Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 21 March 2012 09:04

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ยอดการเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ลดลง 1.1% (m-o-m: annual rate) สู่ระดับ 698,000 ยูนิต จากระดับ 706,000 ยูนิตในเดือนมกราคม ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 700,000 ยูนิต อย่างไรก็ตามยอดการอนุญาตก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น 5.1% สู่ระดับ 717,000 ยูนิตในจากระดับ 682,000 ยูนิตในเดือนมกราคม และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ 690,000 ยูนิต ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของยอดการอนุญาตก่อสร้างบ้านใหม่เป็นการส่งสัญญาณบวกถึงการปรับตัวดีขึ้นของตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐฯ

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

          -  นายเคลาส์ เรกลิง ประธานกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) กล่าวว่า EFSF จะสมทบเงิน 1.091 แสนล้านยูโร (1.4260 แสนล้านดอลลาร์) ให้แก่เงินทุนช่วยเหลือกรีซรอบ 2 นายเรกลิงกล่าวว่า ยอดเงิน ดังกล่าวรวมถึงเงิน 4.8 หมื่นล้านยูโรที่ EFSF จะให้ในรูปของพันธบัตรของ EFSF เพื่อนำไปเพิ่มทุนให้แก่ธนาคารของกรีซ โดยรวมแล้ว EFSF ได้สมทบเงิน 1.92 แสนล้านยูโรให้แก่โครงการช่วยเหลือไอร์แลนด์ โปรตุเกส และกรีซ ซึ่งทำให้เหลือเงินทุนอยู่อีก 2.48 แสนล้านยูโร

 

อิตาลี

          -  ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของอิตาลีในเดือนมกราคมได้ปรับตัวลดลง 4.9% (m-o-m) เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม และลดลง 4.4% (y-o-y) เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปี 2554 ขณะที่ยอดสั่งซื้อลดลง 7.4% (m-o-m) และลดลง 5.6% (y-o-y) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นสถิติการปรับตัวลดลงสูงสุดเมื่อเทียบเป็นรายปีนับตั้งแต่ปี 2552 ทั้งนี้ ตัวเลขอย่างเป็นทางการบ่งชี้ว่า อิตาลีกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยในเชิงเทคนิคหลังจากที่ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปรับตัวลดลง 2 ไตรมาสติดต่อกันในไตรมาสที่ 3 และ 4 ปี 2554

 

กรีซ

          -  ธนาคารกลางกรีซคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของประเทศจะหดตัว 4.5% ในปี 2555 และจะยังคงอยู่ในภาวะถดถอยต่อไปในปีหน้า นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า อัตราว่างงานจะยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 19% ในปีนี้ ทั้งนี้การคาดการณ์ดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางรัฐบาลกรีซประสบความสำเร็จในการเจรจาทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนพันธบัตรกับบรรดาเจ้าหนี้ภาคเอกชน รวมถึงได้รับการอนุมัติเงินกู้งวดที่ 2 จากประเทศสมาชิกยูโรโซนและไอเอ็มเอฟ ซึ่งช่วยให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ได้

 

โปรตุเกส

          -  นายวิตอร์ กาสปาร์ รัฐมนตรีคลังโปรตุเกส เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของโปรตุเกสว่า "รุดหน้าไปมาก" ขณะนี้สถานะทางการเงินของโปรตุเกสดีขึ้น เมื่อเทียบกับสถานะในเดือนพฤษภาคมของปีก่อน

 

เอเชีย: จีน

          -  ทางการจีนเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันเป็นครั้งที่สองในช่วงไม่ถึง 6 สัปดาห์จากการที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา  โดยจากการรวมรวมข้อมุลโดย Bloomberg ราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นมา 6.6% ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 7.2% หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบมีราคาสูงขึ้นมากกว่า 10%

          -  กระทรวงการคลังของจีนเปิดเผยว่ากำไรของกิจการที่รัฐบาลเป็นเจ้าของซึ่งไม่รวมสถาบันการเงินของรัฐบาลจีนลดลง 10.9% ในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเป็นการลดลงครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  2552 ทั้งนี้บริษัทที่ควบคุมโดยรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นมีกำไรรวมกัน 3.635 แสนล้านหยวน (5.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในเดือนม.ค.-ก.พ. โดยบริษัทในอุตสาหกรรมเหล็กกล้า, ปิโตรเคมี, ก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์และเครื่องจักรมีกำไรลดลง ขณะที่บริษัทในอุตสาหกรรมยาสูบ และโทรคมนาคมมีกำไรเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ในปี 2554 บริษัทเหล่านี้มีกำไรเพิ่มขึ้น 12.8% ซึ่งชะลอตัวจากที่เพิ่มขึ้น 38% ในปี 2553 

