Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Market Insight - บล.ยูไนเต็ด
Market Insight - บล.ยูไนเต็ด PDF Print E-mail
Monday, 12 September 2011 11:55

Market Highlight

 

- วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดออกมาในเชิงลบเป็นส่วนใหญ่ คาดว่า SETI มีแนวโน้มอ่อนตัวลง ทั้งนี้ โมเมนตัมระยะสั้น และระยะกลางได้พลิกกลับเป็น “ลบ” อีกครั้ง หลัง SETI<1,065 จุด

- ในเชิงกลยุทธ์ ยังคงให้ยึดระบบจำกัดความเสี่ยง ดังนี้ SETI>1,075 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,065 <= SETI <= 1,075 จุด = สัญญาณลุ้นระยะสั้น (“buy & see”) + สัญญาณหยุดระยะกลาง (“wait & see”) และ SETI  < 1,070 จุด=สัญญาณถอย (“sell & sail”)

- ในระดับหุ้น มีหุ้นที่แสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ LANNA, TMB และไม่มีหุ้นแสดงสัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION)

หุ้นเด่นเล่นสั้น (รับ/ต้าน): BANPU (626.-/646.-), CPF (29.75/31.25), JAS (2.28/2.48) *

 

วันนี้:

 

- ESSO13CA SP ตั้งแต่วันที่ 12-15 ก.ย.54 (ปิดสมุดเพื่อการโอน DW)

- TOP18CB  SP ตั้งแต่วันที่ 12-15 ก.ย.54 (ปิดสมุดเพื่อการโอน DW)

- ลูกหุ้นเข้า PRANDA 2.25 ล้านหุ้น, TSF 16.71 ล้านหุ้น, WORK 2.50 แสนหุ้น

- จากการประกาศของตลท. สัปดาห์นี้มีหุ้นที่ต้องซื้อขายในบัญชี Cash Balance คือ LOXLEY, BROOK-W4--ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Turnover List

 

วันพรุ่งนี้:

 

- BANPU XD @ 9.00 บาท, LUXF XD @ 0.3471 บาท, TIP XD @ 0.75 บาท

- BBL42CB  SP ตั้งแต่วันที่ 13-16 ก.ย.54 (ปิดสมุดเพื่อการโอน DW)

- BSEC เปลี่ยนชื่อย่อเป็น OSK

- SF ลูกหุ้นเข้า 2.02 แสนหุ้น

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญ:

- 11-13 ก.ย.54: Chusok, Full Moon Festival (Korea)

- 12 ก.ย.54: Mid-Autumn Festival (China)

- 12 ก.ย.54: Mid-Autumn Moon Festival (Taiwan)

- 13 ก.ย.54: The Day following Chinese Mid-Autumn Festival (HK)

- 16 ก.ย.54: Malaysia Day (Malaysia)

- 18 ก.ย.54: เสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ ครบรอบ 5ปี รัฐประหาร

- 19 ก.ย.54: Respect for the Aged Day (JP)

- 23 ก.ย.54: Autumn Equinox Day (JP)

 

Investment Outlook

 

แนวโน้มระยะสั้น: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดภูมิภาค โดย SETI ปิด -9.84 จุด (-0.92%) ปิดที่ 1,062.37 จุด มูลค่าการซื้อขาย 23,557 ลบ.

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดวันนี้:

- ตลาดหุ้นโลก: DJIA 10,992.13 จุด (-2.69%), S&P 1,154.23 จุด (-2.67%), NASDAQ 2,467.99 จุด (-2.42%), Nikkei 8,553 จุด (-2.11%), AOI 4,159 จุด (-2.76%), KOSPI 1,831 จุด (ปิดทำการ)

- กลุ่มผู้ลงทุน: เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่างชาติและ บล.ขายสุทธิ -459 และ -264 ลบ.ตามลำดับ ในขณะที่สถาบันและรายย่อยซื้อสุทธิ +40 และ +683 ลบ.

- สินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันดิบ NYMEX $87.24 (-2.0%), BDI 1,838 (+3.1%), GRM $12.34  (+25.7%), ทองคำ $1,844.56 (-0.7%)—ดูเพิ่มในตารางซ้ายมือ

- ค่าเงินบาท: เช้านี้ เงิน ฿ อ่อนค่าลง โดยซื้อขายที่ 30.07-30.12 บาท/ดอลลาร์

- เศรษฐกิจ: “สมาชิกคนสำคัญของอีซีบี ลาออกจากตำแหน่งอย่างไม่คาดฝัน”, “นักลงทุนไม่มั่นใจว่าแผนกระตุ้นการจ้างงานของโอบามาจะผ่านสภาคองเกรสหรือไม่”, “กรีซประกาศมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติม มุ่งบรรลุเป้าหมายลดยอดขาดดุลปี 54”

- การเมือง: -

- เทคนิค: โมเมนตัมระยะสั้น และระยะกลาง พลิกกลับเป็น “ลบ” อีกครั้ง หลัง SETI<1,065 จุด

วันนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดออกมาในเชิงลบเป็นส่วนใหญ่ คาดว่า SETI มีแนวโน้มอ่อนตัวลง ทั้งนี้ โมเมนตัมระยะสั้น และระยะกลางได้พลิกกลับเป็น “ลบ” อีกครั้ง หลัง SETI<1,065 จุด

ด้านเครื่องชี้กระแสเงินทุน วันนี้ออกมาในเชิงลบ ทั้งนี้ เห็นได้จาก ...

- ตลาดหุ้นโลก: เช้านี้ ตลาดหุ้นภูมิภาคร่วงลงตามตลาดหุ้นสหรัฐ

- ตลาดพันธบัตร: อัตราผลตอบแทน US10Y ร่วงลง ล่าสุด=1.9286% [ความหมาย: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร=แรงขายสินทรัพย์ที่ปลอดความเสี่ยง (risk-free asset)+นักลงทุนมองแนวโน้มเศรษฐกิจอนาคตในเชิงบวก]

- ค่าเงินดอลลาร์: แข็งค่าขึ้น ล่าสุด=77.335~77.471 จุด [ความหมาย: ดัชนีค่า US$=แรงขายสินทรัพย์ที่ไม่ซื้อขายในสกุล US$ (non-US$ denominated assets)]

- สินค้าโภคภัณฑ์: อ่อนตัวลง น้ำมัน, BDI และทองคำ  [ความหมาย: น้ำมัน+BDI= “สินทรัพย์เสี่ยง”, ทองคำ=“สินทรัพย์ปลอดภัย”]

ในเชิงกลยุทธ์ ให้ยึดระบบจำกัดความเสี่ยง ดังนี้ SETI>1,075 จุด=สัญญาณบุก (“buy”), 1,065 <= SETI <= 1,075 จุด=สัญญาณลุ้นระยะสั้น (“buy & see”)+สัญญาณหยุดระยะกลาง (“wait & see”) และ SETI < 1,065 จุด=สัญญาณถอย (“sell & sail”)

ในระดับหุ้น หุ้นแสดงสัญญาณบวก (แข็งขึ้น = ACCELERATION) คือ LANNA, TMB และไม่มีหุ้นแสดงสัญญาณลบ (อ่อนลง = DECELERATION)

 

แนวโน้มระยะกลาง:

 

ตั้งแต่ปี 52 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นไทยได้ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนี TRI ของ SET, SET50 และ MAI แสดงอัตราผลตอบแทนรวม (total return) ที่สูงมาก

แต่ในช่วงเวลานั้น คนส่วนใหญ่ยังถูกกดดันด้วย “ความกลัว” (fear=false evidence about realities=“ทิฏฐิวิปลาส”) หลายๆ ประการ ได้แก่ ...

