| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Monday, 30 May 2011 09:13 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ยอดการใช้จ่ายผู้บริโภคในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) จากที่เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมีนาคม ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.5% หลังราคาอาหารและพลังงานที่เพิ่มขึ้น ด้านรายได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันที่ 0.4% จากที่เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก่อน ขณะที่รายได้ที่ใช้จ่ายได้จริง (disposable income) หรือรายได้หลังหักภาษีที่ปรับด้านอัตราเงินเฟ้อแล้วเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ส่วนอัตราการออมในเดือนเมษายนไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนที่ระดับ 4.9% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 - ยอดทำสัญญาซื้อขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending homesales) ที่จัดทำโดย The National Association of Realtors ในดือนเมษายนหดตัวลง 12.0% จากเดือนก่อนที่ขยายตัว 3.5% โดยเป็นการลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดว่าจะหดตัวเพียง 1.0% ซึ่งเป็นการลดลงในอัตราที่มากที่สุดในรอบทศวรรษ ทั้งนี้ การลดลงดังกล่าวเป็นการบ่งบอกได้ว่าปัญหาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงจะยืดเยื้อต่อไป - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดย Thomson Reuters/University of Michigan ในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 74.3 จากระดับ 69.8 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 72.4 อันเป็นผลมาจากตลาดแรงงานที่มีการเพิ่มการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน ประกอบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว อย่างไรก็ตาม ดัชนีดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับเฉลี่ย 5 ปี ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจในเดือนธันวาคมปี 2550 ที่อยู่ระดับ 89.0 ทั้งนี้ ในส่วนของดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันลดลงสู่ระดับ 81.9 จากระดับ 82.5 ขณะที่ดัชนีความคาดหวังในอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 69.5 จากระดับ 61.6 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดหวังในอีก 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 4.1% ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ในการประเมินครั้งก่อนที่ระดับ 4.6%
ยุโรป: สหภาพยุโรป - สหภาพยุโรป (อียู) บรรลุข้อตกลงในรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การทดสอบภาวะวิกฤต (stress tests) ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 143 แห่งในอียู เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ การทำ stress tests มีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุดังเช่นที่เกิดกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิม่าของญี่ปุ่น โดยจะมีการตรวจสอบการป้องกันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากภัยธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวและน้ำท่วม รวมถึงจากความผิดพลาดของมนุษย์อย่างเครื่องบินตกและการระเบิด - การทดสอบภาวะวิกฤต (stress tests) ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 143 แห่งในอียู ยังครอบคลุมการเปรียบเทียบความเสียหายจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย แต่การป้องกันและรับมือกับการก่อการร้ายจะมีวิธีการแยกต่างหาก อย่างไรก็ตาม เดิมประเทศสมาชิกอียูมีความเห็นต่างเรื่องการผนวกภัยจากผู้ก่อการร้ายเข้าไปเป็นเกณฑ์ในการทำ stress tests โดยเยอรมนี ออสเตรีย และคณะกรรมาธิการยุโรป สนับสนุนให้ผนวกเข้าไปด้วย แต่อังกฤษและฝรั่งเศสคัดค้านด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง - การทดสอบ stress tests จะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนเมษายนปี 2555 และจะมีการเผยแพร่ผลการทดสอบสู่สาธารณะ จากนั้นแต่ละประเทศสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ไม่ผ่านการทดสอบหรือไม่ เนื่องจากอียูไม่มีอำนาจบังคับ ทั้งนี้ ประเทศเยอรมนีตัดสินใจปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เก่าแก่ที่สร้างก่อนปี 2523 จำนวน 7 เตาเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อทดสอบความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และประเทศอื่นๆในอียู ยังไม่มีวี่แววว่าจะลดการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ เนื่องจากไม่มีพลังงานทางเลือกอื่น
อังกฤษ - คณะผู้บริหารของนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายสาธารณะมากเป็นประวัติการณ์นับจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลอังกฤษวางแผนลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 2.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2558 จาก 9.6% ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2554
ฝรั่งเศส - นายนิโคลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศสปฏิเสธการแสดงความคิดเห็นเรื่องคุณสมบัติของนางคริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศสที่เป็นตัวเก็งตำแหน่งผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยกล่าวว่า การประชุม G-8 ไม่ใช่เวทีที่จะใช้เพื่อหาข้อสรุปในประเด็นนี้ ทั้งนี้ นายซาร์โกซีกล่าวกับว่า G-8 ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งผู้นำไอเอ็มเอฟคนใหม่ เนื่องจาก G-8 ไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าใครจะมาเป็นผู้นำไอเอ็มเอฟ
เอเชีย: จีน - กำไรของภาคอุตสาหกรรมของจีนเติบโตในอัตราที่ชะลอลงในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนเนื่องจากการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนรวมทั้งการควบคุมการขยายตัวของสินเชื่อ โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.7% มาอยู่ที่ 1.49 ล้านล้านหยวน ( 2.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ทั้งนี้ในช่วง 3 เดือนแรกอัตราการขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 32%
