Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Daily Research บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/01/53
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/01/53 PDF Print E-mail
Friday, 22 January 2010 11:43

บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/01/53

คาดเซตามต่างประเทศ แต่อาจรีบาวด์ก่อน
ถึงแนวรับ 718 จุดแล้ว แต่ตลาดต่างประเทศอ่อนตัวอย่างหนักจากมาตรการคุมเข้มการ
เก็งกำไรของทั้งจีนและสหรัฐฯ ประกอบกับแรงขายทำกำไรของนักลงทุนสถาบัน แต่เราเชื่อว่า
จากนี้ไปดัชนีไม่น่าถูกกดได้นานอาจมีแนวรับถัดไปที่ 708-713 จุด เชื่อว่าตลาดยังไม่พลิกเป็น
ขาลง แต่รอบนี้การดำเนินการของทางการดูได้ผลดีมากเมื่อเทียบกับปีก่อน เชื่อว่าตลาดอาจรี
บาวด์ขึ้นมาได้ก่อนจากระดับ 708-718 จุดนี้ ความหวังที่จะรีบาวด์อยู่ที่กลุ่มซึ่งโดนพิษปัญหามาบ
ตาพุด (PTT, SCC) อาจคลี่คลายออกในทางดี ก.พ.นี้
กรอบวันนี้ แนวรับ 710 แนวต้าน 725

ปัจจัยวันนี้
( - ) สหรัฐฯ ออกมาสกัดการเก็งกำไร: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงลงหนักต่อเพราะผล
กระทบจากการจำกัดสินเชื่อของทางการจีนแล้ว ยังมาเผชิญกับแนวสกัดการเก็งกำไรจากทาง
การสหรัฐฯ เนื่องจาก ปธน.โอบามาเตรียมเสนอกฏเกณฑ์ที่จะทำให้ระบบธนาคารมีความ
ปลอดภัยมากขึ้น โดยป้องกันไม่ให้ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดแบกรับความเสี่ยงมากเกินไป ข้อเสนอ
ในครั้งนี้จะรวมถึงการกำหนดเพดานความซับซ้อนและขนาดของการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อบริษัท
เอง (proprietary trading) และจะร่างเป็นกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของ
ภาคธนาคาร
( 0 ) มาบตาพุด ความเสียหายเตรียมแผ่ขยายวงกว้าง แต่ยังมีความหวังว่าอาจจบได้เร็ว
ราว ก.พ.53: หลังการจัดตั้งองค์กรอิสระชั่วคราว 13 คน ผ่านการใช้ร่างระเบียบสำนักนายก
รัฐมนตรี ขึ้นมาเป็นผู้เห็นชอบร่างระเบียบการจัดทำ HIA ของฝ่ายราชการที่ออกมาเพื่อให้
เอกชนไปดำเนินการ ล่าสุดมีผู้ไปเรียกร้องต่อศาลปกครองว่าการจัดตั้งองค์กรอิสระมีการเร่งรัด
เกินไปและไม่ชอบธรรม ซึ่งศาลได้รับคำฟ้องไว้ แม้จะดูเป็นความคืบหน้าที่ไม่เป็นผลดีต่อกลุ่มผู้
ประกอบการ 64 ราย ในมาบตาพุดที่ยังถูกสั่งระงับการดำเนินโครงการ แต่เรายังมีความคาดหวัง
สูงว่า ในที่สุดการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองจะถูกนำมาพิจารณา และอาจมีคำสั่งศาลให้เอกชนที่
อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือก่อสร้างเสร็จแล้ว สามารถดำเนินโครงการไปได้ เพราะหากระงับ
โครงการไปนานจะทำให้ 1.เสียโอกาสในการผลิต และสร้างรายได้ ซึ่งเราเชื่อว่าช่วงเวลาที่ดีของ
ธุรกิจพลังงาน-ปิโตรเคมีจะอยู่ในช่วง 1H53 นี้ 2.อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร ในส่วนที่ลงมือ
สร้างไปแล้ว เมื่อปล่อยนานวันจะเริ่มเสียหาย 3.กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ที่ไม่สามารถส่งมอบงาน
ได้ จะประสบปัญหา Cash Flow ไม่เดิน และจะทำให้เกิดเป็นยอดค้างชำระหนี้ต่อภาคธนาคาร
พาณิชย์อาจเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤติการเงินในอนาคตข้างหน้าได้
( +/- ) เศรษฐกิจจีนไตรมาส 4/52 โต 10.7% และทั้งปี 2552 โต 8.7%: ล่าสุดจีน
ประกาศตัวเลขการเติบโตของ GDP ไตรมาส 4/52 ออกมา เติบโตดีเหมือนปี 2550 ซึ่งเป็นช่วง
ก่อนวิกฤติ สภาวะแบบนี้ มีโอกาสที่จะทำให้กำไรและราคาหุ้นของกลุ่ม Real Sector ของไทย
ปรับตัวดีขึ้นได้เหมือนในช่วงปี 2550 แต่การเติบโตที่รวดเร็ว และมีผลต่อตลาดหุ้นอย่างมากนั้น
ทำให้ระยะสั้นนี้ทางการจีนต้องออกมาควบคุมความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ ตามมาด้วยสหรัฐฯ ก็
ออกมาตรการสกัดความร้อนแรงของตลาดหุ้น ด้วยการจำกัดขนาดการทำธุรกรรมทางการเงิน
และปริมาณเงินเพื่อทำ Proprietary Trading เราเชื่อว่าแม้ตลาดหุ้นจะถูกสกัดกั้นความร้อน
แรง แต่คาดว่าเป็นผลกระทบเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2553
เป็น Organic Growth เกิดจากดีมานด์ที่แท้จริง โดย Consensus คาด GDP ปี 2553 โต
9.4% จึงคาดว่าตลาดยังมีโอกาสรีบาวด์               

Written by :
พิราบขาว
 

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday893
mod_vvisit_counterAll days893

We have: 893 guests online
Your IP: 216.73.217.11
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 26, 2026

4235736