- วิกฤตครั้งนี้รุนแรงมาก เศรษฐกิจโลกอาจต้องฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” ไปอีกหลายปี

- การฟื้นของตลาดอาจเป็นแค่การดีดกลับชั่วคราวในแนวโน้มลง (“bear market rally”)

- แม้จะฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่อาจฟุบลงเป็นระลอกที่ 2 ในรูปแบบตัว “W”

- สังคมไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ลุกลามถึงขั้นจลาจลหลายระลอก

- ศาลปกครองได้สั่งระงับการดำเนินการของโครงการในมาบตาพุดตั้งแต่ปลายปี 52

อย่างไรก็ตาม เราแนะนำให้ “ลุ้นทางบวก” ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลดังนี้ ...

- เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลอัดเข้าสู่ระบบจะเริ่มเห็นผล โดยคาดเศรษฐกิจโลกจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวขึ้นใน 2H52+ไม่ฟุบยาวในรูปแบบตัว “L” (“great depression”)

- หุ้นเกี่ยวเนื่องกับสินค้าโภคภัณฑ์ (ซึ่งมีน้ำหนักสูงใน ตลท.) มีโอกาสฟื้นก่อนกลุ่มอื่นๆ

- คาดว่าเม็ดเงินจะยังไหลมาเอเชีย เพราะไม่ประสบปัญหาเหมือนสหรัฐอเมริกาและยุโรป

สำหรับปี 54 เรายังคงมีมุมมอง “เชิงบวก” ต่อการลงทุนในตลาดหุ้น จากประเด็นต่อไปนี้...

- เศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้วตั้งแต่ปี 52 และกำลังฟื้นตัวตามรูปแบบตัว “U”

- ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา+ยุโรป ทำให้เม็ดเงินไม่ไหลออกจากเอเชีย

- การแบ่งขั้วที่ลดลง+การจัดการเลือกตั้งใหม่ ทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์จลาจลอย่างปี 53-54

อย่างไรก็ตาม ตลาดก็มี “ปัจจัยเสี่ยง” ที่มีผลกระทบกดดันอยู่หลายๆ ประเด็นเช่นกัน คือ ...

- แรงกดดันภาวะเงินเฟ้อทำให้ธนาคารกลางประเทศต่างๆ มีท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้น

- สถานการณ์ที่ผันผวนสูงทำให้นักลงทุนอยู่ในภาวะ “กลัวความเสี่ยง” (risk aversion)

- ราคาน้ำมันผันผวนตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความเสี่ยงการก่อการร้าย และการคาดการณ์เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายการเงินหลังหมดมาตรการ QE2

เรายังคงเป้าหมาย SETI ที่ 1,200-1,250 จุด แต่ก็ต้องระมัดระวังในการเข้าลงทุน เพราะ...

- ยังต้องเน้นที่การ “เลือกกลุ่ม/เลือกหุ้น” สูง เพราะ SETI เข้าใกล้เป้าหมายค่อนข้างมาก  (โปรดดูคำแนะนำการจัดวางน้ำหนักกลุ่มใน Investment Ideas ประกอบด้วย)

- เรามองว่าตลาดแค่ “ผันผวน” ไม่ใช่ “ขาลง” โดยมีจุดซื้อที่น่าสนใจอยู่ที่บริเวณ SETI 1,020 +- 20 จุด (upside 20%) อย่างไรก็ตาม เราจะปรับคำแนะนำ TDEX เป็น “BUY” เมื่อมีสัญญาณ “บวก” ของโมเมนตัมระยะกลางเสียก่อน

- ช่วง ส.ค. ให้จับตาดู: 1) การแถลงนโยบายของรัฐบาล; 2) กำไร บจ. 2Q54; 3) การจ่ายปันผลระหว่างกาล 1H54; 4) ความผันผวนในตลาดการเงินของโลก

 

Futures Focus                                                                (พิเชฐ #536)

 

SET 50 Index Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “อ่อนตัวลง”

 

SET 50 Index เมื่อวาน: ปิดลบ 7.33 จุด อยู่ที่ 739.73 จุด, ขณะที่ S50U11 ปิดลบ 8.6 จุด อยู่ที่ 738.7 จุด และมีค่า Basis (SET 50-S50U11) อยู่ที่ +1.03 จุด

