| ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคจีไอ |
|
|
|
| Monday, 09 July 2012 10:28 | |||
|
ปรับลง กังวลเศรษฐกิจโลก + การเมืองไทย
KGI ประเมินหุ้นไทยวันจันทร์ปรับลงต่อจากปลายสัปดาห์ที่แล้ว ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้นหลังจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยออกมาที่ 8 หมื่นตำแหน่ง (ตลาดคาด 9 หมื่น – 1 แสนตำแหน่ง) ขณะที่กรรมการผู้จัดการ IMF แสดงความกังวลเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโลกและกล่าวว่า IMF จะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจประเทศหลักๆ ในรายงาน WEO ฉบับใหม่ที่จะออกในวันที่ 16 ก.ค. ทั้งนี้แม้ว่าตัวเลขสหรัฐฯ ที่ไม่ดีจะเพิ่มความหวังต่อ QE3 (ล่าสุดดีลเลอร์ในสหรัฐฯ มองมีโอกาส 70% ที่เฟดจะทำ QE3 เทียบกับโอกาส 50% จากการสำรวจครั้งก่อนในวันที่ 20 มิ.ย.) แต่กว่าเฟดจะประชุมนโยบายการเงินนั้นต้องรอถึงวันที่ 31 ก.ค. และในสัปดาห์นี้ไม่มีปัจจัยกระตุ้นให้ตลาดดีใจแต่อย่างใด สำหรับฝั่งยุโรปนั้นเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการประชุม รมว. คลังกลุ่มยุโรปในวันนี้จะไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับวิธีการช่วยเหลือภาคธนาคารสเปน เนื่องจากยังมีบางประเทศไม่เห็นด้วยและเชื่อว่าต้องรอถึงวันที่ 20 ก.ค. กว่าจะได้ข้อสรุป
สำหรับปัจจัยในประเทศนั้น เรื่องการเมืองกลับมาเป็นปัจจัยเด่น หลังจากศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำตัดสินในวันที่ 13 ก.ค. ว่าการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่อย่างไร ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือมีการตัดสินให้ยุบพรรคเพื่อไทย จะเพิ่มความเสี่ยงทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากอาจมีการชุมนุมรอบใหม่เกิดขึ้นได้แม้ว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคจะยังสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ก็ตาม ในกรณียุบพรรคคาดว่า SET จะปรับลดลงค่อนข้างมากเนื่องจากขณะนี้หุ้นไทยเทรดโดยไม่มีส่วนลดจากความเสี่ยงทางการเมืองเลย
กลยุทธ์: ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำให้เลี่ยงหุ้นขนาดใหญ่ทั้งพลังงานและธนาคาร เนื่องจากมีความเสี่ยงทั้งจากเศรษฐกิจโลกและจากการเมืองไทย และเน้นซื้อ/ถือหุ้นขนาดกลางที่มีแนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง และหุ้นปันผลระหว่างกาล เช่น SIRI, AP, AMATA รวมทั้ง INTUCH* อย่างไรก็ดีสำหรับ AMATA เราจะประเมินสถานการณ์การเมืองอีกครั้งในปลายสัปดาห์ หากดูเสี่ยงมากอาจให้ขายไปก่อนเนื่องจากเป็นหุ้นที่อ่อนไหวต่อการเมืองในระดับสูง (เราจะ update มุมมองอีกครั้ง)
ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
กสทช. วางแผนในการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับร่างและเงื่อนไขการประมูล 3จี เป็นครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 20 ก.ค. นี้ ข่าวดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากเป็นการยืนยันว่าการประมูล 3จี น่าจะเกิดขึ้นได้ในเดือนต.ค. นี้ซึ่งเป็นไปตามแผนของกสทช. อย่างไรก็ตาม เรายังคงมีความกังวลเรื่องกฎการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ว่าอาจส่งผลให้การประมูล 3จี อาจเลื่อนไปได้ หุ้นที่เราคิดว่าน่าสนใจในปัจจุบันในกลุ่มมือถือ คือ DTAC* แม้มีความกังวลว่าบริษัทจะเข้าข่ายบริษัทที่ถูกครอบงำโดยคนต่างด้าวหรือไม่ แต่เราเชื่อว่าราคาปัจจุบันก็ต่ำเกินไป ผลประกอบการ DTAC อยู่ในช่วงฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 และน่าจะโชว์การเติบโตที่แข็งแกร่งได้ในช่วงครึ่งหลัง ผลตอบแทนจากเงินปันผลก็สูงราว 7% นอกจากนี้ ในกรณีเลวร้ายสุด DTAC ไม่ได้ใบไลเซ่นต์ 3จี ราคาเป้าหมายก็อยู่ที่ 80 บาท สูงกว่าราคาปัจจุบัน 6% ยังคงแนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 100 บาท
