| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Friday, 05 August 2011 09:18 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 30 กรกฎาคม 2554 แล้วปรับตัวลดลง 1,000 ราย สู่ระดับ 400,000 ราย ตรงข้ามกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 405,000 ราย ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ปรับตัวลดลง 6,750 ราย สู่ระดับ 407,750 ราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนปีนี้ ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 23 กรกฎาคม 2554 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10,000 ราย สู่ระดับ 3.73 ล้านราย
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายฌอง-คล้อด ทริเชต์ ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมว่า ECB จะดำเนินโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาลในยูโรโซนอีกครั้ง หลังจากที่ได้ยุติโครงการดังกล่าวไปเมื่อ 4 เดือนที่แล้ว โดยมีเป้าหมายที่จะยับยั้งการลุกลามของวิกฤตหนี้ยุโรป นอกจากนี้ ECB ยังประกาศขยายโครงการสินเชื่อระยะสั้นให้กับธนาคารพาณิชย์ในยูโรโซนออกไปอีก 6 เดือน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเสริมสร้างสภาพคล่องให้กับธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5% ตามคาด - ยูโรสแตท รายงานยอดค้าปลีกในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรขยายตัว 0.9% (m-o-m) ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ยอดค้าปลีกในสหภาพยุโรป (อียู) ขยายตัว 0.7% อย่างไรก็ตาม ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนลดลง 0.4% เมื่อเทียบเป็นรายปีในกลุ่มยูโรโซน และร่วงลง 0.2% ในกลุ่มอียู สำหรับยอดค้าปลีกในกลุ่มสินค้าต่างๆนั้น อาหาร เครื่องดื่ม และบุหรี่ เพิ่มขึ้น 0.9% ในกลุ่มยูโรโซน และขยายตัว 1% ในอียู ส่วนยอดค้าปลีกสินค้านอกกลุ่มอาหารเพิ่มขึ้น 1% ในยูโรโซน และ 1.2% ในอียู
อิตาลี - ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ (ซีอีบีอาร์) เตือนว่าอิตาลีอาจไม่สามารถแบกรับภาระหนี้ได้ แม้จะลดอัตราการกู้ยืมลงก็ตาม เว้นแต่จะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ซีอีบีอาร์คำนวณว่าหนี้สินของอิตาลีจะเพิ่มจาก 128% ของจีดีพี เป็น 150% ภายในปี 2017 ขณะที่ซีบีอีอาร์ให้ความเห็นว่า สถานการณ์คลังของสเปนยังดีกว่าอิตาลี เนื่องจากมีหนี้สินน้อยกว่า และในสถานการณ์ขั้นรุนแรงสูงสุด หนี้สินของสเปนก็จะสูงไม่เกิน 75% ของจีดีพี - นาย Giulio Tremonti รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของอิตาลีเข้าหารือกับนาย Jean-Claude Juncker ประธานคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของยูโรโซน หลังจากอัตราผลตอบแทนตราสารทางการเงินประเภท Ten-year Government Bond ของอิตาลีเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของอิตาลีปรับตัวลดลงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิตาลีประกาศว่าระบบการเงินของอิตาลียังมีความแข็งแกร่ง และยังไม่พบว่ามีธนาคารพาณิชย์ในอิตาลีที่ไม่ผ่านการทดสอบเสถียรภาพของธนาคารพาณิชย์ (Stress Test) ในยุโรป - นายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ของอิตาลีแสดงความมั่นใจว่า เศรษฐกิจของประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่เรียกร้องให้ทุกภาคส่วน อาทิ ภาคแรงงาน ภาคธุรกิจ และการเมืองร่วมมือร่วมใจกันเพื่อฝ่าฟันวิกฤตไปให้ได้ โดยกล่าวว่า สหภาพยุโรป (อียู) อนุมัติร่างนโยบายรัดเข็มขัดที่รัฐบาลอิตาลีเสนอไปเมื่อเดือนที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับตลาดหุ้นได้ เนื่องจากทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาวะวิกฤตความเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม แม้อิตาลีจะมีหนี้สาธารณะสูงถึง 120% ของจีดีพี แต่ก็ยังไม่ตกสู่บ่วงวิกฤตหนี้ยูโรโซน เพราะ 1. มียอดขาดดุลงบประมาณปานกลาง 2. อัตราการออมสูง และ 3. มีระบบการเงินแบบอนุรักษ์นิยม
อังกฤษ - ธนาคารบาร์เคลย์ ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของอังกฤษเตรียมลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 3,000 ตำแหน่งในปีนี้ หลังจากที่กำไรจากธุรกิจวาณิชธนกิจร่วงลงมากกว่า 25% โดยกำไรก่อนหักภาษีของบาร์เคลย์ แคปปิตอล ลดลง 27% แตะ 1.42 พันล้านปอนด์ โดยที่ผ่านมา บาร์เคลย์ได้ลดจำนวนพนักงานไปแล้ว 1,400 รายในปีนี้ และการปรับลดพนักงานทั้งหมดในปีนี้จะอยู่ที่ 3,000 ราย
