| เปิดอาณาจักรเอแซ็ป (asap)สู่ผู้นำ Mobility Ecosystem ตั้งเป้า 3 ปี รายได้ 20,000 ล้าน |
|
|
|
| Monday, 25 May 2026 21:56 | |||
|
▪︎ เผยกลยุทธ์เชิงรุก ผสานธุรกิจรถเช่า รถยนต์ไฟฟ้า พลังงาน เทคโนโลยี ตอบโจทย์โลกอนาคต บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ เอแซ็ป (asap) เดินหน้าสู่การเติบโตระยะใหม่ หลังกลุ่มธุรกิจใหม่ (New Business) ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดจนมีสัดส่วนสูงถึง 74% ของรายได้รวม ล่าสุดประกาศยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงรุก ทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญจาก “ธุรกิจรถเช่า” สู่การเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์และผู้นำนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem) พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มทันสมัยเชื่อมโยงธุรกิจยานยนต์ ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ สู่การยกระดับการบริการด้านการเดินทางอันทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ++เปลี่ยนผ่านจาก “ธุรกิจรถเช่า” สู่ Mobility Ecosystem นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร asap พร้อมคณะผู้บริหารของบริษัทในเครือ ได้ร่วมกันเปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจ ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ การแข่งขันและทิศทางการขยายธุรกิจ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนว่า ภายใต้แนวคิด “Disciplined Growth. Smarter Mobility. EV-Ready.” ตั้งแต่ปีนี้ (2569) เป็นต้นไป บริษัทฯ กำลังเดินหน้าสู่การเติบโตระยะใหม่ โดยจะมีการผสานศักยภาพธุรกิจของ asap ซึ่งดำเนินธุรกิจบริการรถเช่าครบวงจร และศักยภาพของกลุ่มบริษัทในเครือ ซึ่งมีทั้งธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ ธุรกิจรถมือสอง ธุรกิจประกันภัย ฯลฯ ทั้งความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี ทรัพยากรบุคคล การเงิน และเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งของทั้งกลุ่ม ให้สามารถสนับสนุนและเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับเปลี่ยนผ่านฐานธุรกิจเดิม จากธุรกิจรถเช่า สู่การเป็น “ผู้นำธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมการเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem) เพื่อสนองความต้องการของลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เร้าใจ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ที่ปัจจุบันนอกเหนือจากปัจจัย 4 เดิมแล้ว ยังมีอีก 4 ปัจจัยสำคัญและท้าทายของโลกยุคใหม่ คือ Connectivity, Energy, Wellness และ Mobility ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร asap กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ในธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ และกว่า 20 ปี ในธุรกิจรถเช่า ขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากฐานธุรกิจแข็งแกร่ง ทีมผู้บริหารที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ บุคลากรที่มีคุณภาพ และเครือข่ายธุรกิจที่มีศักยภาพ และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ส่งผลทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีและเติบโตอย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต และความล้ำหน้าของ AI asap ซึ่งมีศักยภาพและฐานธุรกิจที่พร้อมในทุกๆด้าน บริษัทฯมองเห็นโอกาสในการพัฒนาและขยายธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนไปอีกขั้น คือจากเพียงให้บริการรถเช่า สู่การยกระดับเป็น Mobility Ecosystem ที่สามารถเชื่อมโยงรายได้และโอกาสทางธุรกิจเข้าด้วยกันได้ทั้งระบบ “จะเห็นว่า ทุกการเช่ารถ คือโอกาสของธุรกิจประกันภัย ทุกการคืนรถ คือโอกาสของธุรกิจรถมือสอง และทุกการทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้า ก็คือโอกาสของยอดขายในอนาคต… จากแนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างและศักยภาพของธุรกิจใหม่ของ asap ที่ทุกธุรกิจภายในเครือสามารถเชื่อมโยงและสร้างแรงส่งกลับเข้าหากันได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจรถเช่า รถมือสอง ประกันภัย ไปจนถึงธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและ Commercial Mobility " โดยปัจจุบัน asap มีธุรกิจหลักครอบคลุมทั้ง asap Car Rental, GO by asap และ Casap รวมถึงบริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจประกันภัย รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งทุกธุรกิจล้วนมีผลประกอบการที่ดีและมีการเติบโตต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าเครือข่ายฐานธุรกิจที่สามารถสนับสนุนกันได้อย่างครบวงจรของเรานี้ จะส่งผลทำให้เราสามารถสร้างการเติบโตระยะใหม่ให้ธุรกิจ หรือเรียกว่าเป็น New Growth Engine ที่สำคัญขององค์กร” ++ ธุรกิจหลักยังแข็งแรง เดินหน้า EV Fleet และ AI Strategy ในส่วนธุรกิจรถเช่า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ asap ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร asap กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทมีแผนที่จะยกระดับการบริการรถเช่า ให้สามารถรองรับความต้องการจากลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งองค์กร ภาครัฐ และลูกค้าทั่วไป โดยควบคู่ไปกับการขยาย EV Fleet สำหรับตลาดพรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนฟลีทรถใหม่ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ถึง 30% ของจำนวนรถใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะเดินหน้ากลยุทธ์ “EV Fleet – Try Before Buy” เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าองค์กรและผู้ใช้งานรถน้ำมัน ได้ทดลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าจริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อสร้างโอกาสต่อยอดไปยังธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าภายในเครือต่อไป ด้านธุรกิจรถเช่าระยะสั้น บริษัทมีแผนที่จะนำ AI Dynamic Pricing เข้ามาบริหารราคาแบบเรียลไทม์ตามความต้องการของตลาด พร้อมขยายสัดส่วนยอดขายตรงผ่านเว็บไซต์ ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันยอดขายตรงอยู่ที่ 55% ของทั้งหมด นอกจากนี้ยังจะมีการร่วมมือแบบ Co-Branding กับ Trip.com เพื่อผลักดันยอด Booking Days ให้เติบโตขึ้นถึง 58% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหรือภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน นอกจากนี้ asap ยังมีแผนที่จะเดินหน้าขยายบริการพนักงานขับรถสู่กลุ่มลูกค้าองค์กรระดับพรีเมียม ทั้งสายการบิน บริษัทเอกชน และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ++ Casap ยกระดับกำไร ผ่านกลยุทธ์ Margin over Volume สำหรับธุรกิจรถยนต์มือสอง ภายใต้แบรนด์ Casap ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างดียิ่ง ด้วยจุดแข็งด้าน Inventory ที่มีรถมือสองสภาพดีได้มาตรฐานพร้อมให้ลูกค้าเลือกหลากหลาย และความโดดเด่นแตกต่างจากตลาดรถมือสองทั่วไป คือนอกจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยังมีรถเชิงพาณิชย์สำหรับการใช้งานธุรกิจ รองรับความต้องการของธุรกิจ SME บริษัทฯ มีแผนที่เพิ่มการเติบโต ด้วยการปรับสัดส่วนการขายมาเน้นการขายปลีกซึ่งให้กำไรสูงกว่ามากขึ้น ซึ่งภายใต้กลยุทธ์ “Margin over Volume” จะมีการปรับสัดส่วนการขายผ่านลานประมูลให้เหลือเพียง 9% จาก 40% ++asap Protect ต่อยอดฐานลูกค้าสู่ธุรกิจประกันภัย ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท เอแซ็ป โปรเทคท์ (asap Protect Company Limited) หรือ (asap Protect) และ asap ถือหุ้น 100% นับเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญและมีแนวโน้มเติบโตอย่างมีศักยภาพ ซึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ คาดว่าจะส่งผลทำให้ asap Protect เติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสามารถต่อยอดฐานลูกค้ารถเช่า ฟลีทรถยนต์ และการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าภายในกลุ่มบริษัทได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ปัจจุบันกว่า 95% ของเบี้ยประกันภัยของบริษัทฯ มาจาก Ecosystem ภายในเครือ ขณะที่ตลาดภายนอกยังถือเป็นโอกาสการเติบโตสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้าและฟลีทรถองค์กรภายนอก “การเติบโตของ asap Protect จะขับเคลื่อนจาก 4 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การต่ออายุกรมธรรม์ การต่ออายุประกันของลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า ช่องทางใหม่จาก Evante และการขยายสู่ตลาดภายนอก ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันการเติบโตแบบ Organic Growth ควบคู่ไปกับการขยายตัวของทั้งกลุ่มบริษัท” ++ EA1 เร่งขยายเครือข่าย ผ่าน Brand CHANGAN – Deepal –Nevo-AVATR ด้านธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจเรือธงใหม่ที่สำคัญของ asap ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท อีเทอนิตี้ แอทวัน จำกัด (Eternity at One Company Limited) หรือ EA1 ที่ asap ถือหุ้น 51% ทุกแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่บริษัทได้รับสิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (Distributor) จาก CHANGAN คือแบรนด์ Deepal Lumin Nevo และ AVATR ล้วนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีการพัฒนางานขายและบริการหลังการขาย รวมถึงมีแผนขยายโชว์รูมให้รองรับความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2026 ไว้สูงถึง 14,500 คัน จากเป้าหมายรวมของ CHANGAN หรือเติบโต 79% จากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีแผนขยายเครือข่ายจาก 36 แห่งเป็น 60 แห่ง ซึ่งตอนนี้กำลังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยกระจายทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2026 ขณะที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม AVATR ที่บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ก็มีการขยายและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านโชว์รูมแฟลกชิปทั้งสาขาบางนาและพระราม 6 โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2026 ที่ 1,200 คัน และเตรียมขยายโชว์รูมในต่างจังหวัด อีก 4 แห่งภายในปี 2026 นี้ ++ Evante เปิดเกมรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ผ่าน MAXUS อีกหนึ่งธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตอย่างสดใส ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท อีแวนเต้ จำกัด (Evante Company Limited) หรือ Evante ซึ่ง asap ถือหุ้น 51% คือธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แม็กซัส (MAXUS Commercial) ซึ่ง Evante เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย Evante มุ่งเจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งรถขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รถรับส่งเชิงพาณิชย์ รถพยาบาล และรถเฉพาะทาง ซึ่งจากภาพรวมของตลาดรถตู้เชิงพาณิชย์ในประเทศไทยที่มีขนาดประมาณ 16,000 คันต่อปี แต่ยังแทบไม่มีผู้เล่นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ส่งผลให้ MAXUS Commercial เป็นผู้เล่นรายแรกของตลาด โดยยังตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้ Evante ตั้งเป้ายอดขาย Maxus ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ไว้ที่ 300 คัน ก่อนขยายสู่ 1,500 คัน ในปี 2027 และ 2,200 คัน ในปี 2028 และยังมีแผนขยายเครือข่ายโชว์รูมและผู้แทนจำหน่ายไปทั่วประเทศด้วย โดยผู้สนใจสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 065 456 1589 “จากภาพรวมการขยายธุรกิจหลักและแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มบริษัทฯ นับตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป จะเห็นว่าเรามีศักยภาพที่พร้อมเติบโตในทุกด้าน โดยผลประกอบการและการเติบโตนับจากนี้ไป จะไม่ได้มาจากการขยายขนาดธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากการสร้าง Ecosystem ที่สามารถตอบโจทย์ 4 ปัจจัยสำคัญของโลกยุคใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งมั่นใจว่า asap และธุรกิจในเครือที่ผนึกกำลังกันอย่างแข็งแกร่งนี้ "เราจะสามารถพัฒนาโซลูชันที่ทันสมัย ทั้งด้านรถเช่า รถยนต์ไฟฟ้า พลังงาน เทคโนโลยี และบริการครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้คนและภาคธุรกิจเข้าถึงชีวิตการทำงาน และโอกาสใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งในโลกที่ทุกอย่างต้อง “พร้อมไปต่อ” ตลอดเวลา asap เชื่อมั่นว่า เราจะสามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว โดยคาดว่ารายได้รวมของทั้งกลุ่มในปีนี้จะเติบโตสูงขึ้นกว่า 70 %” บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือเอแซ็ป (asap) มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจยานยนต์และนวัตกรรมเคลื่อนที่ครบวงจร (Mobility Ecosystem) และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องยั่งยืน ดังวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ได้ประกาศไว้ คือ “บริษัทมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดในการให้บริการครบวงจรที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ โดยเน้นนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มความต้องการของลูกค้า” โดยเฉพาะในโลกยุคใหม่ที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น จากแผนการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าภายใน 3 ปีนับจาก ปี 2569 นี้ asap จะมีรายได้ 20,000 ล้านบาท โดยคาดว่าปี 2569 รายได้จะอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ปี 2570 รายได้จะอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท และ 20,000 ล้านบาทในปี 2571 +++++++++++++++++++++++++++++++++ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
|






![]() | Today | 1378 |
![]() | All days | 1378 |
Comments