กลุ่มผู้ลงทุน  เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่างชาติซื้อสุทธิ +520 สัญญา ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนสถาบันและรายย่อยขายสุทธิ -158 และ -362 สัญญา ตามลำดับ

มุมมองต่อ SET 50 Index วันนี้: คาดว่า SET50 Index มีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐและภูมิภาคเนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับเรื่องวิกฤติหนี้ยุโรป หลังสมาชิกคนสำคัญของคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางยุโรป ลาออกจากตำแหน่งอย่างไม่คาดฝัน , รวมทั้ง ความไม่มั่นใจว่าแผนกระตุ้นการจ้างงานของโอบามาจะผ่านสภาคองเกรสหรือไม่, การร่วงลงของราคาน้ำมัน และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์

แนวโน้มทางเทคนิค SET50:  SET50 ยังอยู่ในช่วงของการแกว่งตัวออกด้านข้าง โดยมีกรอบแนวรับ 718 จุด และแนวต้านที่ 755  จุด

แนวรับ - แนวต้าน:

ปิด               แนวรับ 1,2                 แนวต้าน 1,2            จุดหยุดขาดทุน

S50U11          738.7             727 / 732                  744 / 749                723

S50Z11          737.2             726 / 731                  743 / 748                722

กลยุทธ์การลงทุน:  แนะนำให้ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) เมื่อดัชนีอ่อนตัว และเน้นการเล่นเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น (พยายามปิดสถานะภายในวัน) เนื่องจากตลาดยังมีความผันผวนสูง

 

Gold Futures วันนี้: มีแนวโน้ม “แกว่งตัวแคบๆ”

 

ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ค: ส่งมอบเดือน ธ.ค.ปิดบวก $2.0 อยู่ที่ 1,859.50$/Oz (หรือ 26,622 บาท) หลังจากที่ตลาดหุ้นนิวยอร์คปิดร่วงลง ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าสกัดราคาทองคำไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นมากนัก, เช้านี้ราคาทองคำ (Spot Gold: RTXGL) อยู่ที่ 1,845.94$/Oz หรือ 26,428 บาท

กลุ่มผู้ลงทุนในโลหะมีค่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต่างชาติขายสุทธิ -283 สัญญา ตามลำดับ ในขณะที่นักลงทุนสถาบันและรายย่อยซื้อสุทธิ +130 และ +153 สัญญา

กองทุน SPDR: กองทุน SPDR (กองทุน ETF รายใหญ่ที่สุดในโลก) รายงานการถือครองทองคำ เพิ่มขึ้น 10.51 ตัน อยู่ที่ระดับ 1,241.92 ตัน

มุมมองด้านพื้นฐานต่อราคาทองคำ: ระยะสั้นปรับฐาน แต่ระยะกลางยังมีแนวโน้มเป็นบวกจากความวิตกปัญหาหนี้สินในยูโรโซน, ความไม่แน่นอนทาง ศ.ก. และความเป็นไปได้ที่จะมีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (QE3) ช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

แนวโน้มทางเทคนิค:  ระยะกลางยังคงเป็นขาขึ้น ถ้ายืนเหนือ 1,825$/Oz ได้อย่างมั่นคง และมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านแรกที่ 1,880$/Oz และแนวต้านถัดไปที่ 1,900$/Oz

แนวรับ-แนวต้าน

ปิด                             แนวรับ 1,2                          แนวต้าน 1,2

GFV11          26,990                       26,440 / 26,740                  27,170 / 27,460

GFZ11          27,440                       26,850 / 27,190                  27,620 / 27,910

กลยุทธ์การลงทุน:  แนะนำ เปิด (Open) สถานะซื้อ (Long) เมื่อราคาอ่อนตัว และเน้นการเล่นเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากในช่วงนี้ราคาทองคำมีความผันผวนสูงมาก

 

Trader’s Digest

 

BANPU (แนวรับ=626.-, แนวต้าน=646.-)

 

แนวโน้มราคาถ่านหินโลกยังแข็งแกร่ง ล่าสุด Newcastle Export Index  $120/ตัน

2Q54 กำไร 3.2 พันล้านบาท (-16%yoy, -66%qoq) แต่ยังมอง 2H54 จะดีกว่า 1H54

FY54 คาดกำไรปกติ 12,684 ลบ. EPS 46.68 บ. +15% จาก FY53 กำไรปกติ 11,029 ลบ. EPS 40.58บ. (ไม่รวม ITM และ RATCH) และคาดกำไร FY55=18,330 ลบ. EPS 67.45 บ.

