Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Friday, 25 May 2012 11:40

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายใหม่ในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 19 พฤษภาคม ลดลง 2,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 370,000 ราย ลดลงจากตัวเลขที่ได้รับการปรับทบทวนที่ระดับ 372,000 ในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ ลดลง 5,500 ราย มาอยู่ที่ 370,000 ราย ส่วนยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 12 พฤษภาคม ลดลง 29,000 ราย สู่ระดับ 3.26 ล้านราย

-  ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 0.2% สู่ระดับ 2.155 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากที่ร่วงลงอย่างหนักถึง 3.7% ในเดือนมีนาคม หลังได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ด้านการขนส่ง รวมถึงยานยนต์ และเครื่องบินพาณิชย์ ทั้งนี้ หากไม่นับรวมภาคขนส่งที่มีความผันผวน พบว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับตัวลดลง 0.6% ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าทุนนอกภาคกลาโหม ซึ่งเป็นมาตรวัดการใช้จ่ายด้านการลงทุนในภาคธุรกิจนั้น ลดลง 1.9% จากที่ลดลง 2.2% ในเดือนมีนาคม ส่วนสต็อกคงคลังของสินค้าคงทนเพิ่มขึ้น 0.3% หรือ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 3.641 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

-  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดย Markit Economics ในเดือนพฤษภาคมลดลงสู่ระดับ 53.9 จากระดับ 56.0 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

-  องค์การความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) คาดว่า ในปี 2555 เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 2.4% จากที่ขยายตัว 1.7% ในปี 2554 และคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2556 ที่2.6% พร้อมคาดว่า อัตราว่างงานจะลดลงสู่ 7.9% ในไตรมาส 4 ของปีนี้ และสู่ 7.4% ภายในปลายปี 2556 โดยระบุว่า แม้ภาคที่อยู่อาศัยจะเป็นปัจจัยที่ถ่วงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ภาวะสินเชื่อและตลาดแรงงานที่ดีขึ้นจะเป็นแรงหนุนอุปสงค์ภายในประเทศ

-  บรรษัทจำนองสินเชื่อบ้านของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Freddie Mac) ระบุว่า จากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงไตรมาสแรก 2555 ที่ขยายตัว เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกสำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมและการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย โดยระบุว่า ราคาบ้านใกล้ระดับต่ำสุด ซึ่งสอดคล้องกับรายงานวิจัยของสมาคมธนาคารเพื่อการจำนองของสหรัฐ (MBA) ที่ระบุว่าอัตราการค้างชำระในช่วง 60 วันสำหรับทุกตลาดลดลงมาอยู่ที่ 1.21% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 จากระดับ 1.25% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ขณะเดียวกันได้คาดว่า อัตราการค้างชำระอาจจะปรับตัวลงต่อไป

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  นายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวย้ำถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของอีซีที่จะต้องการให้กรีซยังคงอยู่ในยูโรโซนต่อไป ขณะที่เรียกร้องให้กรีซยังคงปฏิบัติตามพันธสัญญาในการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

 

เยอรมนี

-  นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคลของเยอรมนีกล่าวว่า บรรดาผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) เห็นพ้องกันที่จะให้กรีซยังคงอยู่ในยูโรโซนต่อไป แต่มีเงื่อนไขว่ากรีซต้องปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้เพื่อรับความช่วยเหลือทางการเงิน นางแมร์เคลกล่าวว่าบรรดาผู้นำอียูชี้แจงกับนายกรัฐมนตรีของกรีซว่าจะทำทุกวิถีทางในการจัดสรรเงินงบประมาณของอียูเพื่อช่วยเหลือกรีซ โดยความช่วยเหลือสำหรับกรีซอาจรวมถึงการออกพันธบัตรสำหรับโครงการต่างๆ ซึ่งอียูจะทำค้ำประกันโครงการเพื่อดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชน แต่นางแมร์เคลระบุว่าพันธบัตรดังกล่าวควรสงวนไว้สำหรับประเทศที่มีความต้องการโครงการด้านการลงทุนอย่างมากเท่านั้น เช่น กรีซ สเปน อิตาลี และโปรตุเกส สำหรับโครงการต่างๆ ซึ่งอียูจะทำค้ำประกันโครงการเพื่อดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชน แต่นางแมร์เคลระบุว่าพันธบัตรดังกล่าวควรสงวนไว้สำหรับประเทศที่มีความต้องการโครงการด้านการลงทุนอย่างมากเท่านั้น เช่น กรีซ สเปน อิตาลี และโปรตุเกส

 

