| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Tuesday, 31 January 2012 09:58 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ยอดการใช้จ่ายผู้บริโภค (PCE) ในเดือนธันวาคมทรงตัว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนบุคคลปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.5% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 9 เดือน การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนบุคคลเป็นสัญญาบ่งชี้ถึงความหวังเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้รายได้ของชาวอเมริกันปรับตัวลดลงมาเป็นเวลานานนับปี - ธนาคารกลางสหรัฐสาขาชิคาโกรายงานว่าดัชนีกิจกรรมทางอุตสาหกรรมในเขตมิดเวสต์ในเดือนธันวาคม 2554 เพิ่มขึ้น 1.7% (m-o-m) สู่ระดับ 87.4 จุด จากที่ทรงตัวในเดือนพฤศจิกายน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 8.4% (y-o-y)
ยุโรป: ฝรั่งเศส - ประธานาธิบดีนิโคลาส์ ซาร์โคซี ของฝรั่งเศสได้เปิดเผยแผนการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวน 1 พันล้านยูโร (ประมาณ 1.32 พันล้านดอลลาร์) ผ่านทางธนาคารพาณิชย์ ไปยังธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1.6% เป็น 21.2% เพื่อสมทบกองทุนสวัสดิการสังคม โดยภาษีดังกล่าว ซึ่งเรียกว่า "ภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อสังคม" เป็นมาตรการออกใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ที่มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมศักยภาพด้านการแข่งขัน
สเปน - นายมาเรียโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปนให้คำมั่นว่าจะยึดมั่นเป้าหมายประหยัดงบประมาณของประเทศ โดยลดยอดขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 4.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่า สเปนจะสามารถดำเนินแผนลดยอดขาดดุลงบประมาณที่กำหนดไว้ได้หรือไม่ เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลง - สำนักงานสถิติแห่งชาติของสเปนรายงานว่าอัตราว่างงานของสเปนไตรมาส 4 ปี 2554 อยู่ที่ 22.9% เพิ่มขึ้นจาก 21.5% ในไตรมาส 3 และสูงกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 22.2% นอกจากนี้ อัตราการว่างงานในไตรมาส 4 ปีก่อนของสเปนถือเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 15 ปี อีกด้วย เนื่องจากมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณส่งผลให้การจ้างงานยังไม่กระเตื้อง ทั้งนี้ เศรษฐกิจสเปนไตรมาสเดียวกันหดตัว 0.3%
อิตาลี - สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (เอสแอนด์พี) ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลท้องถิ่น 13 แห่งของอิตาลี ซึ่งรวมถึงเมืองใหญ่อย่าง โรม มิลาน ฟลอเรนซ์ โบโลญญ่า และเจนัว โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เอสแอนด์พีได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีสู่ระดับ BBB+ จากระดับ A เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามระเบียบวิธีโดยทั่วไปของเอสแอนด์พีที่จะไม่ให้อันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลท้องถิ่นสูงกว่ารัฐบาลกลาง ทั้งนี้ นอกเหนือจากเมืองใหญ่ข้างต้นแล้ว รัฐบาลท้องถิ่นของคัมปาเนีย เอมิเลีย-โรมันญ่า ซิชิลี ลิกูเรีย มาร์เค อุมเบรีย และฟริอูลิ เวเนเซีย จูเลีย ก็ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเช่นกัน
เอเชีย: ญี่ปุ่น - มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ระบุว่า การยอมรับของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ว่า รัฐบาลจะไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดการในการปรับปรุงสถานะการเงินภาคสาธารณะนั้น ถือเป็นปัจจัยลบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในสัปดาห์ที่แล้วว่า จะลดสัดส่วนยอดขาดดุลงบประมาณเบื้องต้นต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ลงครึ่งหนึ่งในปี 2559 ซึ่งช้ากว่าแผนเดิมที่วางไว้ 1 ปี ขณะเดียวกันรัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้เลื่อนเวลาในการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
อินโดนีเซีย - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของอินโดนีเซียกล่าวว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียจะรักษาการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจากการที่ทางการดำเนินนโยบายการคลังอย่างระมัดระวังซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความมั่นใจในการทำธุรกิจในประเทศและลดผลกระทบจากการชะลอตัวของการส่งออกจากผลของวิกฤติหนี้ยุโรป โดยเศรษฐกิจของอินโดนีเซียไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากปัญหาในยุโรปและสหรัฐฯเนื่องจากการส่งออกมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 26 ของ GDP ซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเซีย-แปซิฟิก ทั้งนี้อินโดนีเซียอาจจะลดสัดส่วนของหนี้ต่อ GDP ลงต่ำกว่า 20% ในช่วง 3 ปีข้างหน้าจากระดับ 24.5% ในปีที่แล้ว โดยเมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา Moody’s Investors Service ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียขึ้นมาอยู่ที่ Baa3 ซึ่งเป็นระดับ Investment grade
ฟิลิปปินส์ - สำนักงานสถิติแห่งชาติของฟิลิปปินส์แถลงว่าเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ไตรมาสที่ 4 ขยายตัว 3.7% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน สูงกว่าไตรมาสที่ 3 ที่ขยายตัว 3.6% แต่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.8% โดยทั้งปี 2554 เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ขยายตัว 3.7% ต่ำลงจากปี 2553 ที่ขยายตัว 7.6%
