Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Daily View - บล.กสิกรไทย
Daily View - บล.กสิกรไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 07 August 2018 09:35

การแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ไม่มีผลต่อกำหนดการเลือกตั้งปี 2562 ยังคงคาดการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วที่สุด ก.พ.62 และช้าที่สุด พ.ค.62 ซึ่ง SET Index จะตอบรับเชิงบวกล่วงหน้า 8 เดือน มอง SET Index ปรับฐานไม่ต่ำกว่า 1,690 จุดก่อนกลับ 1,720 จุด เลือก PTTGC TRUE COM7 เป็น Top Pick

การลงชื่อ 35 สนช.เพื่อแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. จะไม่มีผลต่อกำหนดการเลือกตั้ง : เว๊ปไซด์สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เผยแพร่เนื้อหาร่างแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ที่มีนาย มหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิก สนช. เป็นผู้นำเสนอและ สนช. อีก 35 คนเป็นผู้รับรองร่างแก้ไข พ.ร.ป. ดังกล่าว

เนื้อหาที่ 35 สนช. ต้องการแก้ไขคือ มาตรา 28 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. ที่ให้ กกต. เป็นผู้แต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งไปเป็นการคัดเลือกผ่านคณะกรรมการคัดเลือกของจังหวัด 7 คน ทั้งนี้ที่มาของปัญหาเกิดจาก สนช.บางท่านไม่เห็นด้วยกับการที่ กกต. ชุดปัจจุบันซึ่งกำลังจะหมดวาระลง ได้รีบร้อนแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง

 

ประเมินประเด็นข้างต้นจะไม่มีผลต่อกำหนดการเลือกตั้งเนื่องจาก

1. พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต ได้ประกาศใช้เป็นกฎหมายไปแล้วเมื่อปลายปี 2560 แม้จะมีการแก้ไขก็ต้องใช้กฎหมายเดิมจนกว่ากฎหมายฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ ซึ่งการแก้ไขเกี่ยวกับที่มาของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่มีผลการจัดเลือกตั้งหรือไม่ทำให้การดำเนินการตามกฎหมายติดขัด (การบังคับใช้กฎหมายจะมีปัญหาก็ต่อเมื่อกฎหมายเดิมไม่สมบูรณ์จนทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้)

2. กระบวนการแก้ไขต้องใช้เวลานาน ต้องดำเนินการฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องตาม รธน.มาตรา 77 และ เมื่อผ่านการลงมติในสภาฯแล้วต้องส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

3. กกต.ชุดใหม่ 5 ท่านซึ่งได้รับการลงมติจาก สนช. ไปเมื่อ 12 ก.ค. อยู่ในระหว่างการโปรดเกล้าฯ คาดว่าจะเข้าปฎิบัติหน้าที่แทน กกต.ชุดปัจจุบัน 4 ท่านได้ภายใน ส.ค.นี้ สามารถที่จะแก้หรือทำการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งใหม่ได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.

4. กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง เมื่อ พ.ร.ป. 4 ฉบับประกาศใช้เป็นกฎหมาย ประกอบไปด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. และ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. ซึ่ง พ.ร.ป. กกต. และพรรคการเมืองประกาศใช้เป็นกฎหมายไปแล้ว ดังนั้นจึงเหลือ พ.ร.ป.สส และ สว ที่อยู่ในขั้นตอนการรอโปรดเกล้าฯ

5. การเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนอยู่ที่ 2 หลักการ ประกอบไปด้วย 1.หลักทางนิติศาสตร์ คือ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส และ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว จะบังคับใช้เป็นกฎหมายเมื่อไหร่ และ 2.หลักทางรัฐศาสตร์ ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการเลือกตั้งที่นายกรัฐมนตรีได้ระบุชัดไว้เมื่อ 19 มิ.ย.61 ที่ผ่านมา

SET Index จะตอบรับในทางบวกต่อการเลือกตั้งล่วงหน้า 8 เดือน: KS Research ยังคงมุมมองการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในปี 2562 เร็วที่สุดคือ ก.พ.62 และช้าที่สุดคือ พ.ค.62

