| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Monday, 30 January 2012 09:35 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2554 ขยายตัว 2.8% (q-o-q: annual rate) จากที่ขยายตัว 1.8% ในไตรมาส 3/2554 ซึ่งเป็นการขยายตัวเป็นไตรมาสที่ 10 ติดต่อกัน หลังได้รับปัจจัยหนุนจากการใช้จ่ายส่วนบุคคลและการส่งออกที่สดใส โดยการบริโภคส่วนบุคคลที่แท้จริงขยายตัว 2.0% จากที่ขยายตัว 1.7% ในไตรมาส 3 ขณะที่การบริโภคในสินค้าคงทนขยายตัวถึง 14.8% จากที่ขยายตัว 5.7% ในไตรมาสก่อน ส่วนการบริโภคในสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 1.7% จากที่หดตัว 0.5% ในไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม การลงทุนยังคงขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงโดยขยายตัวเพียง 1.7% จากที่ขยายตัวถึง 15.7% ในไตรมาส 3/2554 อันเป็นผลมาจากการลงทุนในส่วนที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (nonresidential) ที่หดตัวลง 7.2% จากที่ขยายตัว 14.4% ในไตรมาส 3/2554 ขณะที่การลงทุนในส่วนของเครื่องมือเครื่องจักรและซอฟท์แวร์ต่างๆ เพิ่มขึ้นเพียง 5.2% จากที่ขยายตัว 16.2% ในไตรมาสก่อน ส่วนการลงทุนในที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 10.9% จากที่เพิ่มขึ้น 1.3% ในไตรมาส 3/2554 ขณะที่การส่งออกสินค้าและบริการในไตรมาส 4/2554 เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับไตรมาสก่อนที่ 4.7% ส่วนการนำเข้าสินค้าและบริการในไตรมาส 4/2554 เพิ่มขึ้น 4.4% จากที่เพิ่มขึ้น 1.2% ในไตรมาส 3 อย่างไรก็ดี เมื่อรวมตลอดทั้งปี 2554 GDP ของสหรัฐฯ ขยายตัว 1.7% ชะลอตัวจากที่ขยายตัว 3.0% ในปี 2553 - นายทิโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ในปี 2555 เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2-3% ด้วยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าสถานการณ์ในยุโรปมีความคืบหน้าและไม่มีความเสี่ยงมากนักจากสถานการณ์น้ำมันในอิหร่าน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ อาจจะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยระบุว่าสหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับอุปสรรคท้าทาย รวมถึงผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตการเงิน อัตราว่างงานที่สูงมาก และตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงเปราะบาง
ยุโรป: สหภาพยุโรป - ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปน, อิตาลี, เบลเยียม, สโลวีเนีย และไซปรัส พร้อมระบุว่า ประเทศเหล่านี้มีโอกาสที่จะถูกปรับลดอันดับลงอีกในช่วงเวลา 2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ฟิทช์ลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนสู่ A จาก AA-, อิตาลีสู่ A- - จาก A+, เบลเยียมสู่ AA จาก AA+, สโลวีเนียสู่ A จาก AA- และไซปรัสสู่ BBB- จาก BBB ขณะที่คงอันดับความน่าเชื่อถือของไอร์แลนด์ที่ BBB+ โดยประเทศทั้งหมดมีแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือในเชิงลบ - นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดา กล่าวว่า การตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่จะอัดฉีดสภาพคล่องให้กับระบบการเงินนั้น ได้ช่วยลดแรงกดดันของตลาดต่อสเปนและอิตาลี และหนุนความต้องการพันธบัตรของทั้งสองประเทศ และคาดว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการล้มละลายแบบเดียวกับเลห์แมนในยุโรปนั้น ได้ลดลงอย่างมากหลังการดำเนินมาตรการด้านนโยบายในช่วงที่ผ่านมา - นายเฮอร์แมน แวน รอมปุย ประธานสหภาพยุโรปคาดว่า ผู้นำชาติยุโรปจะเน้นการหารือเรื่องกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ศักยภาพการแข่งขัน และการสร้างงานระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะจัดขึ้นในวันนี้ (30 ม.ค.) - สำนักข่าว Mehr รายงานว่า นายมาห์หมุด อาห์มาดิเนจ้าด ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการขายน้ำมันให้แก่สหภาพยุโรป (อียู) หลังจากที่อียูประกาศว่า จะเพิ่มการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันและธนาคารกลางของอิหร่าน เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เยอรมนี - ผลการสำรวจของสถาบันวิจัย GfK ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคคาดการณ์ของชาวเยอรมนีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5.9 จุดในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 5.7 จุดในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเดือนที่ 2 ติดต่อกันหลังจากที่ลดลงติดต่อกันในช่วง 5 เดือนก่อนหน้า สะท้อนมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นของชาวเยอรมนีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศ
อิตาลี - อิตาลีระดมทุนจากการประมูลขายพันธบัตร 2 ประเภทได้ 5 พันล้านยูโร โดยมีต้นทุนการกู้ยืมลดลง โดยพันธบัตรอายุ 2 ปีของอิตาลีมียอดจำหน่าย 4.5 พันล้านยูโร มีอัตราผลตอบแทนที่ 3.763% และพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อซึ่งครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2557 ได้ตามเป้าหมายสูงสุดที่วางไว้ที่ 500 ล้านยูโร โดยให้อัตราผลตอบแทนที่ 3.20% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่ออิตาลี
เอเชีย: ญี่ปุ่น - ยอดขายปลีกของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมขยายตัวในอัตราที่สูงที่สุดนับจากเดือนสิงหาคม 2553 โดยกระทรวงการค้าของญี่ปุ่นรายงานว่ายอดค้าปลีกเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 2.5% จากเดือนเดียวกันปีก่อน สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่ 2.1% ทั้งนี้เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้ายอดขายปลีกขยายตัว 0.3% - กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเงินฝืดในปีที่ผ่านมา โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ปรับตัวลดลง 0.3% เนื่องจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนด้านพลังงานถูกหักลบด้วยราคาสินค้าคงทนที่ลดลง ด้านธนาคารกลางญี่ปุ่นระบุว่าธนาคารจะยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไปเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ จนกว่าจะมั่นใจว่า อัตราเงินเฟ้อทรงตัวอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 1% ต่อปี
