Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Tuesday, 29 May 2012 09:23

Snapshot

สหรัฐอเมริกา

-  ไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ เนื่องจากตลาดและหน่วยงานราชการสหรัฐฯปิดทำการเนื่องในวันเมมโมเรียล เดย์

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

-  ตัวเลขเบื้องต้นที่เปิดเผยโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ขยายตัว 0.4% ในไตรมาสแรกของปี 2555 อย่างไรก็ตาม กลุ่มสมาชิก 34 ประเทศของ OECD มีการขยายตัวที่แตกต่างกัน โดยญี่ปุ่น, เยอรมนี และสหรัฐมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตรา 1%, 0.5% และ 0.5% ตามลำดับ แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอในเขตยูโรโซนและสหภาพยุโรป สำหรับอิตาลีเผชิญภาวะหดตัวทางเศรษฐกิจเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน โดยจีดีพีร่วงลง 0.8% ขณะที่ในอังกฤษ จีดีพีลดลง 0.3% เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน ในฝรั่งเศส จีดีพีทรงตัวในไตรมาสแรกของปี 2555

-  นายจู หมิน รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า ยุโรปต้องมีแผนขั้นสุดท้ายในการคลี่คลายวิกฤตหนี้ของภูมิภาค และต้องจัดการวิกฤตในระบบการธนาคารอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีความสำคัญเชิงระบบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ ยุโรปต้องมีแผนการปฏิรูปที่น่าเชื่อถือในระยะกลาง ขณะที่ในระยะใกล้ต้องมีแนวทางในการฟื้นความเชื่อมั่นตลาดการเงิน นอกจากนี้ ได้เตือนว่าในระยะกลางถึงระยะยาว เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างมากในการลดภาระหนี้สิน และสภาพเศรษฐกิจที่มีหนี้สูงจะไม่เป็นผลดีต่อการบริโภค การลงทุนและการใช้จ่ายต่างๆ ดังนั้น เศรษฐกิจโลกจึงจะมีการขยายตัวที่ระดับต่ำอย่างไม่สามารถเลี่ยงได้

-  นายจู หมิน รองผอ.ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ไอเอ็มเอฟระดมเงินสมทบได้อีก 4.30 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้มีเงินทุนราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนช่วยเหลือของยูโรโซนมีวงเงินราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่ามีเม็ดเงินทั้งสิ้นราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ในการรับมือวิกฤตดังกล่าว

-  ชาร์ลส์ ดัลลารา กรรมการสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) เตือนว่า หากกรีซต้องออกจากยูโรโซนจริง จะสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านยูโร และจะส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ต้องล้มละลาย ซึ่งอาจทำให้ต้องทำการปรับโครงสร้างหนี้ธนาคารกลางของภูมิภาคก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ อีซีบีต้องแบกรับภาระหนี้สินของรัฐบาลกรีซมากกว่าเงินทุนของอีซีบีถึง 2 เท่า ดังนั้น อีซีบีอาจไม่สามารถอัดฉีดเงินทุนและรักษาเสถียรภาพภาคการเงินของภูมิภาคไว้ได้อีกต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ประเมินว่า หากพรรคฝ่ายซ้ายในกรีซชนะการเลือกตั้ง และถ้าอีซีบีล้มละลายจริง เยอรมนีคงออกจากยูโรโซน

-  ผู้ว่าการธนาคารกลางทั่วโลกจะเข้าร่วมการประชุมกลุ่มจี-30 ในวันศุกร์ที่ 1 มิถุนายนนี้ ณ กรุงลอนดอน โดยมุ่งความสนใจไปที่ประเด็นเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ กลุ่มจี-30 จะประชุมกันปีละ 2 ครั้ง ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมจะประกอบด้วยสมาชิกระดับสูงจากภาครัฐและเอกชน โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับวิกฤตการคลังที่รุนแรงขึ้นในยูโรโซน ทั้งนี้ สมาชิกกลุ่มจี-30 ประกอบด้วยผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ, ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก, ประธานธนาคารกลางยุโรป, ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน, ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น ตลอดจนผู้บริหารจากโกลด์แมน แซคส์, ยูบีเอส, Bayerische Landesbank และ Grupo Santander