จากสถิติการเลือกตั้งต่อ SET Index ใน 5 ครั้งที่ผ่านมาพบว่าตลาดหุ้นจะตอบรับเชิงบวกต่อการเลือกตั้งในอีก 8 เดือนข้างหน้า โดยจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.9% ด้วยความน่าจะเป็น 80% เมื่อจำแนกลงไปในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร ก.ย.49 SET Index ปรับเพิ่มขึ้นล่วงหน้า 8 เดือนก่อนเลือกตั้ง ธ.ค.50 กว่า 17.9% หากรอบนี้เป็นไปตามสถิติ SET Index จะมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย 1,805 จุดในครึ่งปีหลังได้ไม่ยาก

กลุ่มที่จะให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดภายใต้ธีมการเลือกตั้ง คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เช่น ธนาคาร BBL KTB SCB รับเหมา STEC CK PYLON SEAFCO อสังหา LH SPALI SC SIRI AP QH ORI นิคมฯ AMATA WHA ค้าปลีก CPALL ROBINS CPN (KS Research ไม่ได้ออกบทวิเคราะห์ PYLON SEAFCO WHA)

การเปิด Short สุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ 3 วันติดต่อกัน 1.7 หมื่นสัญญายังไม่สัญญาณลบ : หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติ Long สุทธิใน SET50 Futures 9 วันติดต่อกัน 7.3 หมื่นสัญญา (เป็นการ Long คิดต่อกันด้วยปริมาณที่มากที่สุดในรอบ 3 ปี) ต่างชาติได้เริ่มพลิกมาเปิด Short สุทธิ 3 วันติดต่อกัน 1.7 หมื่นสัญญา มองเป็นเพียงการ Short เพื่อปิด Long ทำกำไรธรรมดา จากสถิติการเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างประเทศใน SET50 Futures 5 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีการเปิด Short สุทธิ 3 วันติดต่อกันเกิน 1 หมื่นสัญญาอยู่ 118 ครั้ง ในจำนวนดังกล่าวต่างชาติจะเปิด Short ต่อเนื่องในวันที่ 4 มีโอกาสเพียง 60% เท่านั้น และที่น่าสนใจคือ SET Index มีความน่าจะเป็นในการปรับลดลงในวันที่ 4 และ 5 เพียง 47% ดังนั้นจึงมองการเปิด Short ดังกล่าวยังไม่ใช่สัญญาณลบที่ควรวิตกกังวล

 

กลยุทธ์การลงทุน:

SET Index หดตัวแรงกว่าคาด แต่เชื่อว่าจะยังอยู่ในกรอบ 1,690-1,720 จุด ก่อนขยับขึ้นไปทดสอบ 1,735 จุดในสัปดาห์นี้เลือก PTTGC TRUE และ COM7 เป็นหุ้นเด่น ส่วนหุ้นระยะกลางถึงยาวให้สะสมกลุ่มหุ้น Monthly Pick ของ KS Research เช่น BBL KTB MTC ORI LH AP SPALI QH CPN CPALL ROBINS DELTA TNR IVL

 

Daily Picks

Daily Picks  Trading Target

COM7             20.00

TRUE              7.00

PTTGC           100.00

 

Monthly pick

BBL CPN KTB CPALL MTC ROBINS ORI BEM LH DELTA AP TNR SPALI IVL QH

 

KS Daily Portfolio

KS Daily Portfolio ถือหุ้น PTTGC ROBINS DELTA STEC BBL

1. หุ้นที่อิงกับ Investment Cycle

STEC คาดราคาหุ้นจะตอบสนองต่อ มติ ครม. เกี่ยวกับประเด็น พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ลดความกังวลว่าจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนและทำให้การประมูลโครงการต่างๆล่าช้า คาดนับจากนี้จะได้เห็นการเข็นงานประมูลออกมามากขึ้นในครึ่งปีหลัง หนุนการฟื้นตัวของ STEC นอกจากนี้ด้วย Backlog ที่มีอยู่ 1.2 แสนล้านบาทจะเริ่มเห็นการเร่งรับรู้รายได้ในตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2561 และยาวไปจนถึง 2563 หนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง

PTTGC แม้ความน่าสนใจของกลุ่มโรงกลั่นจะลดน้อยลงจากแรงกดดันของค่าการกลั่น (GRM) แต่ ในบรรดาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นทั้งหมด ชอบ PTTGC มากที่สุดเนื่องจากเป็นบริษัทตัวแทนกลุ่มต้นน้ำ กอปรกับมีส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นที่น้อย และไม่มีการผลิตน้ำมันเบนซิน ขณะที่ประเด็นความเสียหายจากวัตถุดิบคงคลังในระบบของ GGC หายไปมูลค่ารวม 2.1 พันลบ. จะกระทบต่อ PTTGC เพียงเล็กน้อย คงคำแนะนำซื้อ

2. หุ้นผลประกอบการเด่น

DELTA การปรับลดลงของราคาหุ้นปัจจุบันที่ปรับลดลง 13% ตั้งแต่ต้นปีได้สะท้อนความกังวลปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนไปแล้ว และปัจจุบันบริษัทสามารถที่จะต่อรองกับซัพพลายเออร์รวมถึงแก้ปัญหาดังกล่าวได้ดี ทั้งนี้คาดการณ์กำไรในงวด 2Q61 จะมีกำไรสุทธิ 1.29 พันล้านบาท 53% YoY และ 22% QoQ โดยคาดกำไรในครึ่งหลังของปี 2561 จะเติบโต HoH จากแรงหนุนของการอ่อนค่าของเงินบาท ยอดขายที่แข็งแกร่ง ทำให้กำไรสุทธิในปี 2561 จะขยายตัว 9% ก่อนจะโตแรง 28% ในปี 2562 และโตต่อเนื่อง 19% ในปี 2563 ทิศทางกำไรที่แข็งแกร่ง Valuation ที่ค่อนข้างถูก Forward PER 2562 11.6 เท่า ทำให้ KS Research ปรับเพิ่มขึ้นคำแนะนำเป็นซื้อด้วยมูลค่าเป้าหมาย 84 บาท

BBL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2561 ที่ 9.2 พันลบ. สูงกว่าตลาดคาด 10% ปัจจัยเด่นในไตรมาสนี้คือคุณภาพสินเชื่อที่ปรับดีขึ้นอย่างมาก ด้วยอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL ratio) ที่ปรับดีขึ้นอย่างมาก QoQ (ดีกว่าคาด) จาก 4.66% เป็น 4.04% เป็นผลจากการปรับโครงสร้างหนี้ที่สูงของธนาคารและการตัดบัญชี กอปรกับการก่อตัวของ NPL โดยรวมที่ลดลง คาดว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้กำไรครึ่งแรกของปี 2561 คิดเป็น 51.2% ต่อประมาณการกำไรปี 2561 คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 232 บาท

ROBINS ยอดขายสาขาเดิมช่วงครึ่งหลังปี 2561 จะมีอัตราการเติบโตแข็งแกร่งว่าช่วงครึ่งแรกปี 2561 ซึ่งคาดแรงหนุนจาก 1) การบริโภคที่ฟื้นตัวอย่างทั่วถึง, 2) การเพิ่มสินค้า private brand products เช่น Haven และ 3) แรงกดดันอัตรากำไรขั้นต้นลดลงน้อยลงจากการเร่งระบายสต็อก คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2 เติบโต 7.3% YoY แต่ลดลง 7.1% QoQ มาที่ 629 ล้านบาท แนะนำ"ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 70 บาท

 

Strategist

 

ประกิต สิริวัฒนเกตุ

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

ศักดิ์สิทธิ์ ผลมานะ

Assistant analyst

 

KS Research Team

 

Kasikorn Securities PCL

 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 7 ส.ค. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday25479
mod_vvisit_counterYesterday15183
mod_vvisit_counterAll days79334933

We have: 361 guests online
Your IP: 54.161.49.216
 , 
Today: Aug 17, 2018

4256576