ฝรั่งเศส

-  ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ของฝรั่งเศส และนางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับการออกยูโรบอนด์ในการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป (อียู) โดยปธน.ออลลองด์กล่าวว่า เป็นการไม่ยุติธรรมที่สเปนหรืออิตาลีจะจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรอายุ 10 ปีเกือบ 6% ขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 2 ปีของเยอรมนีอยู่ที่ระดับต่ำสุดที่ 0.07% เขากล่าวว่า การออกยูโรบอนด์จะช่วยลดความแตกต่างนั้น โดยทำให้สเปนและอิตาลีมีต้นทุนการระดมทุนต่ำลง แต่เยอรมนีจะต้องจ่ายมากขึ้น ด้านนางแมร์เคลไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนั้น โดยระบุว่า การออกพันธบัตรยูโรโซนจะไม่ได้ช่วยเร่งให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจดำเนินไปเร็วขึ้น ทางด้านนักเศรษฐศาสตร์หลายรายแสดงความคิดเห็นว่า เยอรมนีควรจะยอมเสียสละเพื่อประโยชน์ของยูโรโซน ในขณะที่มีความวิตกมากขึ้นว่า กรีซจะออกจากยูโรโซน และปัญหาจะลุกลามไปยังสเปน

 

อิตาลี

-  นายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า ผู้นำส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรป (อียู) ในการประชุมสุดยอดอย่างไม่เป็นทางการในบรัสเซลส์ ยังไม่มีการตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการที่จำเป็นเพื่อฟื้นการขยายตัวของเศรษฐกิจยุโรป แต่แสดงการสนับสนุนการออกพันธบัตรยูโรโซนในหลายประเด็น เช่น การออกพันธบัตรเพื่อหนุนโครงการสาธารณูปโภค,การจัดการเงินทุนด้านโครงสร้างของอียู, การเพิ่มทุนธนาคารเพื่อการลงทุนของยุโรป

 

กรีซ

-  กระทรวงการคลังกรีซปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับการวางแผนสำรองของประเทศสมาชิกยูโรโซนเพื่อรับมือความเป็นไปได้ที่กรีซจะออกจากยูโรโซน หลังจากมีรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศบางรายในช่วงการประชุมทางไกลของคณะทำงานของยูโรโซนครั้งล่าสุดว่ามีข้อเรียกร้องอย่างชัดเจนให้กลุ่มประเทศสมาชิกยูโรโซนร่างแผนสำรองในกรณีที่กรีซออกจากยูโรโซน นักวิเคราะห์กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเลี่ยงการล้มละลายอย่างไม่เป็นระบบซึ่งอาจจะส่งผลให้กรีซต้องออกจากยูโรโซน และจะส่งผลกระทบรุนแรงสำหรับยูโรโซน

 

เอเชีย: จีน

-  ผู้นำจีนยืนยันอีกครั้งที่จะปรับนโยบายเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งเป็นการกล่าวยืนยันเป็นครั้งที่สองในรอบ 4 วันและเป็นการแสดงความชัดเจนถึงการที่จะเร่งอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาวะที่ความต้องการในประเทศชะลอตัวลงและวิกฤติหนี้ยุโรปมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยรัฐบาลจีนแถลงใน Website ว่าจีนจะมุ่งมั่นมากขึ้นในการดำเนินนโยบายและมาตรการที่จะเพิ่มความต้องการสินค้าและบริการในประเทศและดำเนินนโยบายที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้นและมีเสถียรภาพ

-  ผลสำรวจของเอชเอสบีซีระบุว่า ภาคการผลิตของจีนได้รับผลกระทบในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกลดลงอย่างหนัก ซึ่งบ่งชี้ความอ่อนแอเกินคาดของเศรษฐกิจ แม้ผู้กำหนดนโยบายดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม ทั้งนี้ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจีน (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นของเอชเอสบีซีลดลงสู่ 48.7 ในเดือนพฤษภาคม จาก 49.3 ในเดือนเมษายน .ซึ่งเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกันที่ดัชนี PMI ของเอชเอสบีซีต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงการหดตัวลง

 

ญี่ปุ่น

-  รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจระบุว่าความเชื่อมั่นของภาคเอกชนญี่ปุ่นปรับขึ้นเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม และคาดว่าจะปรับขึ้นต่อไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้นหลังได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม 2554 อย่างไรก็ดีภาคเอกชนกังวลกับวิกฤติหนี้ยุโรปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ผลสำรวจรอยเตอร์ ทังกันระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 1 จุด สู่ +2 ในเดือนพฤษภาคม และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ +8 ในเดือนสิงหาคม รอยเตอร์จัดทำผลสำรวจนี้ด้วยการนำเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่คาดการณ์ในทางลบ มาหักลบออกจากเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่คาดการณ์ในทางบวก โดยรอยเตอร์สอบถามความเห็นของบริษัทขนาดใหญ่ 400 แห่งของญี่ปุ่น และมีอยู่ 286 แห่งที่ตอบแบบสำรวจนี้ในระหว่างวันที่ 7-21 พฤษภาคม

