|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะหุ้น 18/02/53
|
|
|
|
|
Thursday, 18 February 2010 09:47 |
|
บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 18/02/53
Market Recap and Trend: มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อแต่จะอยู่กรอบที่จำกัด เนื่องด้วยความกังวล ต่อปัจจัยการเมืองภายในประเทศ การปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้น Dow Jones และตลาดหุ้นภูมิภาค ส่งผลให้ SET ปรับสูงขึ้นตั้งแต่เปิดตลาดและซื้อขายในแดนบวกตลอดวัน ปิดตลาดปรับสูงขึ้น 0.69% ที่ 697.49 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเบาบางต่อเนื่อง 12,797 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติกลับ มาซื้อหุ้นสุทธิ 193 ล้านบาท สำหรับแนวโน้ม SET วันนี้มองว่ามีโอกาสปรับสูงขึ้นได้ตามการปรับ สูงขึ้นของตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่จะอยู่ในกรอบจำกัดที่บริเวณ 700-702 จุด เนื่องจากความกังวลต่อปัจจัยการเมืองจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนที่ศาลฯจะ ตัดสินกรณียึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ สำหรับตลาดหุ้น Dow Jones ปรับสูง ขึ้น 0.4% เมื่อคืนที่ผ่านมาโดยมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การผลิตภาคอุตสาหกรรม หรือตัวเลขเริ่มสร้างบ้าน
Investment Strategy: แม้ SET จะ Rebound แรง...แต่เรายังแนะนำเพียงแค่เก็งกำไร ระยะสั้นๆ เท่านั้น แม้ว่า SET จะ Rebound ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ 0.69% เมื่อวานนี้ เรามองว่า จังหวะการ Rebound ของ SET เป็นเพียงโอกาสในการเข้า Trading กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL, KBANK, SCB, KTB) และพลังงาน (PTT, PTTEP, BANPU, PTTAR, PTTCH) ระยะสั้นๆ เท่านั้น ขณะที่พอร์ตลงทุนระยะกลาง – ยาว ยังแนะนำถือหุ้น ในสัดส่วน 40% ของพอร์ตเหมือนเดิม เนื่องจากเราต้องการจำกัดความเสี่ยงจากการพักฐาน ระยะกลาง (หรือพักฐานรอบใหญ่) จากความกังวลต่อการใช้นโยบายการเงิน และการคลังที่เข้ม งวดมากขึ้นในหลายๆประเทศในช่วงปลาย 1Q53 – ต้น 2Q53 ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการ สร้างฐานหลายเดือนทั้งนี้เรายังเน้นการถือครองกลุ่มหุ้น Defensive อย่าง CPALL และหุ้น ที่ให้ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง อย่าง ADVANC, SPALI, DCC, TICON, KK และ DELTA (คาดผลการดำเนินงาน 4Q52 ออกมาดี พร้อมจ่ายปันผลอย่างต่ำ 6.2% อาจได้ถึง 8%)
Top Picks PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC SCC LH QH AP PS SPALI KSL TUF CPALL AOT STANLY SAT TTA MINT TUF
Futures Strategy : โอกาสเข้า Trading Long ลดลง แนะนำ Wait & See โดยมีแนวรับที่ 480 จุด
ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก • ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.39% เช่นเดียวกับ S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.42% โดยได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นหลังกระทรวง พาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเพิ่มตัวขึ้น 2.8% สู่ 591.00 ยูนิต ในเดือนม.ค. สู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยข้อมูลการผลิตในภาค อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.9% ในเดือนม.ค. หลังเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนธ.ค. นอกจากนี้ยัง มีแรงหนุนจากหุ้น Deere & Co ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์การเกษตรรายใหญ่ที่สุดของโลกนำ ตลาดพุ่งขึ้น 5% หลังเปิดเผยผลประกอบการสูงเกินคาดและปรับเพิ่มแนวโน้มของบริษัทสำหรับ ปีหน้า • ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค. ปิดเพิ่มขึ้น 32 เซ็นต์ หรือ 0.42% มาที่ 77.33 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจาก ตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามนักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุนก่อนที่จะมีการ เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันประจำสัปดาห์ โอยตลาดคาดว่าสต็อกน้ำมันอาจเพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรล ในช่วงสิ้นสุดสัปดาห์วันที่ 12 ก.พ. • ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร และเยน ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น หลังการเปิดเผยตัวเลข เศรษฐกิจที่ดีขึ้น ประกอบกับรายงานการประชุมเดือนม.ค.จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า ผู้กำหนดนโยบายเห็นความจำเป็นที่จะเริ่มโครงการขายสินทรัพย์ในอนาคตอันใกล้ และคาดว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะดำเนินต่อไป • ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 63 จุดมาที่ 2661 จุด รายงานภาคการผลิตที่ดี ขึ้นโดยเฉพาะสหรัฐสร้างความเชื่อมั่นในการสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตทั่วโลกช่วยผลักดันค่าระวาง เรือให้มีทิศทางขาขึ้นในช่วงนี้
|
Comments