโน้มระยะยาวมีโอกาสซิกแซกขึ้นต่อ ขณะที่ระยะสั้นกำลังแกว่งตั้งหลักอยู่ โดยถ้าหลุด $1,770 ลงมา อาจแกว่งลงมาทดสอบที่ $1,757-1,756 ซึ่งมีแนวต้านที่ $1,798-1,800 และ $1,815 หรือสูงกว่านั้น สำหรับ Gold Futures (GFQ11) ทาง Technical กำลังแกว่งตามราคาทองดลกแต่ยังมีโอกาสขึ้นต่อ แนะนำให้เปิด Long ส่วนหนึ่งใน GFV11 และรอเปิด Long เพิ่ม ถ้าทะลุ 26,160 ได้ เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรที่ 28,500 โดยมีแนวต้านที่ 27,320 และ 28,220 ขณะที่ Stop loss อยู่ที่ 25,400 และ 25,280 SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์ จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50U11 ถอยลงมาแรงหลังจากทดสอบแนวต้านที่ 741 โดยมีแนวรับบริเวณ 722-720 กรณีที่รีบาวด์ไม่ผ่านแนวต้านที่ 727, 729 และ 734 แล้วหลุด 717 ลงมา มีโอกาสลงไปทดสอบที่ 710 และ/หรือ 700-698 กลยุทธ์ช่วงนี้ยังคงแนะนำให้ทำในวงจำกัดต่อไป
กลยุทธ์การลงทุน : 1) กรณี Long แนะนำให้ปิด Long ที่เหลืออยู่ เพื่อรอดูทิศทางก่อน 2) กรณี Short แนะนำให้เปิด Short กรณีที่ S50U11 ถอยลงมาจากบริเวณ 727-729 และ/หรือ 734 หรือหลุด 717 และ 710 ลงมา เพื่อรอจังหวะลงไปแบ่งทำกำไรที่ 700-698 และใช้ 717 เป็น Stop loss (S50U11 มีแนวต้าน 727, 729 และ 734 แนวรับ 722-720, 717 และ 710)
MARKET EVENT
Thai Event - 31/08/11 ธปท. ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนก.ค. - 01/09/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนส.ค. - 19-20/09/11 กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขส่งออกเดือนส.ค. - 30/09/11 ธปท.รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ส.ค. - ภายในเดือนส.ค-ต้นเดือนก.ย. วุฒิสภาชิกเลือกคณะกรรมการกสทช.
World Event - 31/08/11 ADP Employment Report - 31/08/11 Chicago PMI - 31/08/11 Factory Orders - 01/09/11 Chain Store Sales, Motor Vehicle Sales - 01/09/11 Jobless Claims* - 01/09/11 ISM Mfg Index* - 02/09/11 Employment Situation* * Markets will pay more attention to these figures
กวี ชูกิจเกษม This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0030 วิชญะ วงศ์ภาณุวิชญ์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , +662 696-0038
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 31 ส.ค. 2554
|






![]() | Today | 933 |
![]() | All days | 933 |
Comments