| รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง |
|
|
|
| Tuesday, 18 September 2012 09:41 | |||
|
สรุปภาพตลาด
Post QE Exhaustion: เลือกเก็งกำไรรายตัว (2) รายวัน คาดดัชนีฯ Consolidated ต่อเป็นวันที่ 2 แนวรับ 1,268 จุด แนวต้านจะยังไม่เกิน 1,280/1,285 จุด ใครที่ขายเล่นรอบสั้นรับข่าว QE3 ไปแล้วพิจารณา ซื้อคืน/ซื้อเล่นรอบ อีกครั้งถ้าดัชนีฯไม่หลุดแนวรับ 1,266/1,255 จุด กลุ่มเด่นเล่นรอบยังคงเป็น แบงก์ เช่าซื้อ บ้าน วัสดุก่อสร้าง และหุ้น Cyclical ที่มูลค่าถูกกว่ากลุ่ม Defensive สำหรับพอร์ตรายเดือน ขอเปลี่ยนเป้าหมายทางเทคนิค เป็น 1,300 จุด Stop loss 1,255 จุด เราคาดว่าตลาดจะขึ้นรับข่าวดี อิงสถิติการแรลรี่ของตลาดหุ้นฯช่วงที่ออก QE2 พบว่าหุ้นโลกและสินค้าโภคภัณฑ์ขึ้น 3-5% ก่อนจะปรับลดลงหลังจากนั้น หุ้นเด่น IPO น้องใหม่ HOTPOT เทรดวันแรก (ราคาจอง 2.8 บ.) อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร PYLON (แนวรับ 5.50 บ. ต้าน 6 บ.) PE forward SEAFCO 16 เท่า PYLON ~12 เท่า, คาดกำไร 3Q-4Q/12F เติบโตสูงจาก Backlog ทีเริ่มทยอยรับรู้ ทั้งงาน รฟฟ. และอาคารสูง, รายการพิเศษตั้งสำรองหนี้ไม่กระทบเงินปันผล, SCCC (รับ 363 บ. ต้าน 375) คาดเข้าคำนวณ FTSE index ประกาศวันศุกร์นี้ SAMTEL (รับ 15 บ. ต้าน 15.5/16 บ.) มี Upside จากการปรับคาดการณ์กำไรขึ้น อิงงานจาก AOT 6 พันล้าน และ TOT 3G เฟส 2 อีก 1.6-1.9 หมื่นล้าน ซึ่งยังไม่รวมในประมาณการณ์ Let profit run JUBILE/ สะสม SRICHA คาดประกาศดีลปลายเดือนนี้-เรามองว่า SRICHA จะเลือกรับงานใหญ่บางส่วนที่มีมาร์จิ้นสูง จาก Backlog 2.9 พันล้านบาท ทั้งนี้เพื่อจะเก็บกำลังการผลิตที่เหลือไว้ รองรับงานใหญ่ปีหน้า Trading idea: เล่นสั้น กลุ่มเรือเทกอง/เรือตู้ PSL TTA/ RCL เป็นกลุ่ม Cyclical ที่ยัง Laggard และ PBV ต่ำมาก (<1 เท่า) คาดเป็นเป้าหมายโหลดหุ้นเข้าพอร์ตของกองทุนระยะยาวที่ต้องการเริ่มเก็บหุ้นไม้แรก ปัจจัยหนุนจะมาจาก 1) ราคาสินแร่เหล็กโลกปรับสูงขึ้นราว 14% w-w เป็นผลจาก จีนประกาศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประเทศรอบใหม่ เมื่อเร็วๆนี้ และ เฟด ออก QE3 ช่วยหนุนอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์ตลอดจนปริมาณการขนส่งเรือประเภทเทกอง 2) การเร่งขนส่งสินค้า (รวมถึงสินค้าเรือตู้) ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวประจำชาติจีน ต้นเดือน ตค. ได้ส่งผลให้ท่าเรือสำคัญหลายแห่งแออัดและหนุนค่าระวางฯระยะสั้น แต่ในการลงทุนกลุ่มเรือฯระยะยาวยังมี Downside risk จาก Oversupply คาด Bottom out ปี 2014: PSL (รับ/Stop loss 13 บ.ต้าน 14.2 บ.) TTA (รับ/Stop loss 16 บ. ต้าน 17 บ.) RCL (รับ/Stop loss 6.90 บ. ต้าน >7.30 บ.)
