Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 13 May 2011 09:25

สหรัฐอเมริกา

          -  ยอดค้าปลีกเดือนเมษายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% (m-o-m) สู่ระดับ 3.894 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนมีนาคม แต่น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% ขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 7.6% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันยาวนานถึง 10 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคของสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

          -  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 พฤษภาคม ลดลง 44,000 ราย สู่ระดับ 434,000 ราย ขณะที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 430,000 ราย สำหรับยอดผู้รับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 4,500 ราย สู่ระดับ 436,750 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ด้านยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่  30 เมษายน 2554 เพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 3.76 ล้านราย

          -  ดัชนีราคาสินค้าผู้ผลิตในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.8% (m-o-m) มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% อันเป็นผลมาจากราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m) น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ดัชนีราคาสินค้าผู้ผลิตในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 6.8% (y-o-y) จากที่เพิ่มขึ้น 5.8%(y-o-y) ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐานที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 2.1% เป็นการขยายตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2552

          -  สต็อกสินค้าคงคลังของภาคธุรกิจในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 1.0% สู่ระดับ 1.48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 หลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย consensus คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.8%

 

สหภาพยุโรป

          -  ราคาอาหารและน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นด้วย ประเทศในยุโรปตะวันออกรวมถึงฮังการีและรัสเซียจึงเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อลง รวมถึงธนาคารกลางของสาธารณรัฐเช็คก็มีแนวโน้มว่าจะต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปส่งสัญญาณเตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหลังเดือนมิถุนายน หลังจากที่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 1.25% ในเดือนเมษายน

 

อังกฤษ

          -  ธนาคารกลางของอังกฤษส่งสัญญาณเตือนภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จึงได้เสนอที่จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ถึงแม้ว่าอาจจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวช้าลง โดยอัตราเงินเฟ้อขณะนี้อยู่สูงกว่าเป้าหมายที่ 2% และอาจเพิ่มขึ้นถึง 5% ภายในปีนี้ ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ธนาคารกลางจำเป็นต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ขณะที่จีนมีอัตราเงินเฟ้อมากกว่า 5% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนเยอรมนีก็เพิ่มขึ้นเป็น 2.7% ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เช่นกัน สำหรับอังกฤษนั้นในระยะสั้นอัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับที่สูง แต่ธนาคารกลางยังคงเห็นว่าจะลดลงสู่เป้าหมายภายในปี 2556 สำหรับอัตราดอกเบี้ยนั้นคาดว่าจะปรับเพิ่ม 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นถึง 1.25% ในไตรมาสที่สามของปี 2555

 

โปแลนด์

          -  ธนาคารกลางของโปแลนด์จำเป็นต้องปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วผลักดันให้ค่าจ้างและราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น และเพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจึงต้องใช้มาตรการทางการเงินอย่างเข้มงวด โดยธนาคารกลางได้ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 4.25% จากเดิม 4.00% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามในปีนี้ ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อของโปแลนด์เพิ่มขึ้นเป็น 4.3% ในเดือนมีนาคม ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี2551 ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไม่รวมอาหารและน้ำมันของโปแลนด์เพิ่มขึ้นเป็น 2% ในเดือนมีนาคม จาก 1.7% ในเดือนก่อน

 

กรีซ

          -  ชาวกรีซราว 20,000 คน เดินขบวนในกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ เพื่อประท้วงมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของกรีซซึ่งครอบคลุมถึงการลดรายจ่ายองค์กรภาครัฐ การปรับลดเงินเดือนข้าราชการ และการปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่งผลให้เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน ทั้งนี้ การประท้วงดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2554 ขณะที่รัฐบาลกรีซเตรียมเสนอร่างมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณฉบับใหม่ต่อรัฐสภา เพื่อลดรายจ่ายภาครัฐลงอีก 26 พันล้านยูโร (37.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

 

 

สเปน

          -  เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2554 เกิดเหตุแผ่นดินไหววัดระดับความรุนแรงได้ 5.2 ริกเตอร์ ทางภาคใต้ของสเปน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย และอาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวเป็นครั้งรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในสเปนนับตั้งแต่ปี 2499

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

          -  กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเปิดเผยว่ายอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นลดลง 34.3% ในเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สู่ระดับ 1.6791 ล้านล้านเยน โดยการส่งออกของญี่ปุ่นชะลอตัวลงเป็นอย่างมากในเดือนมีนาคมจากผลกระทบในเชิงลบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ซึ่งส่งผลให้การผลิตของบริษัทขนาดใหญ่ต้องสะดุดลง ทั้งนี้ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.9% ในปี 2553 สู่ระดับ 15.92 ล้านล้านเยน

          -  ธนาคารกลางญี่ปุ่นเปิดเผยว่ายอดการปล่อยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ญี่ปุ่นในเดือนเมษายนลดลง 1% จากเดือนเดียวกันปีก่อน สู่ระดับ 395.65 ล้านล้านเยน ขณะที่ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M1 ขยายตัว 2.7% ทั้งนี้ยอดการปล่อยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะบริษัทต่างๆยังคงชะลอการกู้ยืมเงินงวดใหม่ในการขยายการลงทุนทางธุรกิจ

 

อินโดนีเซีย

          -  ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 6.75% ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสที่ 12 ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันในการประชุม 3 ครั้งหลังสุด พร้อมระบุว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงปรับตัวสูงขึ้น

 

ออสเตรเลีย

          -  สำนักงานสถิติออสเตรเลียเปิดเผยว่าอัตราว่างงานในออสเตรเลียเดือนเมษายนทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.9% แต่อัตราจ้างงานแบบเต็มเวลาลดลง 49,100 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2552 โดยจำนวนผู้ที่ได้รับการจ้างงานรวมลดลง 22,100 คน ในเดือนเมษายน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 43,300 คนในเดือนมีนาคม ทั้งนี้การสร้างงานเพื่อให้ประชาชนมีงานทำมากขึ้นนั้นถือเป็นนโยบายที่สำคัญของงบประมาณรัฐบาลที่ได้มีการประกาศในสัปดาห์นี้ ขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียคาดการณ์ว่า ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรต่างๆในประเทศจะทำให้อัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.75% ภายในเดือนมิถุนายน2555 และ 4.5% ในปีถัดไป

 

จีน

          -  ธนาคารกลางจีนประกาศปรับสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ขึ้นอีก 0.50% โดยมีจุดประสงค์เพื่อต่อต้านภาวะเงินเฟ้อ  การปรับขึ้น RRR ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 8 นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2553 และจะส่งผลให้กลุ่มธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของจีนต้องกันสำรองเงิน 21 % ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยธนาคารกลางจีนระบุในเว็บไซท์ของตนเองว่า การปรับขึ้น RRR ในครั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันพุธที่ 18 เมษายน ทั้งนี้การปรับขึ้น RRR จะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ต้องกันสำรองเงินฝากมากขึ้นและส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้ได้น้อยลง

 

ไทย

          -  ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมในเดือนเมษายนลดลงสู่ระดับ 70.5 จากระดับ 71.0 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ สึนามิในญี่ปุ่น สถานการณ์ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น การเมืองยังมีความไม่แน่นอน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ระดับ 71.1 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 97.2

          -  สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) รายงานว่า ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 4 เดือนแรก(ม.ค.-เม.ย.54) ของปีนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนทั้งในแง่ของจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยมีทั้งสิ้น 582 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 170,100 ล้านบาท จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 53% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 381 โครงการ ในขณะที่มีมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 129,500 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มกิจการที่ได้รับความสนใจลงทุนสูงสุด ได้แก่ กิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง รองมาคือ กิจการบริการและสาธารณูปโภค รวมทั้ง กิจการเคมี กระดาษ และพลาสติก ตามลำดับ ทั้งนี้ การลงทุนในกิจการขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200-1,000 ล้านบาท มากถึง 169 โครงการจากทั้งหมด และมีมูลค่าเงินลงทุนกว่า 148,800 ล้านบาทจากมูลค่าทั้งหมด

          -  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุจะพยายามนำทุนสำรองไปลงทุนในทองคำและทางเลือกอื่นๆ มากขึ้น หลังจากพันธบัตรสหรัฐฯ มีปัญหา หลัง ธปท.มีการนำทุนสำรองไปซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก พร้อมระบุว่า ยังมีความไม่แน่นอนทั้งเศรษฐกิจ การเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีโอกาสที่ภัยธรรมชาติจะมีความผันผวนรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายปีนี้จะมีความผันผวนมากว่าปีก่อน และทำให้ราคาสินค้ามีความผันผวนมากขึ้น

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (12 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเซียรวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ซึ่งสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากการที่นักลงทุนวิตกต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในประเทศต่างๆรวมทั้งปัญหาวิกฤติการเงินในยุโรปที่กลับมากดดันภาวะการลงทุนในช่วงนี้อีกครั้ง

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (12 พ.ค.) ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินเยนอ่อนลงมากเมื่อวานนี้ โดยในวันนี้ประเด็นเรื่องปัญหาหนี้กรีซ และแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของประเทศต่างๆที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อตลาดการเงินระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายค่าเงินดอลลาร์ฯอ่อนลงจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (12 พ.ค.) ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่อ่อนลงมากเมื่อวันพุธจากการที่ตลาดกังวลว่ากลุ่มประเทศในยุโรปจะไม่รีบในการให้ความช่วยเหลือกรีซ อย่างไรก็ดีช่วงบ่ายค่าเงินดอลลาร์อ่อนลงตามราคมน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (  12 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวอ่อนลงในช่วงเช้าของตลาดสหรัฐฯ อีกทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่กลับมาเพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันนี้

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (12 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียปรับตัวลดลงในวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนวันพุธจากการที่ตลาดการเงินกังวลต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของประเทศต่างๆทั้งในเอเซียและยุโรปส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลง โดยดัชนีนิกเกอิ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต และดัชนีฮั่งเส็งลดลง 1.50%,1.36%และ0.94% ตามลำดับ

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพฤหัส (12 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาดตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนวันพุธและตลาดเอเซียอื่นๆที่เปิดตลาดก่อนหน้านั้น ทั้งนี้ปัจจัยเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นของหลายประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นในวันนี้ โดยมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มพลังงาน   

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 13 พฤษภาคม  2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1551
mod_vvisit_counterAll days1551

We have: 1549 guests online
Your IP: 216.73.216.211
Mozilla 5.0, 
Today: Mar 31, 2026

4204696