Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Wednesday, 04 April 2012 09:52

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          -  ยอดสั่งซื้อสินค้าของโรงงาน (Factory orders) ในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% หลังจากที่ลดลง 1.1% ในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ แม้ว่าจะน้อยกว่าที่เศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.5% แต่การขยายตัวดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นว่า ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว แม้มีสัญญาณที่ชะลอความแรงลงก็ตาม สำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าทุน ซึ่งไม่นับรวมภาคขนส่ง เช่นเครื่องบิน ปรับตัวขึ้น 0.9% จากที่หดตัว 1.5% ในเดือนก่อน ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% ส่วนยอดสั่งซื้อสินค้าที่ไม่รวมยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้น 1.1% จากที่หดตัว 1.3% ในเดือนก่อน สำหรับยอดการส่งมอบสินค้าใหม่ของโรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.4%

          -  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เปิดเผยรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำหนนดโยบายการเงิน (FOMC) ประจำวันที่ 13 มีนาคมว่า คณะกรรมการกำหนดโยบายการเงินของ Fed (FOMC) ยังไม่มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยสมาชิกบางคนของ FOMC ส่งสัญญาณว่า การใช้มาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมจะเป็นสิ่งจำเป็นก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจหดตัวลง หรืออัตราเงินเฟ้อยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่ 25 ในระยะกลาง ทั้งนี้ คณะกรรมการ FOMC มีมติด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับ 0 - 0.25% และยังคงดำเนินโครงการขยายกำหนดเวลาการไถ่ถอนหลักทรัพย์ที่เฟดถือครองอยู่ออกไป ตามที่ได้ประกาศไว้ในเดือนกันยายน 2554 และ Fed จะยังคงดำเนินนโยบายในการนำเงินต้นที่ได้รับจากตราสารหนี้ของหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐ มาลงทุนใหม่ในหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนองของหน่วยงานดังกล่าว ทั้งนี้ Fed ระบุว่าการใช้จ่ายในภาคครัวเรือนและการลงทุนในภาคธุรกิจยังคงมีการขยายตัว แต่ตลาดที่อยู่อาศัยยังอยู่ในภาวะซบเซา ส่วนอัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงในระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่ราคาน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินได้ปรับตัวขึ้นในระยะนี้ อาจจะหนุนเงินเฟ้อให้สูงขึ้นชั่วคราว แต่ถึงกระนั้นก็ตาม Fed คาดว่าเงินเฟ้อจะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับหรือต่ำกว่าระดับเป้าหมายของเฟดที่ 2% ในวันข้างหน้า นอกจากนี้ Fed ยังประเมินว่า ภาวะตึงเครียดในตลาดการเงินทั่วโลกได้ผ่อนคลายลงแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ภาวะตึงเครียดที่ยังคงเกิดขึ้นในขณะนี้ยังคงทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

ยุโรป: อังกฤษ

          -  ดัชนีกิจกรรมในการก่อสร้าง (building activity index) ที่จัดทำโดย Markit Economics และ the Chartered Institute of Purchasing and Supply ในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.7 จากระดับ 54.3 ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 21 เดือน และมากกว่าที่นกัเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 53.4 โดยการเพิ่มมากกว่าระดับ 50 บ่งขี้ถึงการขยายตัวขอองภาคก่อสร้าง

          -  สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ภาคอุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร (Euro Zone) ในเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวขึ้น 0.6% (m-o-m) ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตสำหรับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 27 ประเทศ ปรับตัวขึ้น 0.8% ทั้งนี้ ดัชนีราคาซึ่งไม่รวมภาคพลังงานในเขตยูโรโซนเพิ่มขึ้น 0.4% และใน EU เพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่ราคาในภาคพลังงานในเขต Euro Zone และ EU-27 เพิ่มขึ้น 1.2% และ 1.5% ตามลำดับ ส่วนสินค้าขั้นกลางในเขต Euro Zone และ EU-27 เพิ่มขึ้น 0.6% และ 0.5% ตามลำดับ ขณะที่สินค้าคงทนและสินค้าไม่คงทนในทั้งในเขต Euro Zone และ EU-27 เพิ่มขึ้นเท่ากันที่ 0.3% ทั้งนี้ เมื่อเทียบเป็นรายปี ราคาในอุตสาหกรรมโดยรวม ไม่รวมภาคพลังงานในเขต Euro Zone และ EU-27 เพิ่มขึ้น 1.7% (y-o-y) และเพิ่มขึ้น 2.0% ขณะที่ราคาในภาคพลังงานในเขต Euro Zone และ EU-27 เพิ่มขึ้น 9.3% และ 9.8% ตามลำดับาวแสดงให้เห็นว่า บริษัทจีนโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจ ได้รับ

 

