|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะหุ้น 16/03/53
|
|
|
|
|
Tuesday, 16 March 2010 11:44 |
|
บล.ทรีนีตี้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/03/53
Fund Flow ออกจากสหรัฐฯ ไหลเข้า Emerging Market แม้การเมืองไทยจะร้อนแรงและทำให้หวาดกลัวการลงทุน แต่ Fund Flow ที่ไหลเข้า ตลาดภูมิภาคหรือ Emerging Market ในเอเชีย ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังตรุษจีนที่ผ่าน มา โดยเชื่อว่าเป็นการไหลออกจากสหรัฐฯ ที่ไม่มั่นใจการฟื้นตัวจริงและจากยุโรปเพราะไม่มั่นใจ ว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหรือไม่ โดยตลาดหุ้นที่ Laggard ที่สุดในโลกคือตลาดหุ้นจีน ณ วันนี้ทิศ ทางของตลาดอื่นที่สำคัญในเอเชีย เช่นตลาดฮ่องกง ก็ไม่ได้ดำเนินรอยตามจีนมากนัก ส่วนตลาด หุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้น 1.72% แต่ยัง Laggard ตลาดอื่นเช่น ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ฮ่องกง ที่ขึ้นในระดับ 2-3% นักลงทุนควรเริ่มระมัดระวังเมื่อดัชนีหุ้นไทยผ่าน 741 จุดได้ เพราะการขึ้นในรอบนี้น่าจะเป็นเงินไหลเข้า Emerging Market ที่ไม่ใช่จีน แกนหลักใน การรับเงินไหลเข้ากลับกลายเป็นญี่ปุ่นมากกว่า อย่างไรก็ตามนับรวมจากต้นปี SET ยังติดลบอยู่ 0.16% โอกาสการลงทุนทั้งปีเราเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุด SET จะบวกขึ้นจากระดับสูงสุดในปีก่อน ได้ 3-8% จากปัจจุบัน 734 จุด ยังมี Upside ประมาณ 6% แต่สำหรับรอบนี้ ควรเริ่มระมัดระวัง หากตลาดจีนยังไม่กระเตื้องขึ้น ผลตอบแทนการลงทุนใน SET ของรอบนี้ อาจไม่ใช่ 6% และ เหลือ Upside ประมาณ 1% เท่านั้น กรอบดัชนีสัปดาห์นี้ 709-741 จุด ทรีนีตี้คาดการณ์ผล กระทบจากการเติบโตจีน (ไม่ใช่ตลาดหุ้นจีน) 35% การเมืองในประเทศ 30% ที่เหลือเป็นปัจจัย จากยุโรปและสหรัฐฯ เข้าซื้อปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันลงและสเปรดดีขึ้น PTTAR และ PTTCH การเมืองในประเทศที่วุ่นวายไม่กระทบและอาจส่งผลดีหนุน CPALL และ MCOT การที่หุ้นแบงก์ขึ้นดีในระยะนี้เกิดในหลายประเทศเหมือนกัน เพราะคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจีนและ อินเดียกำลังมีแนวโน้มขึ้น และมีเพียง Sector เดียวคือธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับผลบวก จากดอกเบี้ยขึ้น กรอบวันนี้ แนวรับ 728 แนวต้าน 738
ปัจจัยวันนี้ (0) พลังงานและปิโตรเคมี: ราคาน้ำมันปรับตัวลง ทำให้สเปรดของปิโตรเคมี เอทีลีน เพิ่มขึ้น 8% WoW และสายเบนซีนเพิ่มขึ้น 25% WoW เป็นปัจจัยบวกให้ซื้อหุ้น PTTCH และ PTTAR ตามลำดับ (0) ต่างประเทศ: ทางการสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า ร่างกฎหมายการปฏิรูปสถาบันการ เงินสหรัฐฯ จะไม่สร้างผลกระทบที่รุนแรงต่อภาคการเงินสหรัฐฯ ขณะที่คืนนี้จะมีประชุม FOMC คาดคงอัตราดอกเบี้ย Fed Funds Rate ไว้ที่ 0-0.25% (+) รัฐจะไม่ฟ้องแก้สัมปทานบริษัทสื่อสาร: เป็นประเด็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มสื่อสารที่มี สัมปทานกับภาครัฐ และมีการแก้ไขสัมปทานในอดีต โดยเฉพาะ ADVANC, SHIN, THCOM อาจสบายใจได้ว่ารัฐน่าจะไม่เรียกเก็บผลประโยชน์ย้อนหลัง แต่ยังไม่แน่ว่าอาจต้องปรับสัมปทาน ไปเป็นฉบับก่อนแก้ไขหรือไม่ (Prepaid จากปัจจุบันจ่าย 20% ขึ้นไปเป็น 25-30%) ซึ่งยังต้อง ติดตามการศึกษาของคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง คาดจะได้ข้อสรุปปลาย เม.ย.53 (+) CK: กรณีเขื่อนน้ำงึม 2 ในลาว เดิมคาดในปี 2553 อาจมีรายได้เข้า 2 เดือนสุด ท้ายของปีประมาณ 100 กว่าล้านบาท แต่ CK ซึ่งเป็น Main Operator ของโครงการนี้คาดว่า อาจจะเข้ามาเต็มปีในปี 2554 เป็นกำไรรวมทั้งโครงการ 1,289 ล้านบาท เป็นส่วนของ CK ประมาณ 367 ล้านบาท เป็นส่วนของ RATCH 322 ล้านบาท เป็น EBITDA สำหรับโครงการนี้ รวม 3,800 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกหนุน CK รวมทั้งโอกาสได้ชนะประมูลเขื่อนไซยะบุรีอีก 70,000 ล้านบาท ในช่วงปลายปี 2553 ได้ด้วย
|
Comments