| สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย |
|
|
|
| Tuesday, 03 April 2012 09:15 | |||
|
KBank Market Watch
ตลาดหุ้นไทย ปิดบวก 0.2% หลังมีแรงซื้อนำหุ้นในกลุ่มธนาคาร พลังงาน อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นการปรับขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศตลาดหุ้นทั่วโลกได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจของจีนและสหรัฐฯที่สดใส แม้ว่าตัวเลขของยุโรปจะน่าผิดหวัง USD/THB ปิดทรงตัวที่ระดับ 30.79 (รอยเตอร์ปิดที่ 30.80) ค่าเงินบาทเปิดตลาดรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนที่ออกมาดีในช่วงสุดสัปดาห์ตามสกุลเงินภูมิภาคจาก ในระหว่างวันแกว่งตามแรงซื้อขายทำกำไร โดยมีแรงซื้อเข้ามาตามทิศทางสกุลเงินเอเชียจากปัจจัยเชิงบวกจากข้อมูลในภาคการผลิตของจีน แต่เงินบาทก็ถูกสกัดช่วงบวกไว้และถูกขายทำกำไรออกมาเพราะในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีวันหยุดหลายวัน ทำให้นักลงทุนไม่ต้องการมีสถานะในเงินบาท วันนี้คาดปรับตัวลงไปที่ 30.75
การเคลื่อนไหวของตลาดที่สำคัญ ตลาดหุ้นไทย ปิดบวก 0.2% หลังมีแรงซื้อนำหุ้นในกลุ่มธนาคาร พลังงาน อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นการปรับขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศและราคาน้ำมันดิบช่วยหนุนหุ้นพลังงานด้วยเช่นกัน ส่วนดัชนีหุ้นมาเลเซีย (KLCI) แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่จะปิดที่ 1,603.78 (+0.47) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดแดนบวก โดย DJIA ปิดบวก 0.4% และดัชนี S&P 500 แตะระดับ สูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 4 ปี ตลาดหุ้นทั่วโลกได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจของจีนและสหรัฐฯที่สดใส แม้ว่าตัวเลขของยุโรปจะน่าผิดหวัง ดัชนีกิจกรรมภาคโรงงานของสหรัฐฯ (ISM) พุ่งขึ้นสู่ 53.4 ในเดือนมี.ค. จาก 52.4 ในเดือนก่อน ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของทางการจีนสำหรับโรงงานขนาดใหญ่พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 11 เดือนที่ 53.1 จาก 51 ในเดือนก.พ. ส่วนตัวเลข PMI ภาคการผลิตของยูโรโซนหดตัวลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน และอัตราการว่างงานของยูโรโซนปรับตัวขึ้นสู่ 10.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นสถิติที่สูงสุดนับตั้งแต่มิถุนายน 1997 ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ค.ปรับขึ้น 2.21 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล สู่ระดับ 105.23 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯบ่งชี้ว่าภาคโรงงานยังคงขยายตัว และ บริษัทบีพีของอังกฤษปิดการผลิตน้ำมันที่แท่นขุดเจาะวาลฮอลล์ในสัปดาห์ก่อนเพื่อซ่อมบำรุง ซึ่งจะสร้างความล่าช้าให้กับการขนถ่ายน้ำมันที่แหล่งน้ำมันเอโคฟิสค์ในทะเลเหนือในเดือนเม.ย. ราคาทองตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.ปรับขึ้น 7.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ สู่ระดับ 1,679.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ และราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 0.6 % สู่ 1,677.46 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางเทคนิคเมื่อราคาสามารถปรับขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน ทั้งนี้ ราคาทองพุ่งขึ้น 6.6 % ในไตรมาสที่ 1 หลังจากเฟดส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปเป็นเวลานาน
สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD ปิดที่ระดับ 1.3321 ยูโรได้รับแรงกดดันจากภาคการผลิตของยูโรโซนหดตัวลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันในเดือนมี.ค.และหดตัวในอัตราเร่งที่สูงขึ้น ซึ่งเพิ่มสัญญาณบ่งชี้ว่ายูโรโซนกำลังเผชิญกับภาวะถดถอย ขณะที่ข้อมูลภาคการผลิตของเยอรมนีก็หดตัวลงในเดือนมี.ค.เช่นเดียวกับภาคการผลิตของฝรั่งเศส ภาคการผลิตของสเปนที่หดตัวลงเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน และภาคการผลิตของอิตาลี ก็หดตัวลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน อีกทั้งอัตราการว่างงานของยูโรโซนเดือนก.พ.อยู่สูงในรอบเกือบ 15 ปี USD/JPY ปิดลงสู่ระดับ 82.08 ค่าเงินเยนปรับอ่อนค่าในช่วงเข้าเนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลหลังข้อมูลภาคการผลิตของจีนออกมาแข็งแกร่งเกินคาด และเยนได้รับแรงกดดันจากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในระดับที่อ่อนแอเกินคาดที่ประกาศเมื่อเช้าวานนี้ อย่างไรก็ดีเยนได้ปรับตัวในทิศทางแข็งค่าในระหว่างวันมาปิดแข็งค่าหลังนักลงทุนไม่มั่นใจในแนวโน้มเศรษฐกิจโลก GBP/USD ปิดที่ระดับ 1.6024 โดยปิดแข็งค่าหลังซื้อขายในช่วง 1.5983-1.6059 ในระหว่างวัน ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวลงจากตัวเลข ISM ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดเมื่อวานนี้ สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่ปรับตัวในทิศทางแข็งค่า นำโดยวอนเกาหลีใต้ อินโดนีเซียรูเปียรห์ สิงค์โปร์ดอลลาร์ และมาเลเซียริงกิต นักลงทุนพากันซื้อสกุลเงินในเอเชียหลังจีนเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวรุนแรงของจีน เมื่อวานนี้ วอนดีดปรับแข็งค่าหลังมูดี้ส์ประกาศปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่ A1 ของเกาหลีใต้สู่ระดับ "เชิงบวก" จาก "มีเสถียรภาพ" โดยการปรับแข็งค่าของวอนส่งผลให้สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่า แต่ก็ถูกสกัดช่วงบวกจากแรงขายทำกำไร // ธนาคารกลางพม่า (CBM) กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงที่ 818 จ๊าดต่อดอลลาร์เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นวันซื้อขายวันแรกภายใต้ระบบลอยตัวแบบมีการจัดการ (managed float) ซึ่งนับเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลพลเรือนอายุ 1 ปี USD/THB ปิดทรงตัวที่ระดับ 30.79 (รอยเตอร์ปิดที่ 30.80) ค่าเงินบาทเปิดตลาดรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีนที่ออกมาดีในช่วงสุดสัปดาห์ตามสกุลเงินภูมิภาคจาก ในระหว่างวันแกว่งตามแรงซื้อขายทำกำไร โดยมีแรงซื้อเข้ามาตามทิศทางสกุลเงินเอเชียจากปัจจัยเชิงบวกจากข้อมูลในภาคการผลิตของจีน แต่เงินบาทก็ถูกสกัดช่วงบวกไว้และถูกขายทำกำไรออกมาเพราะในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีวันหยุดหลายวัน ทำให้นักลงทุนไม่ต้องการมีสถานะในเงินบาท
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด
ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้ .... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.twitter.com/KBankFX www.facebook.com/KBankFX
อมรเทพ จาวะลา ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 6749 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
นลิน ฉัตรโชติธรรม ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 3235 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
พุฒิกุล อัครชลานนท์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 1031 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 3 เม.ย. 2555
|






![]() | Today | 741 |
![]() | All days | 741 |
Comments