 

เยอรมนี

-  บริษัทวิจัย Gfk เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีในเดือนมิถุนายนทรงตัวที่ 5.7 เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม ซึ่งบ่งชี้ว่าการบริโภคภายในประเทศจะช่วยหนุนเศรษฐกิจของเยอรมนี ส่วนดัชนีคาดการณ์ทางเศรษฐกิจในเดือนพ.ค.พุ่งขึ้นแตะ 19.6 จาก 8.5 ในเดือนเมษายน ขณะที่ความต้องการซื้อเพิ่มขึ้นที่ 32.0 เทียบ 27.6 ในเดือนก่อนหน้า แต่ดัชนีคาดการณ์รายได้ลดลงที่ 32.0 ในเดือนพฤษภาคม จาก 33.0 ในเมษายน ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมของ Gfk จะระบุถึงตัวเลขในเดือนถัดไป ขณะที่ดัชนีย่อยต่างๆ จะระบุถึงตัวเลขในเดือนปัจจุบัน

 

ฝรั่งเศส

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) รายงานว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฝรั่งเศสปรับตัวขึ้นเล็กน้อยแตะ 90 ในเดือนพฤษภาคม จาก 89 ในเมษายน ทั้งนี้ ตัวเลขที่ได้รับการเปิดเผยล่าสุดถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 และเป็นการฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระดับต่ำสุดที่ 81 ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมปีที่แล้ว

 

อิตาลี

-  นายแองเจล กูร์เรีย เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) ได้เรียกร้องให้รัฐบาลอิตาลีอนุมัติการปฏิรูปตลาดแรงงานโดยเร็ว โดยแผนนี้จะอนุญาตให้พนักงานที่ถูกปลดออกจากงานด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจสามารถกลับเข้าทำงานได้ก็ต่อเมื่อมี"เหตุผลที่เหมาะสม"เท่านั้น นายกูเรียกล่าวว่า แม้ว่าการปฏิรูปแรงงานของนายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีอิตาลี อยู่ในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว แต่ต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากแผนการปฏิรูปนี้เป็นส่วนสำคัญของแผนการปฏิรูปโดยรวมของรัฐบาลและจะเป็นการส่งสัญญาณต่อตลาดว่า รัฐบาลยังคงมีการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้แผนการปฏิรูปตลาดแรงงานอยู่ในระหว่างการหารือในวุฒิสภาอิตาลี

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (ISTAT) รายงานว่า ยอดค้าปลีกของอิตาลีในเดือนมีนาคมขยับลง 0.2% (m-o-m) หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ยอดค้าปลีกดีดตัวขึ้น 1.7% (y-o-y) ส่วนในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ยอดค้าปลีกขยับขึ้น 0.8% จากช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้วทั้งนี้ ISTAT ระบุว่ายอดขายรองเท้าและเครื่องหนังในเดือนมีนาคมพุ่งขึ้น 3.6% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และยอดขายเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น 2.4% แต่ชาวอิตาลีลดการใช้จ่ายในด้านคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารลง 1.4% และลดการซื้อหนังสือลง 1.3%

 

อังกฤษ

-  สำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ รายงานเศรษฐกิจอังกฤษไตรมาสแรกหดตัว 0.3% (q-o-q) จากประมาณการเดิมที่หดตัว 0.2% ขณะที่จีดีพีไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วหดตัว 0.3% เช่นกัน ส่งผลให้อังกฤษเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหม่ (Double Dip Recession) หลังมีการฟื้นตัวในระยะสั้นๆ ภายหลังภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งก่อนหน้า

