|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะุ้หุ้น 26/10/52
|
|
|
|
|
Monday, 26 October 2009 09:34 |
|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/10/52
Market Recap and Trend: คาดหวังการ Rebound ระยะสั้นๆ หลังปรับลดลงแรงช่วง ปลายสัปดาห์ก่อน โดยมีแนวต้านที่ 716 จุด SET ปรับลดลงต่อเนื่อง 1.06% ก่อนวันหยุดยาว ปิดตลาดที่ 708.76 จุด โดยแรงขายกระจุกตัวในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร และอสังหาริม ทรัพย์ ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 19,072 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขาย หุ้นสุทธิ 351 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดหวังการ Rebound ระยะสั้นๆ หลังจากปรับ ลดลงแรง 2 วันติดต่อกัน โดยมีระดับแนวต้านที่ 716 จุด ทั้งนี้แม้ว่าตลาดหุ้น Dow Jones จะปรับลดลง 1.1% เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังนักลงทุนผิดหวังกับผลการ ดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนและราคาน้ำมันที่ปรับลดลงเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่ม พลังงาน อย่างไรก็ตามยอดขายบ้านมือ 2 เดือน ก.ย.ปรับขึ้น 9.4% อยู่ที่ 5.57 ล้านยูนิต สูงสุดตั้งแต่ ก.ค. 2007 ซึ่งยังแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตัวเลข GDP 3Q09 ที่จะประกาศในวันที่ 29 ต.ค.นี้ คาดว่าจะกลับมาเป็นบวก 3% (2Q09 หดตัวลง 0.7%)
Investment Strategy: คาดหวังการ Rebound สั้นๆ ได้บ้าง แต่จะเป็นแค่จังหวะ ในการเข้า Trading เท่านั้น ถึงแม้เราจะคาดหวังการ Rebound ของ SET บ้างหลังจากปรับลดลงแรง จากจุดสูงสุดที่ 739 จุดในช่างต้นสัปดาห์มาทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 703 จุด ในช่วง ปลายสัปดาห์ เรามองว่าระยะการ Rebound ของตลาดจะยังจำกัด และเรามองว่าเป็น เพียงจังหวะการเข้า Trading ระยะสั้นๆ เท่านั้น โดยเน้นการเข้าซื้อกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ ที่ราคาปรับลดลงแรง อย่าง PTTEP (ได้รับผลดีจากการปรับสูงขึ้นของราคาน้ำมันมาก ที่สุด), KBANK (ได้รับผลดีจากแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว), ADVANC (มีศักยภาพใน การลงทุน 3G มากที่สุด ปันผลสม่ำเสมอ), AP (โครงการใหม่ที่เปิดไปในช่วง 1-2 เดือนก่อน ได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภค) รวมไปถึงหุ้นขนาดกลางที่ราคาหุ้นยังต่ำ และคาดว่าผลการดำเนินงานมีการขยายตัวดีอย่าง TUF (คาดกำไรขยายตัวสูงถึง 32% ในปี 2010 และ 29% ในปี 2011)
Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL CPF TUF CPALL KH AOT GLOW STANLY TTA
Futures Strategy: ยังน่าลุ้นถือสถานะ SHORT ต่อเนื่อง โดยมีจุด Trailing Stop ที่ 507 จุด AUTO: เพิ่ม MAKRO เข้ามาในกลุ่มหุ้น Top Picks
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดลดลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 1.08% เช่นเดียวกับดัชนี S&P500 ปิดลดลง 1.22% โดยได้รับแรงกดดันจากการประกาศผลประกอบการที่ อ่อนแอของบริษัทในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่ายังส่งผลกระทบ หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานและวัตถุดิบ ขณะที่นักวิเคราะห์ ของอาร์บีซีแคปปิตัล ได้ปรับลดเป้าราคาหุ้นเบอร์ลิงตัน นอร์เธิร์น ซานตา เฟ คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทสร้างทางรถไฟใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหรัฐ ก็ได้ส่งผลกระทบต่อหุ้น กลุ่มขนส่งทั้งนี้ หุ้นเบอร์ลิงตันร่วงลง 6 % หลังเปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส ทรุดตัวลง 30% และฉุดให้ดัชนีเฉลี่ยขนส่งดาวโจนส์ร่วงลง 3.5 % ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดลดลง 0.69 ดอลลาร์ หรือ 0.85% เป็น 80.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับ แรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า และจากการที่นักลงทุนไม่แน่ใจว่าการฟื้นตัวทาง เศรษฐกิจจะแข็งแกร่งพอที่จะกระตุ้นให้อุปสงค์น้ำมันเพิ่มขึ้นนั้น ได้ลดความต้องการ ที่จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ดอลลาร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับเยน โดยเยนอ่อนค่าลงหลังรัฐมนตรีฝ่ายกิจการ ธนาคารของญี่ปุ่นกล่าวว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีงบประมาณพิเศษฉบับที่ 2 วงเงินราว 10 ล้านล้านเยน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าจะทำให้หนี้ภาครัฐเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเทียบปอนด์ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลที่แสดงว่าอังกฤษประสบ ภาวะเศรษฐกิจหดตัวเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเป็น ประวัติการณ์ นอกจากนี้ ยอดขายบ้านของสหรัฐที่ดีกว่าที่คาดไว้ก็เป็นปัจจัยหนุน ดอลลาร์ด้วย ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 42 จุด อยู่ที่ 3,043 จุด เริ่มกลับมาสต็อก วัตถุดิบตามฤดูกาล จะผลักดันให้ค่าระวางเรือมีทิศทางขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งไปจนถึง ปลายปีนี้
|
Comments