Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 24 May 2011 10:23

สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ

 

สรุปภาวะตลาดเงิน

          - SD/THB อยู่ที่ระดับ 30.40 โดยเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ เช่นเดียวกับสกุลเงินภูมิภาคที่ถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 30.45

          - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.405 เทียบกับ 1.415 ในช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาหนี้สินของประเทศสมาชิกวันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ระดับ 1.397

          - USD/JPY ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ โดยวานนี้อยู่ที่ระดับ 81.92 อันเป็นผลจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯที่  นักลงทุนมีการเข้าซื้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ปัจจัยต่างๆ ในตลาดการเงิน วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ 82.20

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

          - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 2.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 97.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 100 อีกครั้ง หลังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ในยูโรโซน และปัจจัยลบจากการชะลอตัวของภาคการผลิตในจีนและยุโรป

          - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับตัวขึ้นต่ออีก 6.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 1,515.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางการคลังของกรีซ และอิตาลี

 

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

          - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงปิดต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่าตลาดหุ้นจะสามารถรับมือกับความอ่อนแอของอุปสงค์และภาคการผลิตทั่วโลกได้หรือไม่ ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรม พลังงานและเทคโนโลยีที่มีความสัมพันธ์กับการเติบโตทางเศรษฐกิจดิ่งลงค่อนข้างแรง

          - โดยวานนี้ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 130.78 จุด ปิดตลาดที่ 12,381.26 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 15.90 จุดที่ 1,317.37 จุดและดัชนี Nasdaq ปิดลบ 44.42 จุด ปิดตลาดที่ 2,758.90 จุด

 

อัตราดอกเบี้ย

สหรัฐฯ     Fed Funds rate                    0-0.25%

          Discount rate                       0.75%

ไทย       ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate) 2.75%

 

ยอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติ

          - ตลาดหุ้นไทย ร่วงลง 18.97 จุด ปิดตลาดที่ 1,053.97 จุด โดยมีแรงขายนำในหุ้นกลุ่มพลังงานและแบงก์ ขณะที่นักลงทุนยังคงขายสุทธิต่อเนื่องอีกกว่า 2.7 พันล้านบาท

          - ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนกำลังมีความกังวลต่อปัญหาในยุโรป ทำให้ตลาดหุ้นมีการปรับตัวลงเช่นเดียวกับตลาดอื่นๆในภูมิภาค ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้ามีการปรับตัวลงแรงทำให้คาดว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวลง และมองว่าตลาดมีแนวโน้มปรับตัวลงต่อในวันนี้

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

          - ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนก.ค. ร่วงลง 2.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 97.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 100 อีกครั้ง หลังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ในยูโรโซน และปัจจัยลบจากการชะลอตัวของภาคการผลิตในจีนและยุโรป

          - ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับตัวขึ้นต่ออีก 6.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 1,515.40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางการคลังของกรีซ และอิตาลี กระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

 

ตลาดเงินนิวยอร์ค

          - EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.405 เทียบกับ 1.415 ในช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ยูโรร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาหนี้สินของประเทศสมาชิกทั้งอิตาลีที่ถูก S&P ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือลงสู่“เชิงลบ” รวมทั้งปัญหาหนี้สินของสเปนและกรีซที่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

 

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

          - USD/JPY ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ โดยวานนี้อยู่ที่ระดับ 81.92 อันเป็นผลจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯที่  นักลงทุนมีการเข้าซื้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ปัจจัยต่างๆ ในตลาดการเงิน ทั้งปัญหาในยุโรป และภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน

          - GBP/USD อยู่ที่ระดับ 1.6120 เทียบกับ 1.6227 ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยปอนด์ยังคงปรับตัวในทิศทางขาลงหลังขาดแรงหนุนจากภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นเนื่องจากนักลงทุนมีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงนี้

          - ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงปิดต่ำสุดในรอบ 1 เดือน เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่าตลาดหุ้นจะสามารถรับมือกับความอ่อนแอของอุปสงค์และภาคการผลิตทั่วโลกได้หรือไม่ ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรม พลังงานและเทคโนโลยีที่มีความสัมพันธ์กับการเติบโตทางเศรษฐกิจดิ่งลงค่อนข้างแรง

          - โดยวานนี้ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 130.78 จุด ปิดตลาดที่ 12,381.26 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 15.90 จุดที่ 1,317.37 จุดและดัชนี Nasdaq ปิดลบ 44.42 จุด ปิดตลาดที่ 2,758.90 จุด

 

ตลาดเงินเอเชีย 

          - สกุลเงินเอเชีย อ่อนค่าลงในวันทำการแรกของสัปดาห์ นำโดยมาเลเซียริงกิตและวอนเกาหลีใต้ที่ร่วงลงผ่านแนวต้านสำคัญและมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีก หลังนักลงทุนต่างชาติมีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ของกรีซ

          - USD/THB อยู่ที่ระดับ 30.40 โดยเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ เช่นเดียวกับสกุลเงินภูมิภาค ที่ถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้น ขณะที่ความกังวลต่อปัญหาหนี้ในยุโรปยังคงกดดันความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงและกระตุ้นให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ดัชนีค่าเงินบาท

          - USD/PHP ปรับตัวขึ้นไปที่ระดับ 43.42 โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนมีการเทขายสินทรัพย์ภูมิภาคท่ามกลางความกังวลต่อปัญหาหนี้ในยุโรป

          - USD/IDR ปรับตัวตามสกุลเงินภูมิภาค โดยขยับขึ้นไปที่ระดับ 8,572 ทั้งนี้รูเปียห์ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้นเช่นกัน ทั้งนี้ความกังวลต่อปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซ และการร่วงลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ส่งผลให้ตลาดหุ้นอินโดนีเซียดิ่งลงกว่า 2% วานนี้

          - USD/KRW ปรับตัวนำสกุลเงินภูมิภาค โดยพุ่งขึ้น 1.39% สู่ระดับ 1,097.8 โดยเงินวอนอ่อนค่าลงหลังนักลงทุนมีคำสั่งขายออกมาท่ามกลางการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ หลังจากนักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิเป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน

          - USD/TWD ปรับตัวขึ้นเช่นกัน วานนี้อยู่ที่ระดับ 28.90 ทั้งนี้ดอลลาร์ไต้หวันได้รับปัจจัยลบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นเช่นกัน หลังวานนี้ตลาดหุ้นไต้หวันร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน

          - USD/MYR พุ่งขึ้น 1.59% ขึ้นไปที่ระดับ 3.058 เนื่องจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์และกองทุนต่างชาติมีการเทขายริงกิตออกมา ส่งผลให้เงินริงกิตทำสถิติร่วงลงมากที่สุดในวันเดือนในรอบเกือบ 1 ปี

          - USD/CNY ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยวานนี้อยู่ที่ระดับ 6.504

 

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด

 

ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้

.... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

          www.twitter.com/KBankFX

          www.facebook.com/KBankFX

 

          วารุณี สิทธิถาวร

          ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

          โทรศัพท์: 02 470 1031

          E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

          โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 24 พฤษภาคม 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1345
mod_vvisit_counterAll days1345

We have: 1346 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 01, 2026

4166408