-  สมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ (CBI) เปิดเผยว่าบริษัทในภาคบริการของอังกฤษมีความเชื่อมั่นว่าแนวโน้มทางธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้น แม้เศรษฐกิจของประเทศเผชิญภาวะถดถอยและมีวิกฤตหนี้ในยูโรโซน โดยภาวะทางธุรกิจสำหรับภาคบริการกำลังมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ผลสำรวจของ CBI ระบุว่าบริษัทในธุรกิจบริการ ทั้งในด้านการบริการผู้บริโภค เช่น โรงแรมและภัตตาคาร และในด้านบริการด้านวิชาชีพ เช่น บริษัทบัญชีและกฎหมาย ต่างก็คาดว่ากิจกรรมทางธุรกิจจะปรับตัวดีขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยจำนวนบริษัทที่คาดว่าการทำธุรกรรมจะเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนหน้านั้น ได้เพิ่มขึ้นแตะ 12% ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นสู่แดนบวกเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนสิงหาคม 2553 ทั้งนี้ ภาคบริการนับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของอังกฤษ โดยมีสัดส่วนราว 75% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และภาคบริการได้อยู่ในภาวะย่ำแย่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากผู้บริโภคควบคุมการใช้จ่าย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ

-  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ได้ออกโรงเตือนธนาคารอังกฤษ ให้ผ่อนมาตรการรัดเข็มขัดโดยเร็ว และหลีกพ้นจากการผันผวนทางเศรษฐกิจที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอังกฤษ โดยไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย หากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแรงเพียงพอจากแรงผกผัน โดยแม้ว่ารัฐบาลอังกฤษจะทำดีแล้วเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจอังกฤษ และอังกฤษยังต้องเผชิญปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจอ่อนตัวและการว่างงานสูง ซึ่งพิสูจน์ว่าเศรษฐกิจอังกฤษจำเป็นต้องใช้หลายมาตรการในการแก้ไข

 

สเปน

-  สำนักข่าวยูโรปา เพรสของสเปนรายงานว่า รัฐบาลสเปนเตรียมที่จะระดมทุน 2-3 หมื่นล้านยูโรจากแผนการแปรรูปบริษัทของรัฐไปเป็นเอกชน ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติก่อนฤดูร้อน ทั้งนี้ แผนดังกล่าวระบุถึงการขายบริษัทประกอบการการรถไฟของสเปน, บริษัทประกอบการสนามบินรายหนึ่ง, บริษัทสลากกินแบ่งของรัฐบาล, บริษัทการประปาในมาดริด รวมทั้ง การขายหุ้นในบริษัทอาหารและหุ้นในอินเตอร์เนชันแนล คอนโซลิเดเต็ด แอร์ไลน์ส กรุ๊ป และบริษัทอื่นๆ

-  คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือก.ล.ต.ของสเปนได้ระงับการซื้อขายหุ้นบังเกียชั่วคราว โดยระบุว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอาจจะส่งผลกระทบต่อการซื้อขายหุ้นบังเกียตามปกติ หลังจากที่มีรายงานว่าธนาคารรายใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของสเปนแห่งนี้ เตรียมขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลในวงเงินสูงถึง 1.5-2.0 หมื่นล้านยูโร ทั้งนี้ แบงเกียซึ่งมีปัญหาหนี้เสียในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างหนักจนรัฐบาลต้องเข้าเทกโอเวอร์หุ้น 45% วงเงิน 4,465 ล้านยูโรไปในเดือนนี้อาจต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกครั้ง

-  สแตนดาร์ด แอนด์พัวร์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกาศปรับลดเครดิตแบงเกีย พร้อมธนาคารในประเทศอีก 4 แห่ง เช่น บังโค ป๊อปปูรา เอสปานอล , แบงก์อินเตอร์ , บังโค ไฟแนนซิเอโร และบังคลา ซิวิคา ลงสู่ระดับ “จังก์” หลังแบงเกียเรียกร้องขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสเปนเป็นมูลค่าสูงเกือบ 2.0 หมื่นล้านยูโร โดยสแตนดาร์ด แอนด์พัวร์ให้เหตุผลว่า แผนปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารเหล่านี้ไร้เสถียรภาพ และสร้างความวิตกกังวลว่าสเปนอาจต้องขอเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ

