Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย
สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย PDF Print E-mail
Monday, 29 August 2011 11:24

สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ

 

สรุปภาวะตลาดเงิน

- USD/THB แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 29.97 โดยมีแรงซื้อทำกำไรในตลาดหุ้นในภาคบ่าย อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นที่ยังคงปิดลบ และต่างชาติที่ยังคงขายสุทธิ แม้นักลงทุนจะคาดว่าทางเฟดจะไม่ได้มีมาตรการใหม่ออกมา วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 30.05

- EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.450 โดยยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากที่ทางประธานเฟดไม่ได้มีการประกาศมาตรการใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 1.452

- USD/JPY อยู่ที่ 76.72 จากความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจสหรัฐฯ อีกทั้งปัญหาหนี้ยูโรโซน ส่งผลให้นักลงทุนมีความต้องการเงินเยนเพิ่มขึ้น วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 76.50

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

- ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. ขึ้น 0.07 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 85.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนเล็กน้อยจากการประกาศของประธานเฟดในการวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

- ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ขยับขึ้น 34.10 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,797.30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หลังนักลงทุนคาดว่าทางเฟดจะมีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเดือนหน้า

 

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

- ตลาดหุ้นไทย ปิดบวกกว่า 1.2% หลังภาคบ่ายมีแรงซื้อกลับในกลุ่มพลังงาน และแบงก์ คาดว่าตลาดรีบาวด์จากการที่ราคาหุ้นลดลงมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 1.2% หลังประธานเฟดให้ความหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วนี้

 

อัตราดอกเบี้ย

 

ไทย      ตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 1 วัน (Repo rate) 3.50%

สหรัฐฯ    Fed Funds rate                    0-0.25%

ยูโรโซน   Refinancing Rate                    1.50%

อังกฤษ    Repo Rate                           0.50%

ญี่ปุ่น      Official Cash Rate             0.00-0.10%

 

ตลาดหุ้นที่สำคัญ

- ตลาดหุ้นไทย ปิดบวกกว่า 1.2% หลังภาคบ่ายมีแรงซื้อกลับในกลุ่มพลังงาน และแบงก์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ คาดว่าตลาด   รีบาวด์จากการที่ราคาหุ้นลดลงมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ทั้งปัญหาหนี้ยูโร และปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวกกว่า 1.2% หลังประธานเฟดให้ความหวังว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วนี้ อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงผิดหวังที่ยังไม่ได้เห็นมาตรการที่ชัดเจนใดๆ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา อีกทั้งตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาสสองที่ปรับลดเหลือเพียง 1%

 

ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

- ราคาน้ำมันดิบ ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนต.ค. ขึ้น 0.07 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดตลาดที่ 85.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนเล็กน้อยจากการประกาศของประธานเฟดในการวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้แผนดังกล่าวจะยังไม่ชัดเจนนัก อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอของสหรัฐฯ

- ราคาทองคำ ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ขยับขึ้น 34.10 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,797.30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ หลังนักลงทุนคาดว่าทางเฟดจะมีแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯเดือนหน้า ซึ่งสะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สดใสนักของสหรัฐฯ อีกทั้งปัญหาหนี้ยูโรโซนที่ยังคงมีอยู่ ได้สนับสนุนให้นักลงทุนถือทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

 

ตลาดเงินนิวยอร์ค

- EUR/USD อยู่ที่ระดับ 1.450 โดยยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากที่ทางประธานเฟดไม่ได้มีการประกาศมาตรการใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพียงแต่กล่าวว่าได้เตรียมแผนรองรับเอาไว้ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่นักลงทุน นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้านแรงงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจออกมาไม่ดีนัก จึงส่งผลให้นักลงทุนต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

 

ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

- USD/JPY อยู่ที่ 76.72 จากความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจสหรัฐฯ อีกทั้งปัญหาหนี้ยูโรโซน ส่งผลให้นักลงทุนมีความต้องการเงินเยนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี จากการที่ตลาดหุ้นในเอเชีย ปรับตัวดีขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจส่งผลให้ความต้องการเงินเยน อันมีผลตอบแทนต่ำลดลงได้

- GPB/USD อยู่ที่ระดับ 1.6326 ทั้งนี้ปอนด์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากการที่นักลงทุนมีความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น หลังประธานเฟดไม่ได้ให้แนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษเองไม่ได้ออกมาดีนัก โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ รายงานครั้งที่สองยังคงออกมาในระดับต่ำเช่นเดิม

 

ตลาดเงินเอเชีย

- สกุลเงินเอเชีย แข็งค่าขึ้น นำโดยวอนเกาหลีใต้ และดอลลาร์สิงคโปร์ จากการที่นักลงทุนคาดว่าทางเฟดไม่น่ามีมาตรการใหม่ออกมา หรือแม้จะมี QE3 ค่าเงินเอเชียก็จะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จากเงินดอลลาร์ที่จะอ่อนลงจากการที่มีปริมาณมากสู่ตลาดอีกครั้ง นอกจากนี้มีแรงซื้อเก็งกำไรในสกุลเงินเอเชีย หลังจากที่อ่อนค่าลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

- USD/THB แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 29.97 โดยมีแรงซื้อทำกำไรในตลาดหุ้นในภาคบ่าย อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นที่ยังคงปิดลบ และต่างชาติที่ยังคงขายสุทธิ แม้นักลงทุนจะคาดว่าทางเฟดจะไม่ได้มีมาตรการใหม่ออกมา

 

ดัชนีค่าเงินบาท

 

หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด

 

ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้

.... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.twitter.com/KBankFX

www.facebook.com/KBankFX

 

วารุณี สิทธิถาวร

ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน

โทรศัพท์: 02 470 1031

E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 

โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2554

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday2091
mod_vvisit_counterAll days2091

We have: 2088 guests, 1 members online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 02, 2026

4277136