เกาหลีใต้ - เกาหลีใต้เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงสุดในรอบ 4 เดือนในเดือนเมษายนจากการที่การส่งออกขยายตัวสูง โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมาการส่งออกของเกาหลีใต้ขยายตัว 25.1% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงจากเดือนมีนาคมที่ขยายตัว 28.8% ในขณะที่การนำเข้าเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 23.9% ลดลงจากเดือนมีนาคมที่ขยายตัว27.6% ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมที่เกินดุลฯ 1.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ญี่ปุ่น - ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกใน 28 เดือนในเดือนเมษายนที่ผ่านมาจากการที่ราคาน้ำมันดิบและอาหารในตลาดโลกเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการขาดแคลนสินค้าในภาคธุรกิจค้าปลีกจากผลกระทบของเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยดัชนีราคาผู้บริโภค ( ไม่รวมหมวดอาหารสด ) ของญี่ปุ่นในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.6% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวตรงกับค่าเฉลี่ยของการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg - ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศลดมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นลงจากระดับ “มีเสถียรภาพ" เป็น “ลบ" เนื่องจากสถานะทางการเงินของประเทศน่าเป็นห่วง เพราะต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลในการฟื้นฟูความเสียหายจากวิกฤตโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ฟูกุชิม่า ไดอิจิ เช่นเดียวกับ มูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส และ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ที่ประกาศลดมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นลงจากระดับ “มีเสถียรภาพ" เป็น “ลบ" ไปก่อนหน้านี้
ไทย - สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) เดือนเมษายน อยู่ที่ระดับ 165.89 ลดลง 7.8% (y-o-y) เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากอุตสาหกรรมยานยนต์ ฮาร์ดดิสต์ไดร์ฟ อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเลคทรอนิคส์ที่ลดลง อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์มีการผลิตและจำหน่ายลดลง 27.8% และ 17.2% (y-o-y) ตามลำดับ หลังผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศญี่ปุ่นได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ ส่งผลให้บริษัทประกอบรถยนต์ในไทยต้องปรับลดแผนการผลิตลง โดยในเดือนเมษายนผู้ผลิตรถยนต์บางรายทำการผลิตเพียง 17 วันเท่านั้น ขณะที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 54.6% - สำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุคงเป้าหมายอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2554 ที่ 4-5% แม้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2554 ขยายตัว 3% ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 4% เนื่องจากหากพิจารณาด้านอุปสงค์ที่ยังขยายตัวแข็งแกร่ง แต่เนื่องจากมีปัญหาเชิงเทคนิคด้านการผลิต ทำให้ไม่สามารถตอบสนองด้านอุปสงค์ได้ พร้อมคาดว่าอัตราแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 2554 จะอยู่ที่ 3.25% - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องเพียงพอรองรับช่วงลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ แม้มีบางแห่งอาจมีปัญหาสภาพคล่องบ้าง หลังโครงสร้างเงินฝากกระจุกตัวที่ลูกค้ารายใหญ่ ทั้งนี้ ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ จะเริ่มกำหนดการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งจะลดวงเงินคุ้มครอง เหลือไม่เกิน 50 ล้านบาท ต่อสถาบันการเงินต่อราย
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเซียรวมทั้งเงินบาทในเช้าวันนี้จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดกันไว้ก่อนหน้านี้ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้จากการที่เศรษฐกิจไตรมาสแรกของสหรัฐฯขยายตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ อีกทั้งตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในสัปดาห์ล่าสุดของสหรัฐเพิ่มขึ้นซึ่งตรงข้ามกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง นอกจากนี้นักลงทุนคาดการณ์ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯประจำเดือนเมษายนที่จะประกาศในคืนนี้ไปในทางลบ เช่น คาดว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯจะขยายตัวในอัตราที่ลดลง ในขณะที่ยอดขายบ้านที่รอปิดการขายจะลดลง - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับยูโรในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯชี้ว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกันตลาดยังคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯไปในทางลบ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ ( 27 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดเพิ่มขึ้นในวันนี้จากการที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯสูงขึ้นเหนือการคาดหมาย โดย Thomson Reuters/ University of Michigan Consumer Sentiment Index เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 74.3 จากระดับ 69.8 ในเดือนเมษายน - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดลงในวันนี้จากการที่ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้และค่าเงินเยนที่แข็งขึ้น โดยดัชนีนิกเกอิลดลง 0.42% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดลดลง 0.97% โดยเป็นผลจากการลดลงของหุ้นขนาดเล็ก ทั้งนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าหุ้นขนาดเล็กในจีนมีราคาสูงเกินไป ส่วนดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียวันนี้ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และการที่ผู้นำกลุ่ม G-8 กล่าวว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยในวันนี้ธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่าการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือนเนื่องจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นถึง 25.1% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน - ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในช่วงแคบๆในวันนี้ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานมีราคาเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีราคาลดลง โดย SET INDEX ปิดตลาด 1,067 เพิ่มขึ้น 1.55 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 พฤษภาคม 2554
|






![]() | Today | 1859 |
![]() | All days | 1859 |
Comments