 

กรีซ

-  S&P ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือตราสารทางการเงินประเภท Untendered Bond ของกรีซ 5 Notches จาก D เป็น CCC หลังจากรัฐบาลกรีซสามารถชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยของตราสารทางการเงินประเภทเดียวกันมูลค่า 435 ล้านยูโร ซึ่งมีกำหนดครบชำระในวันที่ 15 พฤษภาคม 2555

-  นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เรียกร้องให้ชาวกรีกพร้อมใจชำระภาษีเงินได้ตามกฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัดในฐานะพลเมืองดีเพื่อช่วยกอบกู้ประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤตหนี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้น แม้ว่าต้องได้รับผลกระทบจากแผนรัดเข็มขัดของรัฐบาลที่ตัดลดสวัสดิการสังคมลง

-  ผลสำรวจแนวโน้มการเลือกตั้งกรีซครั้งใหม่ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ระบุว่า พรรคประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดี) มีแนวโน้มชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 23.3-25.8% ตามด้วยพรรคไซริซาและพรรคปาสก ซึ่งจะส่งผลให้ต้องมีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมอีกระลอกและเท่ากับว่าเป็นการซ้ำรอยผลการเลือกตั้งเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนว่าการเมืองกรีซจะเข้าสู่ทางตันอีกครั้งพร้อมฉุดวิกฤตหนี้ยุโรปให้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

 

สวีเดน

-  มูดีส์ อินเวสต์เตอร์ เซอร์วิส ประกาศปรับลดเครดิตธนาคารใหญ่ 3 แห่งของสวีเดนลง 1-2 ขั้น ได้แก่ นอร์เดีย แบงก์ สเวนสกา , แฮนเดิลส์แบงเคน และธนาคารเพื่อการเกษตรแลนด์ ซิโปเทค เนื่องจากทั้ง 3 ธนาคารพึ่งพาตลาดทุนมากเกินไปท่ามกลางการแข่งขันการปล่อยสินเชื่อรายย่อยที่รุนแรงขึ้นและมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรปเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการต้องแบกรับภาระต้นทุนการกู้ยืมเงินที่สูงขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มกำไรที่ลดลง

 

สวิสเซอร์แลนด์

-  ธนาคารกลางสวิสเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank: SNB) ประกาศว่ามาตรการควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันการแข็งค่าของเงิน Swiss Franc จากการที่วิกฤตการเงินยูโรโซน ส่งผลให้ความต้องการถือครองเงินสกุลดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์กำหนดเพดานอัตราแลกเปลี่ยนไว้ที่ 1.2 Swiss Franc ต่อยูโร

 

ออสเตรีย

-  มาเรีย เฟกเตอร์ รัฐมนตรีคลังออสเตรีย ประกาศท่าทีคัดค้านแนวคิดการออกพันธบัตรยูโร (ยูโรบอนด์) โดยชี้ให้เห็นว่าการสร้างหนี้เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องไร้สาระ ทั้งนี้ ยูโรบอนด์จะเป็นประโยชน์สำหรับบรรดาประเทศที่ต้องจ่ายอัตราผลตอบแทนในระดับ แต่ครั้งนี้เป็นเสมือนการขอร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยจ่ายหนี้แทน ซึ่งเธอย้ำว่าไม่ต้องการจ่ายหนี้ให้ใคร

 