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ (+) ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้คาด Slightly positive: ตลาดบ้านสหรัฐฯคาดฟื้นตัว (รายงานกลางสัปดาห์) NAHB housing index เดือน กย.คาดดีขึ้นจาก 37 จุด และ Housing start (สค.) คาดเพิ่มขึ้นเป็น 7.65 แสน จาก 7.46 แสน และยอดขายบ้านเก่า คาด 4.56 ล้าน จาก 4.47 ล้าน, EU PMI composite (Sep-Flash) (รายงานพฤหัส) คาด ดีขึ้นจาก 46.3 เป็น 46.6 โดยภาคการผลิตคาด 45.4 จาก 45.1 และภาคบริการ 47.5 จาก 47.2, และคาด BOJ คงดอกเบี้ย 0-0.1% (+) แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ: ล่าสุดอินเดียประกาศ นโยบาย FDI ใหม่ที่เอื้อต่อธุรกรรมการเงิน ส่วนจีนคาดการประชุมสภาชาติฯกลางเดือน ตค.อาจมีมาตรการฯบวกใหม่
Investment theme: ซื้อเก็งกำไร/อ่อนตัวซื้อ หุ้นที่ Laggard และหรือมี High beta: PYLON SCC SCCC BBL SCB KBANK TCAP SAMTEL กลุ่ม Cyclical และ Material ที่ Underperform กลุ่ม Defensive ก่อนหน้า: IRPC SCC CK PSL PTT TOP
วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด
เฟดประเมินอัตราว่างงานสหรัฐตกไปที่ 7% หากผู้บริโภคเชื่อมั่น ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟดเปิดเผยผลการศึกษาผลกระทบต่ออัตราว่างงานคนสหรัฐสามารถร่วงไปที่ระดับ 7% ได้หากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจ และ นโยบายของรัฐบาล ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และ นโยบายส่งผลให้อัตราว่างงานสูงกว่าที่ควรจะเป็น 1-2% เนื่องจากผู้ประกอบการเอกชนจะลดการลงทุน การผลิต และ การจ้างงาน นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐได้ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และ ใช้ได้ผลหลายครั้งเมื่อเศรษฐกิจถดถอยอ่อนแอเพราะสามารถลดทอนความไม่แน่นอนออกไป แต่ในภาวะปัจจุบันเฟดได้ลดอัตราดอกเบี้ยจนใกล้ศูนย์ ทำให้นักลงทุนไม่แน่ใจว่านโยบายการเงินสหรัฐจะทำอย่างไรต่อไป ผลคือ ประสิทธิภาพของนโยบายการเงินเพื่อตัดลดความไม่แน่นอนเริ่มไม่ทำงานอย่างที่ผ่านมาแล้ว (Bloomberg)
"โต้ง" สะกิด ธปท.หั่นดอกเบี้ยอีกแล้ว นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ทำธุรกิจส่งออก ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการเงินที่ต่ำลง รวมถึงเพื่อให้มีอัตราแลกเปลี่ยนในระดับที่ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ ขณะที่เอสเอ็มอีที่ทำธุรกิจเพื่อขายสินค้าในประเทศนั้นยังไม่น่าห่วง เนื่องจากหลายธุรกิจมีรายได้เพิ่มขึ้น จากกำลังซื้อของคนในประเทศสูงขึ้น "ตอนนี้ผมเป็นห่วงเอสเอ็มอีที่ส่งออก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ธปท.ควรพิจารณาว่าทำอย่างไรจะช่วยให้กลุ่มธุรกิจนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยถูกลงและมีค่าเงินที่ให้เขาแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งรัฐบาลต้องการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถแข่งขันได้" (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)