ไทย - ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อสถานะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันลดลงสู่ระดับ 28.41 จากระดับ 53.9 ในเดือนตุลาคม 2554 นับว่าเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 18 เดือน และเป็นระดับที่ต่ำกว่า 50 ซึ่งบ่งบอกว่านักเศรษฐศาสตร์เชื่อเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ในสถานะอ่อนแอ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเชื่อมั่นในด้านการส่งออกสินค้า การลงทุนภาคเอกชน และการท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่ลดลง สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 63.4 จากการสำรวจครั้งก่อนที่อยู่ในระดับ 47.5 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยในอีก 6 เดือนปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 72.2 - สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่ายังคงคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจของไทย(GDP) ในปีนี้จะขยายตัวที่ระดับ 5% โดยระบุว่าภาวะทางเศรษฐกิจของไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และขณะนี้เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวทั้งจากการบริโภคและการลงทุน ทั้งนี้ ประเมินว่าไตรมาส 4/2554 เศรษฐกิจจะยังหดตัว 5% และทำให้ทั้งปี 54 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง 1.1% ขณะที่ในไตรมาส 1/2555 คาดว่าจะขยายตัว 2% และเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง และคาดว่าจะเติบโตที่อัตราสูงสุด 7% ในไตรมาส 4/2555 โดยได้รับแรงผลักดันเศรษฐกิจมาจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญของรัฐบาล เช่น การปล่อยสินเชื่อ การลงทุนของภาครัฐ
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (30ม.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่มีแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐฯและเยนมากขึ้นก่อนการประชุมผู้นำสหภาพยุโรปในวันนี้เพื่อตกลงกันเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการขาดดุลงบประมาณและการรับรองการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือจำนวน 5 แสนล้านยูโร - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (30ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยค่าเงินเยนได้รับปัจจัยหนุนจากการขายยูโรออกมาและซื้อเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นก่อนการประชุมผู้นำสหภาพยุโรปวันนี้ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (30ม.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการประชุมผู้นำสหภาพยุโรปที่บรัสเซลในวันนี้โดยจะมีการตกลงกันเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการขาดดุลงบประมาณซึ่งทางเยอรมนีเป็นผู้เสนอรวมถึงการรับรองการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือจำนวน 5 แสนล้านยูโรที่จะจัดตั้งในปีนี้ สำหรับการเจรจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เอกชนทั้งสองฝ่ายได้แถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าขณะนี้ใกล้ที่จะได้ข้อตกลงกันแล้วหลังจากที่ผู้ถือพันธบัตรกรีซส่งสัญญาณว่าอาจจะยอมรับข้อเสนอของรัฐบาลของประเทศในยุโรปในการยอมรับความเสียหายมากขึ้น
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (30ม.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์จากการที่การเจรจาหนี้กรีซชะงักลง ขณะที่รายงานยอดการใช้จ่ายผู้บริโภคสหรัฐฯเดือนธันวาคมทรงตัว ส่วนรายได้ส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 0.5% - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (30ม.ค.) ดัชนีนิกเกอิลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาสที่ 4 ขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะเดียวกันตลาดก็รอดูผลการประชุมผู้นำสหภาพยุโรปที่กรุงบรัสเซลในวันนี้ ขณะที่กรีซและเจ้าหนี้เอกชนแถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าขณะนี้ใกล้ที่จะได้ข้อตกลงกันแล้วหลังจากที่ผู้ถือพันธบัตรกรีซส่งสัญญาณว่าอาจจะยอมรับข้อเสนอของรัฐบาลของประเทศในยุโรปในการยอมรับความเสียหายมากขึ้น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.54%สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีอั่งเส็งปิดตลาดลดลง 1.50%และ 1.66%ตามลำดับ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (30 ม.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆในเช้าวันนี้ โดยมีปัจจัยลบจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯไตรมาส 4 ขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ตลาดรอดูการประชุมของผู้นำสหภาพยุโรปซึ่งจะมีการตกลงกันเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการขาดดุลงบประมาณซึ่งทางเยอรมนีเป็นผู้เสนอรวมถึงการรับรองการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือจำนวน 5 แสนล้านยูโรที่จะจัดตั้งในปีนี้ สำหรับการเจรจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เอกชนก็มีแนวโน้มไปในทางบวกมากขึ้น โดยในช่วงบ่ายดัชนีฯปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นสำคัญในเอเซีย โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 1.58 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 31 มกราคม 2555
|






![]() | Today | 1099 |
![]() | All days | 1099 |
Comments