เอเชีย: จีน

-  เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนเปิดเผยว่ารัฐบาลจะให้เงินอุดหนุนแก่ประชาชนในชนบทที่ขายรถเก่าเพื่อซื้อรถใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิงเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในประเทศ ทั้งนี้จีนเคยใช้มาตรการจูงใจดังกล่าวมาก่อน โดยในปี 2552 รัฐบาลได้ใช้มาตรการกระตุ้นแบบเดียวกันนี้ โดยออกมาตรการจูงใจด้านภาษีสำหรับรถยนต์ที่มีขนาดเล็กและให้เงินอุดหนุนแก่ประชาชนในชนบท ซึ่งมาตรการนี้ได้กระตุ้นยอดขายรถยนต์ และช่วยทำให้จีนครองแชมป์ตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทนสหรัฐฯ อย่างไรก็ดีมาตรการจูงใจดังกล่าวถูกยกเลิกในปีที่แล้ว ส่งผลให้ตลาดชะลอตัวอย่างรุนแรง โดยคาดว่ายอดขายรถยนต์ในจีนจะเพิ่มขึ้น 5-10% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งยอดขายเพิ่มขึ้น 5.2% และในปี 2553 ที่ยอดขายพุ่งขึ้น 33.2%

 

ญี่ปุ่น

-  รายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 27 เมษายนซึ่งมีการเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ชี้ว่ากรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยในการที่จะมีการขยายโครงการซื้อสินทรัพย์โดยอัตโนมัติในการที่จะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ1% โดยกรรมการเห็นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นควรอธิบายให้สาธารณชนเข้าใจว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการการเงินของธนาคารกลางฯจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจและระดับราคาสินค้าในแต่ละช่วงเวลาซึ่งได้มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบแล้ว

 

เวียดนาม

-  นายกรัฐมนตรีเหงียน ทัน ดุงของเวียดนามกล่าวว่า ธนาคารของเวียดนามที่มีเงินทุนส่วนเกินควรเพิ่มการปล่อยกู้ให้แก่ภาคเกษตรและส่งออกรวมทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์ หลังจากที่เงินเฟ้อในเดือนนี้ลดลงเหลือตัวเลขหลักเดียว ทั้งนี้แม้มีเงินทุนส่วนเกิน แต่ระบบธนาคารกลับมีการขยายตัวของการปล่อยสินเชื่อติดลบในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ดังนั้นธนาคารต่างๆต้องเพิ่มการปล่อยกู้ให้กับบางภาคธุรกิจ โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่ารัฐบาลเวียดนามได้หันเหการให้ความสำคัญไปยังการกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศขยายตัวเพียง 4% ในไตรมาสแรกซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 3 ปี

 

ไทย

-  นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งเพียงพอในการรองรับความผันผวนของวิกฤติเศรษฐกิจยุโรป โดยกรณีเลวร้ายสุดหากกรีซต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะยังขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4% จากที่ขณะนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ในระดับ 5.5% โดยไม่ว่ากรีซจะออกจากยูโรหรือไม่ก็ตามไม่มีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยติดลบ จากที่ สศค.ประเมินเศรษฐกิจปีนี้ที่ 5.5% ในกรณีเลวร้ายสุด ก็จะไม่ต่ำกว่า 4% อย่างไรก็ตาม สศค.ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้มากกว่า 5.5% โดยคาดว่าจะปรับประมาณการ การขยายตัวเศรษฐกิจปีนี้ขึ้น ในการแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจในเดือนมิถุนายน ทั้งนี้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สศค.ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 2555 เป็น 5.5% หรือมีช่วงการคาดการณ์ที่ 5.0-6.0% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 5% หรือมีช่วงคาดการณ์ที่ 4.5-5.5% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ในการฟื้นฟูความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว โดยปัจจัยที่จะทำให้มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจขึ้น เป็นเพราะการผลิตภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่คาด ขณะที่ปลายไตรมาส 2 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆจะเริ่มเห็นผลที่ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการส่งออกของไทยจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในไตรมาส 3 และ 4 โดยมองว่าทั้งปีนี้การส่งออกจะขยายตัวในช่วง 12.5-14.5% นอกจากนี้ สศค.ประเมินว่าเศรษฐกิจต่างประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกไม่เลวร้ายมากนัก ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มนิ่งมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องติดตามต่อไปคือการเลือกตั้งของกรีซครั้งใหม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร แต่ก็เชื่อว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะไม่รุนแรงเพราะไทยทยอยลดการส่งออกไปยังยุโรปลงตามลำดับ ขณะที่ผลกระทบต่อภาคธนาคารและการเงินก็จะมีไม่มากนักเพราะสถาบันการเงินไทยไม่ได้ถือพันธบัตรยุโรปเป็นจำนวนมาก ส่วนปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศยังต้องติดตามการฟื้นตัวของการผลิตหมวดอิเล็กทรอนิกส์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังฟื้นตัวช้ากว่าหมวดอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสนับสนุนการฟื้นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ไทยเป็นประเทศส่งออกรายใหญ่ของโลก