ราคาหุ้นได้สะท้อนกำไร 2Q54 ที่อ่อนแอและความกังวลเกี่ยวกับภาษีคาร์บอนในออสเตรเลีย ไปแล้ว (คาดว่าจะเริ่มเก็บตั้งแต่ ก.ค.55 แต่กฎหมายนี้ยังไม่ได้ผ่านสภา)

แนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสำหรับ FY55 ที่ 740 บ. (อิง P/E 11x)

 

CPF (แนวรับ=29.75.-, แนวต้าน=31.25)

 

กำไร 2Q54 ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,869 ลบ. +22%yoy ตาม 1) ราคาขายเนื้อสัตว์ในประเทศที่ขึ้นแรง; 2) high season ธุรกิจส่งออก; 3) กำไรจาก บ.ร่วม (CPALL& CP Vietnam)

ราคาไก่ในประเทศเริ่มฟื้น ล่าสุด (24 ส.ค.54) 42-45 บ. สูงกว่าค่าเฉลี่ยใน 3Q53 และ FY53 ที่ 36.7 และ 40.7 บ. ตามลำดับ

3Q54 ลุ้นกำไรทำลายสถิติสูงสุดรอบใหม่ต่อหลังราคาขายหมูพุ่งขึ้นแรง+ไก่เริ่มฟื้นตัว,ส่งออกยังโตดี (ตัวเลข ก.ค.54: กุ้งแปรรูป +52%, ไก่ +21%) และตุรกีขาดทุนลดลงต่อ

ปี 55 ได้แรงเสริมจากการฟื้นตัวของกำไรของบริษัทลูกในต่างประเทศ จึงหนุนคาดกำไรปี 54-55 ที่ 16,385 ลบ. (+21%) และ 17,234 ลบ. (+5%) คิดเป็น EPS ที่ 2.32 บ.และ 2.44 บ.

แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 36.75 บ. (อิง P/E 15x)

 

JAS (แนวรับ=2.28, แนวต้าน=2.48)

 

แนวโน้ม FY54 กำไรโตโดดเด่นตามธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (61% ของรายได้) ที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มต่อเนื่อง (1Q54=0.87 ล้านราย +47%) ดัน 3BB ครองส่วนแบ่งตลาด #2

2Q54 เริ่มรับรู้ผลบวกจากการร่วมเปิดให้บริการ WiFi กับ ADVANC มากขึ้น โดยมีลูกค้าใช้บริการแล้ว 1 แสนราย (1Q54=2 หมื่นราย) เป็นอีกปัจจัยหนุนผลการดำเนินงานในระยะยาว

มองความเสี่ยงการตั้งสำรองด้อยค่าหุ้น TT&T ใน 2H54 หมดลง หลังถูกพักการซื้อขายไปแล้วตั้งแต่ 23 มิ.ย.54 (อิงราคาหุ้น TT&T ที่ 0.13 บ. คาด 2Q54 ตั้งด้อยค่าอีกราว -80 ลบ.)

มีประเด็นเข้าประมูลเป็นผู้ให้บริการขายต่อการให้บริการมือถือ (MVNO) ของ TOT ด้วย

แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมาย 4.21 บาท (อิง consensus target, P/E ปี 55=13x)

 

นักวิเคราะห์:

Namchai Techaratanawiroj 02-207-0038 email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

โดยบริษัทหลักทรัพย์ ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน) ประจำวันที่ 12 ก.ย. 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1249
mod_vvisit_counterAll days1249

We have: 1249 guests online
Your IP: 216.73.217.109
Mozilla 5.0, 
Today: Jul 01, 2026

4320664