          -  สถานีวิทยุของรัฐบาลจีนรายงานว่า จีนอาจริเริ่มแผนใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกของจีนในเดือนเมษายน ซึ่งรวมถึงการจัดหาเงินประกันการส่งออกระยะสั้น 2.40 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่นโยบายอื่นๆในแผนริเริ่มนี้รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อมากยิ่งขึ้นแก่ผู้ส่งออกที่ได้รับคำสั่งซื้อมาแล้ว และผู้ส่งออกที่เน้นทำธุรกิจกับประเทศตลาดเกิดใหม่ ทั้งนี้รัฐบาลจีนมีความกังวลมากยิ่งขึ้นต่อธุรกิจส่งออก หลังจากจีนมียอดขาดดุลการค้าในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้ เนื่องจากอุปสงค์ในสินค้าส่งออกอ่อนแอ ทั้งนี้การชะลอตัวของภาคส่งออกอาจส่งผลให้คนงานหลายล้านคนในภาคการผลิตสินค้าต้องตกงาน โดยจีนมียอดขาดดุลการค้าที่ 3.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบอย่างน้อย 10 ปี ในขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งขึ้น 39.6 % เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน แต่ยอดส่งออกเติบโตขึ้นในอัตราเพียงครึ่งหนึ่งของยอดนำเข้า

 

ออสเตรเลีย

          -  ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 6 มีนาคมในวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่าอัตราดอกเบี้ยออสเตรเลียอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้วเนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ดี RBA มองว่ามีโอกาสสูงที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถ้าหากสถานการณ์เลวร้ายลง โดยรายงานการประชุมระบุว่าผู้กำหนดนโยบายของ RBA ลดความกังวลที่มีต่อวิกฤติหนี้ยุโรป แต่ยังคงมองว่าปัจจัยนี้ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการคาดการณ์แนวโน้มในทางบวกของ RBA ทั้งนี้รายงานการประชุมระบุว่าโดยรวมแล้วสมาชิกตั้งข้อสังเกตว่าถึงแม้ปัจจัยเสี่ยงช่วงขาลงยังคงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่ความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ก็ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงหลายเดือนก่อน โดยรายงานการประชุมระบุว่า ถ้าหากเศรษฐกิจยุโรปตกต่ำลงก็มีโอกาสสูงที่จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ตราบใดที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม ทั้งนี้ RBA คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ภายในกรอบเป้าหมายที่ 2-3 % ในช่วงหลายปีข้างหน้า โดย RBA ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 4.25 % เป็นเดือนที่สองติดต่อกันในการประชุมเดือนมีนาคม แต่เปิดโอกาสให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อไปถ้าหากมีความจำเป็น ทั้งนี้ RBA ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงรวมกัน 0.50 % ในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม 2554

 

ไทย

          -  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามข้อเสนอในการขอรับเงินอุดหนุนบริการสาธารณะประจำปีงบประมาณ 55 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) จำนวน 2,350 ล้านบาท และขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) จำนวน 1,263 ล้านบาท

          -  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.ภูเก็ต มีมติเห็นชอบในหลักการแผนงานโครงการในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ประกอบด้วย ภูเก็ต, พังงา, กระบี่, ตรัง ระนอง จำนวน 117 โครงการ วงเงินรวมกว่า 84,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการกลุ่มจังหวัด 10 โครงการ วงเงิน 24,873 ล้านบาท และโครงการจังหวัด 107 โครงการ วงเงิน 59,263 ล้านบาท สำหรับโครงการที่ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการ เช่น โครงการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ, โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโครงข่ายถนนระหว่างจังหวัด, การพัฒนาโครงข่ายภายในจังหวัด เป็นต้น โดยรัฐบาลจะใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อเป็นการยะระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การพัฒนาระบบเศรษฐกิจ การพัฒนาการท่องเที่ยว การสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งการเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กให้แล้วเสร็จและลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของโครงการต่างๆ ลงด้วย ที่สำคัญให้มีความสอดคล้องกับโครงการต่างๆ ที่รัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในกลุ่มจังหวัดอันดามัน ซึ่งจะมีการจัดสรรงบประมาณให้แต่ละจังหวัดประมาณ 100 ล้านบาทในการดำเนินโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งนี้ โครงการที่มีความพร้อมและสามารถดำเนินการได้ทันทีรวม 23 โครงการ วงเงิน 628 ล้านบาท

