Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research Daily View - บล.กสิกรไทย
Daily View - บล.กสิกรไทย PDF Print E-mail
Thursday, 09 August 2018 09:35

สถานการณ์น้ำในเขื่อนทั่วประเทศยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ และมีโอกาสน้อยที่จะเกิดแบบปี 2554 คาดผลกระทบจะจำกัดวงอยฬุ่ส่วนของภาคเกษตรภาค ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ และใต้ โดย SET Index ยังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ที่เข้ามาถี่และดีที่สุดในรอบ 2 ปี เลือกหุ้นที่มีโอกาสเกิด Stock Rotation KTB TRUE และหุ้นงบเด่น COM7 เป็น Top Pick

สถานการณ์น้ำในเขื่อนทั่วประเทศยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ และมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดเหตุการณ์แบบปี 2554 : ประเมินสถานการณ์น้ำในเขื่อนต่างๆทั่วประเทศจากข้อมูลของกรมชลประทานถึง 8 ส.ค.61 ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ และมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดเหตุการณ์แบบปี 2554

แม้ปริมาณน้ำสะสมในทุกเขื่อนจนถึง 8 ส.ค.61 จะอยู่ที่ 4.97 หมื่นล้าน ลบ.ม. สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปี 2554 ที่ 4.79 หมื่นล้าน ลบ.ม. แต่หากเจาะเข้าไปดูปริมาณน้ำในเขื่อนของแต่ล่ะภาค จะพบว่าภาคที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2554 คือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตก และใต้ ขณะที่ภาคกลางและเหนือปริมาณน้ำลดลงจากปี 2554

วิกฤติน้ำท่วมปี 2554 เกิดจากปริมาณน้ำในเขื่อนภาคเหนือและกลางพุ่งขึ้นสูง และการระบายมวลน้ำปริมาณมหาศาลต้องใช้แม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางยาวจากเหนือลงมาผ่าน กทม. ก่อนออกสู่อ่าวไทย แต่ในปี 2561 ภาคที่น่าเป็นห่วงคือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตก และใต้ ผลกระทบจะจำกัดมากกว่าปี 2554

กำลังการรองรับน้ำในเขื่อนใหญ่ทั่วประเทศยังเหลืออยู่อีกพอสมควร มีที่ต้องเฝ้าระวังคือ เขื่อนศรีนครินทร์(ตะวันตก) ปัจจุบันจุน้ำไว้ถึง 87% ของกำลังเก็บน้ำทั้งหมด เขื่อนวชิรากรณ์(ตะวันตก) จุน้ำไว้ 85% และเขื่อนรัชชประภา(ใต้) จุไว้ 79%

แม้ SET Index ไม่ได้ตอบรับเชิงลบต่อสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน แต่การระบายน้ำจะกระทบต่อพื้นที่การเกษตรภาคตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือและใต้เป็นหลัก ส่งผลลบต่อรายได้ภาคเกษตรในช่วงไตรมาส 3 และอาจยาวไปถึงไตรมาส 4 และจะลามไปสู่กลุ่มที่อิงกับกำลังซื้อในต่างจังหวัดในช่วงครึ่งปีหลัง จึงถือเป็นความเสี่ยงและต้องเฝ้าระวังไว้

การประชุม กนง. คงอัตราดอกเบี้ยตามตลาดคาด แต่ส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น : แม้ที่ประชุม กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ด้วยเสียง 6 ต่อ 1 แต่สารจาก กนง. ที่ส่งออกมาเป็นโทน Hawkish มากขึ้น

กนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องตามแรงส่งของอุปสงค์ทั้งในและนอกต่างประเทศ ขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ โดยเป็นที่น่าสังเกตุว่าสารจากการประชุมครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงการฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นการขยายตัวที่ดีขึ้นของ กนง. อย่างไรก็ตาม กนง. ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังความเสี่ยงจากข้อพิพาทการค้าสหรัฐ-จีน จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปจากเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต

นักเศรษฐศาสตร์ของ KS Research ดร.กำพล อดิเรกสมบัติ คงมุมมอง ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่ยังขึ้นช้าและอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงจะเริ่มติดลบในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 ดังนั้น กนง.จึงน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ไปจนถึงสิ้นปี 2561 และขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งแรกในไตรมาส 1 ปี 2562

กลุ่ม Big Cap พลังงาน ธนาคาร สื่อสาร ปรับเพิ่มขึ้นตอบรับต่อ Fund Flow ไหลเข้า : นักลงทุนต่างประเทศยังคงเข้าซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก 2.9 พันล้านบาทเป็นซื้อสุทธิ 8 วันติดต่อกันรวม 1.25 หมื่นล้านบาท และเป็นการซื้อสุทธิ 11 จาก 12 วันล่าสุดรวม 1.61 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการซื้อทั้งปริมาณและความต่อเนื่องที่ดีที่สุดในรอบ 2 ปี

ภาพการไหลเข้าตลาดทุนของกระแสเงินต่างประเทศ ส่งผลให้กลุ่ม Big Cap ทั้งพลังงาน ปิโตรเคมี ธนาคาร สื่อสาร ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากการ Outperform ตลาดของ SET50 Index คาดว่าจะเห็นการทำ Sector Rotation ใน SET50 มากขึ้นโดยกลุ่มที่มีโอกาสปรับเพิ่มในระยะถัดไป ขนส่ง อาหาร ค้าปลีก และโรงพยาบาล

 