ดร.โกร่งเรียกถกด่วนผู้บริหารแบงก์ชาติ รับมือบาทแข็ง-ทุนไหลเข้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (กกธ.) ได้หารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหาร ธปท. ถึงการรับมือการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ ที่คาดว่าจะไหลเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณเงินระยะที่ 3 หรือ QE3 โดยนายวีรพงษ์กล่าวว่า ตนได้เสนอแนวทางและมาตรการรับมือกับเงินทุน และการดูแลค่าเงินบาทให้ผู้บริหาร ธปท.รับฟัง แต่เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจของบอร์ด ธปท. แต่เป็นอำนาจของ ธปท.และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ดังนั้นทำได้เพียงเสนอแนวทางที่ตนเห็นว่าเหมาะสมเท่านั้น "บอร์ด ธปท.ไม่มีอำนาจตัดสินใจมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้าย และการดูแลค่าเงินบาท แต่การหารือครั้งนี้ ผมได้เสนอแนะความคิดเห็นและแนวทางที่เห็นว่า ธปท.ควรดำเนินการไปหลายเรื่อง แต่จะทำตามแนวคิดผมหรือไม่ ผมไม่รู้ต้องดูกันต่อไป เพราะเป็นอำนาจของเขา ไม่ใช่อำนาจบอร์ด ธปท." (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)
ครม.หว่านงบ 4 แสนล้านบาทจำนำข้าว เชิญ "ยิ่งลักษณ์" มอบนโยบาย 20 ก.ย.นี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 ก.ย.นี้ จะพิจารณาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 55/56 ตามมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยจะใช้กรอบวงเงิน 405,000 ล้านบาท เพื่อใช้รับจำนำข้าวเปลือก 25.82 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวเปลือกนาปี 240,000 ล้านบาท ข้าวเปลือกนาปรัง 165,000 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณจ่ายขาด 11,700 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสินเชื่อ 7,492 ล้านบาท สำหรับราคารับจำนำข้าวยังคงใช้ราคาเดิมคือ ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 20,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 15,000 บาท เป็นต้น ซึ่งจะเริ่มรับจำนำตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.55-15 ก.ย.56 อย่างไรก็ตาม วันที่ 20 ก.ย.นี้ จะเชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบนโยบายจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)
กรุงไทยลุยเอ็มเอไอออก RMF กองใหม่ดักเงินปลายปีมั่นใจไตรมาสสุดท้ายหุ้นไทยสดใส บลจ.กรุงไทย ออกกองทุน RMF ดักเงินลงทุนปลายปี เปิดช่องลงทุนหุ้นในตลาด เอ็ม เอ ไอ มั่นใจไตรมาสสุดท้ายหุ้นไทยวิ่งฉิว นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) กรุงไทย เปิดเผยว่า วันที่ 17 ก.ย.ถึง 1 ต.ค.นี้จะเปิดขายกองทุนเปิดกรุงไทยซีเล็คทีฟ อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพซึ่งมีนโยบายลงทุนหุ้นไม่น้อยกว่า 65% โดยลงทุนทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งเน้นบริหารแบบเชิงรุก โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับน้ำหนักการลงทุนในหุ้นแต่ละตัวให้เหมาะสมกับสถานการณ์ (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)
'โต้ง'ยันลดแน่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่ไม่รีบ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "โอกาสและทางรอดเอสเอ็มอีสู่ประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียน" ถึงการชะลอการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงเหลือ 35% จากขณะนี้เก็บอยู่ 37% เพราะการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลต่ำกว่าเป้าหมายว่า การจัดเก็บรายได้รัฐบาลในปี 2555 จะเป็นไปตามเป้าหมายแน่นอน ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีควรดำเนินการทีละเรื่อง ขณะนี้กำลังปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แข่งขันได้กับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน โดยปรับลดจาก 30% ให้เหลือ 23% แล้ว และจะเหลือ 20% ในปีหน้า ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดายังมีข้อจำกัดในบางมาตราที่ต้องทบทวนให้รอบคอบว่าจะปรับแก้อย่างไร เช่น กรณีแยกยื่นภาษีสามีและภรรยาตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ต้องเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาภายในปีปฏิทิน 2555 หรือเดือนธ.ค.นี้ เพื่อให้สามารถใช้ยื่นในปีภาษี 2555 หรือช่วงต้นปีหน้าได้ทันที (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)
ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1
รายงานวันนี้
หุ้น: SPALI คำแนะนำ: ซื้อ ราคาเป้าหมาย (บาท): 22.30 SPALI เป็นหุ้นเด่นอีกหนึ่งบริษัทที่เราแนะนำจากคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/55 จะกลับมาโดดเด่นในกลุ่มและคาดทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/55 คาดยอดจองซื้อจะดีขึ้นในไตรมาส 4/55 หนุนโดยคอนโด 3 โครงการที่จะเปิดตัว (Vista@ทิวานนท์, Elite สาธร-สวนพลู และ Monte@เวียง เชียงใหม่) นโยบายซื้อที่ดินรอล่วงหน้าเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงสุดในกลุ่มไว้ได้ที่ระดับสูงกว่า 40% เป็นหุ้นเด่นด้านกำไรผลักดันจากโครงการในต่างจังหวัด
นักวิเคราะห์: นฤมล เอกสมุทร
กลุ่ม: ปิโตรเคมี คำแนะนำ: - ราคาเป้าหมาย (บาท): - สัปดาห์ที่แล้ว ราคาและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีต้นน้ำปรับตัวลดลง แต่ราคาและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปลายน้ำปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคปรับตัวดีขึ้นและอุปทานตึงตัว ส่วนต่างราคาโอเลฟินส์อ่อนตัวลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนต่างราคา HDPE และ MEG เพิ่มสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน ส่วนต่างราคา PVC ปรับตัวสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน
นักวิเคราะห์: สุพพตา ศรีสุข
หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม
Technical Analysis
Security: SAMTEL Position: ซื้อ เป้าหมาย: 16.5/17 Stop loss< 14.9 Reason: สัญญาณทางเทคนิคมองการ Break out เส้น Neckline 15 สอดคล้องกับวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นหรือรูปแบบ Head& shoulder bottom
Security: CK Position: ซื้อ เป้าหมาย: 9/9.1 Stop loss< 7.95 Reason: โดดเด่นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างขณะที่ราคาหุ้นทะลุผ่านแนวต้าน 8 ตามสัญญาณ Break out พร้อมกับวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นตาม
Security: TTA Position: ซื้อ เป้าหมาย: 17.5/18 Stop loss< 16 Reason: หุ้นเริ่มกลับมามีความน่าสนใจภายหลังจากการทะลุแนวต้าน 16 สังเกตวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แนวต้านถัดไปมองบริเวณ 17.5-18 บ.
Security: ADVANC Position: ขายทำกำไร Reason: เริ่มมีสัญญาณเตือนจากเครื่องมือทางเทคนิค MACD ตัดลง ขณะที่ราคาหุ้นปิดต่ำหากหลุดแนวรับสำคัญ 210 คาดหุ้นจะปรับลงแรง
Security: CPF Position: ขายทำกำไร Reason: แม้ราคาหุ้นจะรีบาวด์ขึ้นแต่ยังไม่ผ่านเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลาง จึงคาดว่าเป็นการรีบาวด์บนแนวโน้มขาลง
Security: DTAC Position: ขายทำกำไร Reason: เริ่มมีสัญญาณเตือนจากเครื่องมือทางเทคนิค MACD ตัดลง ขณะที่ราคาหุ้นปิดต่ำและหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน 86
โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 18 ก.ย. 2555
|






![]() | Today | 849 |
![]() | All days | 849 |
Comments