จีน - นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์มองมุมบวกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ณ ที่ประชุมเศรษฐกิจโลก (เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรัม) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเขากล่าวในวาระการประชุมหัวข้อ "แนวโน้มของเอเชียตะวันออก" (the Outlook for East Asia) ว่า เศรษฐกิจจีนก้าวหน้าและการขยายตัวของเมืองก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานเช่น ถนน โรงพยาบาล โรงเรียน และที่พักอาศัยสำหรับประชากรหลายล้านคน โดยทุกๆปี จะมีคนย้ายเข้ามาในเมือง 1% นอกจากนี้เขายังแนะนำให้จีนปรับโครงสร้างสวัสดิการพื้นฐานต่อเนื่อง กระจายการใช้ประโยชน์จากรายได้จากกิจการของรัฐอย่างเหมาะสม พร้อมกับรักษาสมดุลระหว่างการลงทุนและการบริโภค เพื่อสร้างความชัดเจนด้านการขยายเศรษฐกิจในอนาคต
ไทย - สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) รายงานว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม(MPI) เดือนธันวาคม 2554 ลดลง 25.8% (y-o-y) สู่ระดับ 139.78 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงของประเทศ ผู้ผลิตต่างได้รับความเสียหายกันถ้วนหน้าโดยอุตสาหกรรมหลักที่ทำให้ MPI ลดลงประกอบด้วย ยานยนต์, ฮาร์ดดิสไดร์ฟ, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องปรับอากาศ ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 52.31% - ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า นโยบายการเงินในปี 2555 จะเน้นการดูแลรักษาเสถียรภาพทางด้านเศรฐกิจ เนื่องจากปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ขณะเดียวกันแรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อในไทยน้อยลงเมื่อเทียบกับปี 54 ดังนั้น แนวนโยบายการเงินของ ธปท.ก็จะเน้นทำให้ธุรกิจไทยเติบโตและรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ พร้อมระบุว่าการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนจะบริหารอัตราแลกเปลี่ยนตามกลไกตลาด และหากเป็นไปได้จะลดการแทรกแซงโดยการเข้าไปดูแลตามความจำเป็น หากความสามารถด้านการแข่งขันส่งออกไทยลดลง ขณะเดียวกัน ยังระบุต่อไปว่าธปท.เตรียมผลักดัน "แผนแม่บทการเปิดเสรีเงินทุนเคลื่อนย้ายและเงินตราต่างประเทศ" เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับคนไทยในการลงทุนในต่างประเทศเรื่องต้นทุนที่ถูกลง และเสริมความยืดหยุ่นให้กับระบบเศรษฐกิจด้วยการพัฒนาตลาดการเงิน อาทิ การขยายประเภทนักลงทุนและวงเงินลงทุน การลดขั้นตอนและกฎระเบียบ ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (27ม.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยจากการเจรจาที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับการสว็อปหนี้กรีซส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงด้วยการถือดอลลาร์สหรัฐฯและเยนมากขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงจากความหวังเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้กรีซ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (27ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้จากแรงซื้อเงินเยนที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเจรจาที่ยืดเยื้อระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เอกชนเพื่อสว็อปหนี้ส่งผลให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในช่วงนี้โดยเข้ามาถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีขณะนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้ามาแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อทำให้ค่าเงินเยนอ่อนลง - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (27ม.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ทั้งนี้แม้การเจรจาเพื่อสว็อปหนี้ของกรีซมีความคืบหน้ามากขึ้นเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาแต่ความยืดเยื้อของการเจรจาส่งผลให้นักลงทุนกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นความต้องการถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจึงมีมากขึ้นในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรแข็งขึ้นจากความหวังเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้กรีซ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (27 ม.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลงในวันศุกร์จากการที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของสหรัฐฯไตรมาส 4 ขยายตัวน้อยกว่าการคาดการณ์ของตลาด โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดเผยว่าจีดีพีไตรมาส 4 ขยายตัว 2.8% ซึ่งต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 3% ขณะที่ทั้งปี 2554 ขยายตัว 1.7% ซึ่งต่ำกว่าปี 2553 ที่ขยายตัว 3% - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (27ม.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.09% ในวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นแม้ว่านายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะกล่าวกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นดำเนินการเพื่อให้ค่าเงินเยนอ่อนลง อย่างไรก็ดีจากการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นก็ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มบริษัทที่ค้าขายสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นกลุ่มพลังงานมีราคาเพิ่มขึ้น สำหรับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียโดยรวมแกว่งตัวทั้งในแดนบวกและลบจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น โดยดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.31% ส่วนดัชนีตลาดหุ้นสิงคโปร์ และอินโดนีเซียปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.75% และ 0.07% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นมาเลเซียลดลง 0.19% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (27 ม.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้ซึ่งสอดคล้องกับหลายตลาดในภูมิภาคเอเซีย โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและพลังงาน โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX อยู่ที่ระดับ1,076.29 เพิ่มขึ้น 7.75 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 มกราคม 2555
|






![]() | Today | 1008 |
![]() | All days | 1008 |
Comments