          -  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.ภูเก็ต มีมติอนุมัติค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย วงเงิน 1,620 ล้านบาท แยกเป็นโครงการโชห่วยช่วยชาติ "ร้านถูกใจ" (โครงการ 1 ร้านค้า 1 ชุมชน) วงเงิน 1,320 ล้านบาท และโครงการมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย วงเงิน 300 ล้านบาท โดยโครงการโชห่วยช่วยชาติ "ร้านถูกใจ"(1 ร้านค้า 1 ชุมชน) เป็นโครงการที่จะให้การสนับสนุนร้านโชห่วยรวมทั้งร้านอาหารธงฟ้า โดยมีเป้าหมายจำนวน 10,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งร้านดังกล่าวจะจำหน่ายสินค้าที่จำเป็น 20 รายการ อาทิ ข้าวสาร,ไข่ไก่, น้ำมันพืช, น้ำตาลทราย, ผงชูรส เป็นต้น โดยจะมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงชนิดของสินค้า ตามความจำเป็นและการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าแต่ละชนิด และตามสภาวะเศรษฐกิจในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด รวมทั้งจัดทำสินค้าภายใต้ Brand "ร้านถูกใจ" เพื่อจำหน่ายให้แก่ประชาชนในชุมชนในราคาถูก โดยมีแผนการดำเนินการแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 จะเริ่มในช่วงเดือนเม.ย.55 ในเขต กทม.ปริมณฑลและจังหวัดใหญ่ 15 จังหวัด(อ.เมือง) รวม 2,000 แห่ง และระยะที่ 2 เริ่มในเดือนพ.ค.55 ในทุกจังหวัดอีก 8,000 แห่ง สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการนี้ จะช่วยให้ประชาชนประมาณ 10 ล้านคน สามารถซื้อสินค้าในราคาต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 20% ส่วนโครงการมหกรรมธงฟ้า ลดค่าครองชีพไทยช่วยไทย เป็นโครงการจัดงานธงฟ้าเพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชนที่กำลังได้รับผลการกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยจะมีการจัดงานจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพในราคาประหยัดทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในทุกระดับได้แก่ การจัดงานระดับประเทศ 3 ครั้ง ระดับภาค ๆ ละ 2-4 ครั้ง รวม 12 ครั้ง ระดับจังหวัดทุกจังหวัดรวม 76 ครั้ง(ไม่นับ กทม.) และระดับอำเภอทุกอำเภอรวม 878 ครั้ง ซึ่ง การดำเนินการดังกล่าวจะสามารถลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนประมาณ 5 ล้านคน คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 1,000-1,200 ล้านบาท และเพิ่มเงินหมุนเวียนในการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 2,000-2,500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้าของผู้ผลิต ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกร ซึ่งคาดว่าจะทำให้ผู้ผลิตมีรายได้เพิ่มขึ้น ประมาณ 400-500 ล้านบาท และเป็นการสร้างรายได้ต่อเนื่องไปสู่ภาคเศรษฐกิจอื่นๆ เพิ่มการจ้างงาน ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (20 มี.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการที่เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง หลังจาก BHP Billiton Ltd.ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่รายใหญ่สุดของโลกกล่าวว่าการผลิตเหล็กในจีนกำลังชะลอลง ขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของราคาขายปลีกน้ำมันในจีนก็ส่งผลลบต่อการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจจีนเช่นกัน ทั้งนี้โดยรวมในวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (20 มี.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐฯมีมากขึ้นในวันนี้จากการที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนและการมองแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯในทางบวกมากขึ้น โดยดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันจันทร์ชี้ว่ากลุ่มผู้สร้างบ้านในสหรัฐฯ มีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับยอดขายในอนาคตและดัชนีการผลิตในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (20 มี.ค.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐฯมีมากขึ้นจากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน ทั้งนี้โดยรวมในวันนี้ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (20มี.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลง อันเป็นผลจากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานและอุตสาหกรรมหลังการเตือนเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนโดย บริษัทบีเอชพี บิลลิตันระบุถึงอุปสงค์แร่เหล็กที่ชะลอตัวลงจากจีนซึ่งเป็นผู้ใช้รายใหญ่ของโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นกลุ่มพลังงาน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.52% สู่ระดับ 13,170.19, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.30% สู่ระดับ 1,405.52 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 0.14% สู่ 3,074.15

          -  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (20มี.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นจีนลดลงในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้ตลาดหุ้นจีนได้รับปัจจัยลบจากการที่ทางการจีนประกาศเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมั่นในประเทศเป็นครั้งที่สองในช่วงไม่ถึง 6 สัปดาห์ หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดลดลง 1.39% และ 1.08% ตามลำดับ สำหรับดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้โดยรวมในช่วงเช้าวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันจันทร์ชี้ว่ากลุ่มผู้สร้างบ้านในสหรัฐฯมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับยอดขายในอนาคตและดัชนีการผลิตในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยดัชนี FTSE STI สิงคโปร์ และดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นมาเลเซียปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.42% และ 0.26% ตามลำดับ

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันอังคาร (20 มี.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ตามทิศทางเดียวกับดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จากการที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันจันทร์ชี้แนวโน้มในทางบวกต่อเนื่อง ทั้งนี้ดัชนีทรงตัวอยู่ในแดนบวกตลอดช่วงบ่าย โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเพิ่มขึ้น 7.10 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 21 มีนาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday759
mod_vvisit_counterAll days759

We have: 759 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 06, 2026

4208664