|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 13/11/52
Market Recap and Trend: คาดหวังการ Rebound หลังปรับลดลงแรงเมื่อวานนี้ โดยมีแนวต้านที่ระดับ 700-703 จุด การปรับน้ำหนักการลงทุนของ MSCI ส่งผลให้มีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมาตั้งแต่ เปิดตลาด โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT และ PTTEP ส่งผลให้ SET ปรับลดลงแรงไป ที่แนวรับบริเวณ 700 จุดในช่วงระหว่างวัน และปิดตลาดปรับลดลง 2.96% ปิดตลาดที่ 696.72 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 27,311 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิมากถึง 3.2 พันล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้ คาดหวังการ Rebound ระยะสั้นๆ ไปที่แนวต้าน 700-703 จุด หลังจากปรับลดลงแรงเกือบ 3% เมื่อวานนี้ แม้ว่าตลาดหุ้น Dow Jones จะปรับ ลดลง 0.9% เมื่อคืนที่ผ่านมา จากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานแต่เราคาดหวังการ Rebound ของ SET วันนี้หลังจากปรับลดลงแรงเกือบ 3% เมื่อวานขณะที่ประเด็นการลงทุนในเขตมาบตาพุดล่า สุดศาลฯนัดสรุปไต่สวนอีกครั้งวันที่ 18 พ.ย.นี้
Investment Strategy: การพักฐานของ SET วานนี้ยังไม่ทำให้มุมมองเชิงบวกต่อตลาด หมดไป...คงแนะนำถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อเนื่อง การพักฐานของ SET เมื่อวานนี้ยังไม่ทำให้มุมมองเชิงบวกต่อ SET ในระยะกลาง-ยาว เปลี่ยนไป แต่ทำให้ความเสี่ยงจากการพักฐานระยะสั้นๆ ไปที่ระดับ 660-680 จุด เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เราคงแนะนำถือหุ้นในสัดส่วน 80% ของพอร์ตต่อเนื่อง โดยมองว่า Downside Risk ของ SET ค่อนข้างจำกัดที่ 660-680 จุดเท่านั้น และคงมูลค่าพื้นฐาน SET อิงวิธี Bottom-Up ที่ 740- 800 จุด เหมือนเดิม...สำหรับกลุ่มหุ้นแนะนำ ยังเป็น หุ้นกลุ่มพลังงาน (PTTEP,PTT, PTTAR, TOP, IRPC, BANPU มีประเด็นบวกจากปริมาณการผลิตถ่านหินที่เพิ่มขึ้น) กลุ่มธนาคาร (BBL, TCAP, SCIB, KBANK, SCB, TISCO) สื่อสาร (ADVAC, DTAC) วัสดุก่อสร้าง (SCC, DCC) อสังหาฯ (QH, AP, LPN เตรียมเปิดโครงการคอนโดฯมูลค่า 3.2 พันล้านบาท วันที่ 21 พ.ย.นี้, LH, PS, STEC) ชิ้นส่วนยานยนต์ (SAT, STANLY) เดินเรือ (TTA ค่าระวาง เรือปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง) และบันเทิง (BEC, MCOT, MAJOR ตัวเลขค่าโฆษณาทั้งระบบเดือน ต.ค. +7% ขณะที่ผ่าน TV +11.5% โรงภาพยนต์ +59% )
Futures Strategy: ควรปิดสถานะ LONG ไปแล้วที่ 498 เมื่อวานนี้...แนะนำ Wait & See รอยืนยันทิศทางตลาด AUTO: เพิ่ม TTA เข้ามาในหุ้นกลุ่ม Top Picks Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL CPF TUF CPALL KH AOT GLOW STANLY TTA
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดลดลง ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 0.91% เช่นเดียวกับดัชนี S&P500 ปิด ลดลง 1.03% โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบปิดร่วง ลง 3% นอกจากนี้ ตลาดยังถูกถ่วงลงจากการที่ดอลลาร์สหรัฐทะยานขึ้น โดยความน่าดึงดูดใจ ของดอลลาร์ในฐานะแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นหลังผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกเตือนว่าการฟื้น ตัวทางเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง ขณะเดียวกันวอล-มาร์ทซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของ โลกรายงานผลกำไรรายไตรมาสเพิ่มขึ้น แต่บริษัทคาดการณ์ว่า ผลประกอบการในไตรมาส 4 อาจ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทประมาณการไว้ ซึ่งทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการใช้จ่ายของ ผู้บริโภค ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดลดลง ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดลดลง 2.34 ดอลลาร์ หรือ 2.95% เป็น 76.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจาก ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ประกอบกับสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐเปิดเผย ข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 6 พ.ย.เพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล สู่ 337.7 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 300,000 บาร์เรล สู่ 167.7 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมัน เบนซินเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล สู่ 210.8 ล้านบาร์เรล ขณะที่อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมัน ลดลง 0.7% สู่ 79.9% ดอลลาร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุ ความเห็นจากนายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีนซึ่งกล่าวว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่มั่น คง และยืนยันที่จะคงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปนั้น ได้สร้างความวิตกให้กับนักลงทุน หลัง จากที่ก่อนหน้านี้จีนได้เปิดเผยข้อมูลการผลิตทางอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ประกอบกับ นายจอร์จ โปรโวโพลัส กรรมการบริหารธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ยังคงเปราะบาง ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 206 จุด อยู่ที่ 3,954 จุด เริ่มกลับมาสต็อกวัตถุดิบ ตามฤดูกาล จะผลักดันให้ค่าระวางเรือมีทิศทางขาขึ้นอีกครั้งหนึ่งไปจนถึงปลายปีนี้
|
Comments