 

เวียดนาม

-  รัฐบาลเวียดนามรายงานว่า อัตราเงินเฟ้อลดต่ำกว่าระดับ 10% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม  2553 โดยอัตราเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 8.34% ต่อปี หลังจากอยู่ที่ 10.54% ในเดือนเมษายน ทั้งนี้เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในเอเชีย โดยอัตราเงินเฟ้อเวียดนามอยู่ที่ 9.66% ในเดือนตุลาคม 2553 และพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 10% นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยอัตราเงินเฟ้อได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 23.02% ในเดือนสิงหาคม 2554 โดยอัตราเงินเฟ้อเริ่มลดลงหลังจากรัฐบาลเวียดนามคุมเข้มสินเชื่อธนาคารและงบใช้จ่ายภาครัฐ แต่สิ่งนี้ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงด้วย ทั้งนี้รัฐบาลเวียดนามคาดว่าอัตราเงินเฟ้อสำหรับปีนี้จะอยู่ต่ำกว่า 10%

 

ไทย

-  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง รายงานฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2555 ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 947,023 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 26,420 ล้านบาท ขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 1,426,887 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 128,017 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณ 479,864 ล้านบาท เมื่อรวมกับการขาดดุลเงินนอกงบประมาณ 45,725 ล้านบาท (สาเหตุหลักจากการไถ่ถอนตั๋วเงินคลังและการถอนเงินฝากคลังของเงินกู้ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555) ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 525,589 ล้านบาท และรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 174,208 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 351,381 ล้านบาท ดังนั้น ยอดเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนเมษายน 2555 มีจำนวน 169,909 ล้านบาท

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (24 พ.ค.)  ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพุธ โดยขณะนี้ดอลลาร์สหรัฐฯได้ปัจจัยสนับสนุนจากการที่นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปที่มีมากขึ้นในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีค่าเงินบาทช่วงบ่ายแข็งขึ้นเล็กน้อย

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส (24 พ.ค.) ค่าเงินเยนอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นมากเมื่อวันพุธ อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายค่าเงินเยนแข็งขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ความสนใจของตลาดตอนนี้อยู่ที่วิกฤติหนี้ยุโรป โดยเฉพาะแนวโน้มที่กรีซจะอยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อไปหรือไม่และผลกระทบที่จะตามมาหากกรีซออกจากยูโรโซน

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพฤหัส ( 24 พ.ค.)  ค่าเงินยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ต่อเนื่องจากเมื่อวันพุธจากการที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวภายหลังการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปที่บรัสเซลว่าเยอรมนีไม่เห็นด้วยกับการร่วมกันออกพันธบัตรของยุโรปเพื่อแก้วิกฤติหนี้ภูมิภาค ขณะเดียวกันตลาดก็คาดการณ์ว่าดัชนีภาคการผลิตและภาคบริการของยุโรปจะชี้ภาวะหดตัวเป็นเดือนที่ 4

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัส (24พ.ค.)  ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยโดยดัชนีพลิกสู่แดนบวกในช่วงท้ายตลาดโดยปัจจัยเกี่ยวกับยุโรปยังกดดันตลาดในขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจชี้ภาวะอุปสงค์ที่ชะลอตัวทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพฤหัส (24 พ.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นลดลงในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ผู้นำยูโรปเห็นขัดแย้งกันเกี่ยวกับการออกพันธบัตรร่วมกันในการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปที่บรัสเซลเพื่อหาทางแก้วิกฤติหนี้ภูมิภาคและได้เรียกร้องให้กรีซยืดมั่นในข้อตกลงทางการคลัง ซึ่งกรีซจะมีการเลือกตั้งครั้งที่สองในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ โดยในช่วงท้ายตลาดมีแรงซื้อคืนเข้ามาส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.08% สำหรับตลาดหุ้นจีนวันนี้ก็ปรับตัวลดลงในช่วงเช้าจากการที่นักลงทุนกังวลวิกฤติหนี้ยุโรป อีกทั้งดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจากการสำรวจของ HSBC เดือนพฤษภาคมลดลงมาอยู่ที่ 48.7 จาก 49.3 ในเดือนก่อนซึ่งชี้ภาวะหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ก็ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นจีนในวันนี้เช่นกัน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งลดลง 0.53% และ 0.64% ตามลำดับ

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพฤหัส (24 พ.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงในช่วงเช้าจากการที่นักลงทุนกังวลเรื่องวิกฤติหนี้ยุโรปจากการที่ผู้นำยุโรปเห็นขัดแย้งกันเกี่ยวกับการออกพันธบัตรร่วมกัน อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายดัชนีปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 15.08 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1469
mod_vvisit_counterAll days1469

We have: 1468 guests online
Your IP: 216.73.216.31
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 09, 2026

4199640