สเปน

          -  กระทรวงเศรษฐกิจของสเปนรายงานว่า ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของสเปนในปี 2554 เพิ่มขึ้น 18.4% มาอยู่ที่ 28,415 ล้านยูโร (37,819 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)  โดยการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2554 ลดลลง ซึ่งยอดการลงทุนโดยตรงในไตรมาส 1 และ 2 เพิ่มขึ้น 238.5% และ 148.6% ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 3 มูลค่า FDI ลดลง 20.1% และไตรมาส 4 ลดลง 46.6% ขณะที่เมื่อแบ่งตามหมวดภาคการผลิต พบว่าภาคโทรคมนาคมมีการลงทุนจากต่างประเทศมากที่สุด ตามด้วยการอากาศยานและการธนาคาร ขณะที่ประเทศที่เข้าไปลงทุนจากส่วนใหญ่ได้แก่ประเทศอังกฤษซึ่งมีสัดส่วน 30% รองลงมาได้แก่ ฝรั่งเศส และฮอลแลนด์โดยคิดเป็นสัดส่วน 25.1% และ 6.6% ตามลำดับ สำหรับการลงทุนในต่างประเทศของสเปนในปี 2554 อยู่ที่ 30,611 ล้านยูโร ลดลง 21.9% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในภาคธนาคาร อากาศยาน และพลังงาน

 

เอเชีย: จีน

          -  นายโจว เสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวย้ำในการประชุมว่าด้วยเศรษฐกิจเอเชียฯประจำปี 2012 ว่าจีนจะใช้เครื่องมือทางการเงินหลากหลายประเภทเพื่อจัดการกับภาวะเงินเฟ้อ และทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเขาคิดว่าสำหรับจีนและประเทศอื่นๆ เป้าหมายด้านนโยบายคือการทำให้อัตราเงินเฟ้อค่อยๆลดลงเพื่อให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้เขากล่าวอีกว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศอื่นๆ ขณะที่ทำการกำหนดนโยบายที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากสภาพคล่องต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ ทั้งนี้คาดว่าธนาคารกลางจีนจะมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบาย ขณะที่เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก แต่จนถึงขณะนี้ ธนาคารกลางก็ยังคงดำเนินนโยบายค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากมีความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และความเสี่ยงในภาคอสังหาริมทรัพย์

 

ญี่ปุ่น

          -  ฐานเงินของญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักการเมืองญี่ปุ่นกดดันให้ธนาคารกลางดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อยุติภาวะเงินฝืด โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นรายงานว่าฐานเงินของญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน หลังจากในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 11.3%

 

มาเลเซีย

          -  การลงทุนภาคเอกชนของมาเลเซียปี 2554 สูงเกินเป้าหมายของรัฐบาลจากการที่บริษัทเอกชนซึ่งรวมถึงบริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศ เช่น Carrefour และ General Electric ต้องการที่จะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยการลงทุนภาคเอกชนในปี 2554 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 94 พันล้านริงกิต ( 31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลซึ่งอยู่ที่ 83 พันล้านริงกิต 

 

ออสเตรเลีย

          -  ยอดขายปลีกของออสเตรเลียในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองนำโดยการเพิ่มขึ้นของยอดจำหน่ายในดีพาร์ทเมนต์ สโตร์ ฯ โดยสำนักงานสถิติของของออสเตรเลียรายงานว่ายอดขายปลีกในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า หลังจากที่ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.3% ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg

          -  ธนาคารกลางออสเตรเลียลงมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ 4.25% ในการประชุมกำหนดนโยบายเมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายได้แสดงท่าทีพอใจกับอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ ยกเว้นในกรณีที่เศรษฐกิจตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด

 

ไทย

          -  ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป(CPI) ในเดือนมีนาคมอยู่ที่114.30 เพิ่มขึ้น 3.45% (y-o-y) จากที่เพิ่มขึ้น 3.35% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะขยายตัว 3.25% อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และต้นทุนที่สูงขึ้นขณะที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ขณะที่เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 0.6% (m-o-m) สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารสดและพลังงานอยู่ที่ระดับ 107.73 เพิ่มขึ้น 2.77% (y-o-y) ขณะที่เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 0.33% จากเดือนก่อนหน้า  สำหรับในไตรมาสแรกปีนี้ CPI เพิ่มขึ้น 3.39% และ Core CPI เพิ่มขึ้น 2.74% (y-o-y)  ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์ว่า CPI ปี 55 จะเพิ่มขึ้น 3.3-3.8% โดยมองปัจจัยเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อปีนี้ จะมาจากปัจจัยการเมือง ความผันผวนเศรษฐกิจโลก ภัยธรรมชาติ อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน และทิศทางดอกเบี้ยที่ไม่ชัดเจน