SCC* เปิดเผย แผนการลงทุนใน5ปี (2555-2559) จะใช้วงเงินลงทุนประมาณ1.5-2แสนล้านบาท โดยเน้นลงทุนต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ เรามีความเห็นสอดคล้องกับ SCC ว่าการเข้าลงทุนควบรวมกิจการในรูปแบบการซื้อหุ้นเป็นหลักมากกว่ารูปแบบกรีนด์ฟิลด์ หรือลงทุนเองทั้งหมด จะทำให้การขยายกิจการเป็นไปอย่างรวดเร็ว และถือเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากการเข้าซื้อหุ้นเพื่อควบรวมกิจการในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป อาจจะได้ราคาซื้อที่ถูกลง โดยการลงทุนของบริษัทจะเน้นประเทศกลุ่มอาเซียนที่ยังมีการเติบโตดี อาทิ ประเทศพม่าและอินโดนีเซีย นอกจากนี้ การเปิดเสรีการค้าที่จะเริ่มในปี 2558 จะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมให้กำลังซื้อในส่วนของผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ ปิโตรเคมี และกระดาษในกลุ่มอาเซียนให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กลยุทธ์การเข้าลงทุนของ SCC ณ ปัจจุบันนับเป็นช่วงจังหวะเหมาะสม ซึ่งจะสร้างผลตอบแทนให้บริษัทได้ไม่ต่ำกว่า 8.5% CAGR ในช่วงปี 2554-2557 ด้วยภาพรวมของธุรกิจที่ยังสดใส ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 395 บาท
ITD ยันเดินหน้าเฟสแรกทวาย 3 แสนลบ.แล้วเสร็จปี 2559,เตรียมเจรจาเงินกู้ (อินโฟเควสท์) นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทวาย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (DDC) บริษัทย่อยของบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเม้นท์(ITD)กล่าวว่า บริษัทกำลังเดินหน้าโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายและนิคมอุตสาหกรรมทวายในสหภาพพม่าในเฟสแรกที่มีมูลค่าลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท ให้แล้วเสร็จตามกำหนดภายในปี 2559 โดยในเฟสแรก ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึก และระบบสาธารณูปโภตพื้นฐาน ขณะนี้นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร ITD เตรียมเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเจรจาเงินกู้กับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ 2 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(JBIC) และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) เพื่อนำมาใช้ลงทุนในโครงการนี้ โดยเบื้องต้นจะเป็นเงินกู้จากญี่ป่น 75% ส่วนที่เหลือ 25% จะเป็นเงินกู้ทั้งสกุลเงินบาทและสกุลดอลลาร์สหรัฐ
KTB* เตรียมปรับเพิ่มเป้าสินเชื่อปีนี้ หลังช่วง 6 เดือนแรก ขยายตัวเกินกว่า 7% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้ทั้งปี (ข่าวหุ้น) นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อในช่วงครึ่งแรกปีนี้สูงกว่าเป้าหมายทั้งปี และจะมีการทบทวนเป้าหมายสินเชื่อทั้งปีใหม่ โดยจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ โดยสินเชื่อรวมปี 2555 มีโอกาสเติบโตเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7% โดยครึ่งปีแรกก็เกินกว่า 7% แล้ว เพราะปลายปีที่แล้วมีน้ำท่วมจึงทำให้ช่วงครึ่งปีแรกมีการกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมจากน้ำท่วมมากขึ้น และผู้ลงทุนรายใหญ่ของไทยก็ได้ขยายกำลังการผลิตมากขึ้นด้วย สำหรับสินเชื่อในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะเติบโตได้น้อยกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรป และสถานการณ์การเมืองในประเทศ
TUF* เล็งหาตลาดส่งออกกุ้งแทนยุโรป หากตัดสิทธิ GSP ไทย (ข่าวหุ้น) นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TUF กล่าวว่า กรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) จะตัดสิทธิประโยชน์ทางการค้า หรือ GSP ในสินค้าหลายประเภทของไทย ซึ่งรวมถึงสินค้ากุ้งนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อไร ทั้งนี้ทางภาครัฐน่าจะเข้าไปเจรจากับอียู เพราะการตัดสิทธิ GSP ไทยจะมีผลกระทบต่อการส่งออกกุ้ง โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกกุ้งไปยุโรปประมาณ 20% ของการส่งออกกุ้งทั้งหมด ทั้งนี้ เป็นการส่งออกกุ้งไปยุโรป 2-3% ของยอดขายรวม สำหรับราคาปลาทูน่าในเดือน มิ.ย. ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเป็นสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยมีราคาอยู่ที่ 2,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 2,198 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ทำให้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ TUF ในไตรมาส 2/55 น่าจะเติบโตต่อเนื่องตามราคาปลาทูน่า และจะทำให้ผลประกอบการน่าจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/55 ที่มีกำไรสุทธิ 1,467 ล้านบาทได้
โดย บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ประจำวันที่ 9 ก.ค. 2555
|






![]() | Today | 1078 |
![]() | All days | 1078 |
Comments