กลยุทธฺการลงทุน

ยังคงคาดการขึ้นทดสอบ 1,735 จุดในสัปดาห์นี้ วันนี้เน้นกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสเกิดการทำ Stock Rotation ใน SET50 เลือก KTB TRUE และหุ้นผลประกอบการเด่น COM7 ส่วนหุ้นระยะกลางถึงยาวให้สะสมกลุ่มหุ้น Monthly Pick ของ KS Research เช่น BBL KTB MTC ORI LH AP SPALI QH CPN CPALL ROBINS DELTA TNR IVL

 

Daily Picks

Daily Picks  Trading Target

KTB              20.00

COM7             20.00

TRUE              7.00

 

Monthly pick

BBL CPN KTB CPALL MTC ROBINS ORI BEM LH DELTA AP TNR SPALI IVL QH

 

KS Daily Portfolio

KS Daily Portfolio ถือหุ้น PTTGC ROBINS DELTA STEC BBL

1. หุ้นที่อิงกับ Investment Cycle

STEC คาดราคาหุ้นจะตอบสนองต่อ มติ ครม. เกี่ยวกับประเด็น พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ลดความกังวลว่าจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนและทำให้การประมูลโครงการต่างๆล่าช้า คาดนับจากนี้จะได้เห็นการเข็นงานประมูลออกมามากขึ้นในครึ่งปีหลัง หนุนการฟื้นตัวของ STEC นอกจากนี้ด้วย Backlog ที่มีอยู่ 1.2 แสนล้านบาทจะเริ่มเห็นการเร่งรับรู้รายได้ในตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2561 และยาวไปจนถึง 2563 หนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง

PTTGC แม้ความน่าสนใจของกลุ่มโรงกลั่นจะลดน้อยลงจากแรงกดดันของค่าการกลั่น (GRM) แต่ ในบรรดาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นทั้งหมด ชอบ PTTGC มากที่สุดเนื่องจากเป็นบริษัทตัวแทนกลุ่มต้นน้ำ กอปรกับมีส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจโรงกลั่นที่น้อย และไม่มีการผลิตน้ำมันเบนซิน ขณะที่ประเด็นความเสียหายจากวัตถุดิบคงคลังในระบบของ GGC หายไปมูลค่ารวม 2.1 พันลบ. จะกระทบต่อ PTTGC เพียงเล็กน้อย คงคำแนะนำซื้อ

2. หุ้นผลประกอบการเด่น

DELTA การปรับลดลงของราคาหุ้นปัจจุบันที่ปรับลดลง 13% ตั้งแต่ต้นปีได้สะท้อนความกังวลปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนไปแล้ว และปัจจุบันบริษัทสามารถที่จะต่อรองกับซัพพลายเออร์รวมถึงแก้ปัญหาดังกล่าวได้ดี ทั้งนี้คาดการณ์กำไรในงวด 2Q61 จะมีกำไรสุทธิ 1.29 พันล้านบาท 53% YoY และ 22% QoQ โดยคาดกำไรในครึ่งหลังของปี 2561 จะเติบโต HoH จากแรงหนุนของการอ่อนค่าของเงินบาท ยอดขายที่แข็งแกร่ง ทำให้กำไรสุทธิในปี 2561 จะขยายตัว 9% ก่อนจะโตแรง 28% ในปี 2562 และโตต่อเนื่อง 19% ในปี 2563 ทิศทางกำไรที่แข็งแกร่ง Valuation ที่ค่อนข้างถูก Forward PER 2562 11.6 เท่า ทำให้ KS Research ปรับเพิ่มขึ้นคำแนะนำเป็นซื้อด้วยมูลค่าเป้าหมาย 84 บาท

BBL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2561 ที่ 9.2 พันลบ. สูงกว่าตลาดคาด 10% ปัจจัยเด่นในไตรมาสนี้คือคุณภาพสินเชื่อที่ปรับดีขึ้นอย่างมาก ด้วยอัตราส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL ratio) ที่ปรับดีขึ้นอย่างมาก QoQ (ดีกว่าคาด) จาก 4.66% เป็น 4.04% เป็นผลจากการปรับโครงสร้างหนี้ที่สูงของธนาคารและการตัดบัญชี กอปรกับการก่อตัวของ NPL โดยรวมที่ลดลง คาดว่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อผลประกอบการอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้กำไรครึ่งแรกของปี 2561 คิดเป็น 51.2% ต่อประมาณการกำไรปี 2561 คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 232 บาท

ROBINS ยอดขายสาขาเดิมช่วงครึ่งหลังปี 2561 จะมีอัตราการเติบโตแข็งแกร่งว่าช่วงครึ่งแรกปี 2561 ซึ่งคาดแรงหนุนจาก 1) การบริโภคที่ฟื้นตัวอย่างทั่วถึง, 2) การเพิ่มสินค้า private brand products เช่น Haven และ 3) แรงกดดันอัตรากำไรขั้นต้นลดลงน้อยลงจากการเร่งระบายสต็อก คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2 เติบโต 7.3% YoY แต่ลดลง 7.1% QoQ มาที่ 629 ล้านบาท แนะนำ"ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 70 บาท

 

Strategist

 

ประกิต สิริวัฒนเกตุ

This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

ศักดิ์สิทธิ์ ผลมานะ

Assistant analyst

 

KS Research Team

 

Kasikorn Securities PCL

 

โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 9 ส.ค. 2561

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday25504
mod_vvisit_counterYesterday15183
mod_vvisit_counterAll days79334958

We have: 329 guests online
Your IP: 54.161.49.216
 , 
Today: Aug 17, 2018

4251568