          -  ผู้ตรวจการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมของไทยมีความพร้อมสำหรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยเฉพาะในด้านศักยภาพแรงงาน เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีฝีมือ พร้อมระบุไม่กังวลต่อการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท จนอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติขยายฐานการผลิต ไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงถูกว่าไทย เช่น ประเทศเวียดนาม เพราะเป็นวัฏจักรของการพัฒนาระบบอุตสาหกรรม ที่ปัจจุบันแรงงานไทยต้องแข่งขันด้านฝีมือ ทำให้การค่าจ้างแรงงานควรต้องปรับเพิ่มขึ้น

          -  กรมสรรพากรแจ้งยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ บุคคลธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) - (8) บริษัทจำกัดบริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับเงินได้เท่ากับที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทวัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานแต่ไม่รวมถึงยานพาหนะและวัสดุ อุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่ใช้กับยานพาหนะเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายนั้น โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นทรัพย์สินที่ไม่เคยผ่านการใช้งานซึ่งได้ซื้อมาและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 โดยได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 รวมทั้งต้องหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งาน

          -  สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานภาวะการทำงานของประชากรประจำเดือนมกราคม พ.ศ. 2555 พบว่า ประชากรผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปอยู่ที่ 54.28 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานหรือผู้ที่พร้อมที่จะทำงาน 38.62 ล้านคน ซึ่งประกอบด้วย ผู้มีงานทำ 37.92 ล้านคน ผู้ว่างงาน 3.15 แสนคน และผู้ที่รอฤดูกาล 3.78 แสนคน โดยจำนวนผู้มีงาน 37.92 ล้านคน ประกอบด้วยผู้ทำงานในภาคเกษตรกรรม 13.39 ล้านคน และนอกภาคเกษตรกรรม 24.53 ล้านคน สำหรับจำนวนของผู้ที่ว่างงาน มีจำนวนทั้งสิ้น 3.15 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.8% และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปี 2554 มีจำนวนผู้ว่างงานลดลง 5.9 หมื่นคน จาก 3.74 แสนคน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 1.43 แสนคน จาก 1.72 แสนคน  โดยกลุ่มวัยเยาวชนหรือผู้มีอายุระหว่าง 15-24 ปี มีอัตราการว่างงาน 2.9% ส่วนกลุ่มวัยผู้ใหญ่ (อายุ 25 ปีขึ้นไป) มีอัตราการว่างงาน 0.5% สำหรับผู้ว่างงานที่มีการศึกษาในระดับอุดมศึกษามีจำนวนมากที่สุด 9.8 หมื่นคน(1.4%) รองลงมาเป็น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 8.3 หมื่นคน (1.5%) หากพิจารณาอัตราการว่างงานเป็นรายภาค พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการว่างงานสูงที่สุดคือ 1.1% รองลงมาเป็นภาคกลางมีอัตราการว่างงาน 0.8%

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ( 3 เม.ย.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในเอเซียส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ซึ่งสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในวันนี้ตามภาวะที่นักลงทุนมั่นใจต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกมากขึ้น

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (3 เม.ย.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะปรับตัวแข็งขึ้นเล็กน้อยในช่วงบ่าย โดยเช้าวันนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในช่วงตลาดเอเซียจากการที่นักลงทุนถือครองสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นและขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาเนื่องจากความมั่นใจต่อแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกมีมากขึ้นหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนวันจันทร์ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์ได้ปรับแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเยน

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (3 เม.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้นักลงทุนขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาเพื่อถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการคาดการณ์ว่าตัวเลขยอดสั่งซื้อของโรงงานสหรัฐฯที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯจะรายงานในคืนนี้จะเพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรได้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (3 เม.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลง โดยดัชนี S&P 500 ลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า มีแนวโน้มน้อยลงที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 0.49% สู่ 13,199.55, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.40% สู่ 1,413.38และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.20% สู่ 3,113.57

          -  ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวันอังคาร (3 เม.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯเมื่อวันจันทร์ ซึ่งส่งผลลบต่อแนวโน้มผลประกอบการของธุรกิจส่งออกญี่ปุ่น โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิลดลง 0.59% สำหรับตลาดหุ้นอื่นๆในเอเซียนั้นหลายตลาดมีดัชนีปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้โดยมีปัจจัยบวกจากการที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯและจีนเดือนมีนาคมออกมาดี โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง และดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.31% และ  0.99% ตามลำดับ

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันอังคาร (3 เม.ย)ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดย SET INDEX ปรับสูงขึ้นอีกในการเปิดตลาดช่วงบ่าย โดยตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้ปัจจัยบวกจากการที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯและจีนเดือนมีนาคมออกมาสูง โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 11.98 จุด

 

         โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 4 เมษายน  2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday773
mod_vvisit_counterAll days773

We have: 772 guests online
Your IP: 216.73.216.162
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 07, 2026

4219672