สวิสเซอร์แลนด์ - ธนาคารกลางสวิสเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank : SNB) ประกาศปรับลดช่วงอัตราดอกเบี้ย 3-month Libor Target Range ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสวิตเซอร์แลนด์ เหลือ 0-0.25% เพื่อควบคุมไม่ให้เงินสกุล Swiss Franc แข็งค่ามากเกินไป เนื่องจากวิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศกลุ่ม PIIGS (โปรตุเกส ไอร์แลนด์ อิตาลี กรีซ สเปน) ส่งผลให้ความต้องการถือครองเงินสกุล Swiss Franc เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
เอเชีย: ญี่ปุ่น - ธนาคารกลางญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนอีกครั้งหลังจากที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นมากอย่างต่อเนื่องในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาซึ่งส่งผลลบต่อภาคอุตสาหกรรมส่งออกของญี่ปุ่น โดยการแทรกแซงค่าเงินครั้งนี้กระทำโดยญี่ปุ่นประเทศเดียว ซึ่งต่างจากการแทรกแซงค่าเงินเมื่อเดือนมีนาคมที่กระทำโดยความร่วมมือของกลุ่ม G-7 ทั้งนี้นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2553ซึ่งญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนเป็นครั้งแรกหลังจากหยุดการแทรกแซงไปในช่วง 6 ปีก่อนหน้านั้น ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งผลจากการแทรกแซงค่าเงินครั้งนี้ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนลงจากระดับประมาณ 77 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯไปอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 79 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้า - ที่ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0-0.1% ทั้งนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศว่าจะเพิ่มวงเงินในการซื้อสินทรัพย์สู่ระดับ 15 ล้านล้านเยน จากเดิม 10 ล้านล้านเยน และเพิ่มขนาดของโครงการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแบบคงที่ สู่ระดับ 35 ล้านล้านเยนด้วย รวมทั้งเพิ่มเป้าหมายการซื้อกองทุน ETF ขึ้นเป็น 1.4 ล้านล้านเยน จาก 9.0 แสนล้านเยน
จีน - กระทรวงการคลังจีนได้ร่างแผนเบื้องต้นที่จะอนุญาตหน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่นบางแห่งสามารถขายพันธบัตรแก่นักลงทุนเพื่อที่จะเพิ่มความสามารถในการชำระคืนหนี้ให้แก่หน่วยงานท้องถิ่น ทั้งนี้จากรายงานของทางการจีนที่ออกมาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมาชี้ว่า ณ สิ้นปี 2553 หน่วยงานราชการท้องถิ่นของจีนมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 10.7 ล้านล้านหยวน โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ 8.5 ล้านล้านหยวน โดยเงินกู้ดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ในโครงการต่างๆเช่น การสร้างถนน สนามบิน เป็นต้น ดังนั้นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับธนาคารพาณิชย์ในจีน ทางการจีนจึงเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเจ้าหนี้ด้วยการให้หน่ายงานราชการท้องถิ่นสามารถออกหุ้นกู้ได้เป็นทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม
ไทย - สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่า ผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐฯ จะกระทบต่อการลงทุนของไทยเพียงเล็กน้อย เนื่องจากปัจจุบันภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ได้มีการปรับแผนการลงทุนที่เน้นพัฒนาตลาดภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง จึงทำให้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พร้อมระบุว่าการส่งเสริมการลงทุนจะยังคงไว้ในบางกิจการที่มีความสำคัญ และในอนาคต BOI ไม่ได้เน้นเป้าหมายส่งเสริมการลงทุนในเชิงมูลค่า แต่จะคำนึงถึงคุณภาพโครงการเป็นหลัก เช่น การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน, อุตสาหกรรมที่มีการใช้เทคโนโลยีสูง และอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น พลังงานทดแทน เป็นต้น - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานภาวะและแนวโน้มสินเชื่อของสถาบันการเงินและ Non-banks ในไตรมาสที่ 2/2554 และแนวโน้มในไตรมาสที่ 3/2554 ว่า ความต้องการสินเชื่อภาคธุรกิจไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกจากความต้องการสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อการสะสมสินค้าคงคลังและเพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร นอกจากนี้ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังมีความต้องการสินเชื่อเพื่อการ Refinance เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสินเชื่อภาคครัวเรือนที่ความต้องการสินเชื่อทุกประเภทเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับดีขึ้น มุมมองแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้นและเงื่อนไขการกู้ยืมที่ผ่อนคลายลง พร้อมคาดว่าแนวโน้ม ความต้องการสินเชื่อโดยรวมในไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้น จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวดี - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "อัตราเงินเฟ้อ...ผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยและภาคอุตสาหกรรม" โดยระบุว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำโดยเฉพาะต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดของความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชดเชยเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อผู้ฝากเงิน พร้อมยังกล่าวถึงทิศทางของนโยบายการเงินในระยะต่อไปว่า จะต้องขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นภายใต้เศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่อเนื่องว่ามีมากน้อยเพียงใด นอกจากอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ยังมีการใช้เครื่องมือเสริมอื่นๆ เพื่อดูแลปัญหาเงินเฟ้อ เช่น มาตรการเสริมเพื่อเตรียมการป้องกันการเร่งขึ้นของราคาที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะในบางภาคเศรษฐกิจที่เรียกว่า "Macroprudential policy" ควบคู่ไปด้วย ได้แก่ มาตรการกำหนด Loan To Value Ratio เพื่อดูแลการให้สินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมาตรการลักษณะนี้จะช่วยป้องกันความเปราะบางที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่งด้วย
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 4 ส.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ทางการญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนให้อ่อนลงโดยขายเงินเยนออกมาและซื้อดอลลาร์สหรัฐฯส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวสูงขึ้น - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (4 ส.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงจากประมาณ 77 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯไปอยู่ต่ำกว่าระดับ 79 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังทางการญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนให้อ่อนลง ซึ่งเป็นการแทรกแซงครั้งแรกนับจากเดือนมีนาคม ทั้งนี้ในช่วงบ่ายของตลาดเอเซียทางการญี่ปุ่นก็ยังคงขายเงินเยนออกมาต่อเนื่องส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงไปอีก - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (4 ส.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ซึ่งสาเหตุหนึ่งคาดว่ามาจากการที่ทางการญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนในวันนี้ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้น
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (4 ส.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯลดลงรุนแรงวันนี้จากความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปอีกทั้งการที่ทางการญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนก็ทำให้ตลาดกังวลมากขึ้น - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (4 ส.ค.) ดัชนีนิกเกอิสูงขึ้นในเช้าวันนี้จากการที่ทางการญี่ปุ่นแทรกแซงค่าเงินเยนให้อ่อนลงส่งผลให้หุ้นของบริษัทที่มีตลาดสำคัญอยู่นอกประเทศมีราคาเพิ่มขึ้น เช่น Canon ผู้ผลิตกล้องรายใหญ่สุดของโลกที่มีตลาดนอกประเทศ 80% ขณะเดียวกันข่าวการควบรวมกิจการและแนวโน้มกำไรที่สูงขึ้นของบางบริษัทก็มีส่วนสำคัญต่อการที่ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ สำหรับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียเช้าวันนี้มีทั้งที่เพิ่มขึ้นและลดลง โดยขณะนี้ประเด็นเรื่องแนวโน้มการฟื้นตัวของสหรัฐฯที่ไม่แน่นอน และปัญหาหนี้ยุโรปที่ยังมีโอกาสที่จะขยายวงออกไปยังเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นของประเทศต่างๆอยู่ โดยในวันนี้ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.23% ในขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดเพิ่มขึ้น 0.21% และลดลง 0.49% ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันพฤหัส (4 ส.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆในตอนเช้าวันนี้เนื่องจากปัจจัยต่างๆโดยรวมยังไม่เปลี่ยนแปลงมาก โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯปรับลดลงมาปิดตลาดที่ 1,124.01ลดลง 9.45 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2554
|






![]() | Today | 1856 |
![]() | All days | 1856 |
Comments