-  สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) เดือน เมษายนเพิ่มขึ้น 0.54% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบกับตัวเลขที่ปรับใหม่ซึ่งลดลง 2.69% ในเดือน มีนาคม ทั้งนี้ตัวเลข MPI ในเดือนเมษายนดังกล่าวแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8%  ก่อนหน้านี้ สศอ.คาดว่า MPI ในปี 2555 จะกลับมาขยายตัวในช่วง 6-7% เทียบกับที่ลดลง 9.3% ในปี 2554 หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทยซึ่งทำให้การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

-  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์ฯ) เปิดเผยว่าอัตราการว่างงานในไตรมาส 1 อยู่ที่ 0.73%หรือคิดเป็นจำนวน 2.85 แสนคน ซึ่งเป็นอัตราว่างงานในระดับต่ำต่อเนื่อง ขณะที่การจ้างงานเพิ่มขึ้น หลังผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมปีที่แล้ว เริ่มทยอยเรียกแรงงานกลับเข้าทำงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้การจ้างงานในไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 1.2% จากระยะเดียวกันของปีก่อน โดยการจ้างงานภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 2.5% เนื่องจากผลของน้ำท่วมในช่วงปลายปีก่อน ทำให้เกษตรกรเลื่อนการปลูกข้าวนาปรัง มาเป็นไตรมาสแรกปีนี้ ส่วนการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้น 0.5% โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากแรงงานในพื้นที่น้ำท่วม ได้ทยอยกลับเข้าสู่โรงงาน

 

Money Market

-  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (28 พ.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ซึ่งสอดคล้องกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นรวมทั้งสอดคล้องกับการที่ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั้งเยนและยูโร ทั้งนี้ผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับการเลือกตั้งของกรีซที่ระบุว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของกรีซกลับมามีคะแนนนำได้อีกครั้งและมีโอกาสที่กรีซจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่สนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัดซึ่งอาจช่วยให้กรีซอยู่ในยูโรโซนได้ต่อไปได้ส่งผลบวกต่อความมั่นใจในการลงทุนในวันนี้ และทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐฯลง

-  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (28 พ.ค.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้หลังรายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเดือนก่อนชี้ว่ากรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยกับการขยายโครงการซื้อสินทรัพย์โดยอัตโนมัติเพื่อบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ1% ขณะเดียวกันดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงในวันนี้จากการที่นักลงทุนถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมามากขึ้นหลังโพลล์การเลือกตั้งกรีซล่าสุดชี้ว่าพรรคที่หนุนนโยบายรัดเข็มขัดมีโอกาสชนะ

-  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ (28 พ.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ โดยผลสำรวจการเลือกตั้งของกรีซซึ่งพรรคอนุรักษ์นิยมของกรีซกลับมามีคะแนนนำและมีโอกาสที่กรีซจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่สนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัดซึ่งอาจช่วยให้กรีซอยู่ในยูโรโซนได้ต่อไปได้ส่งผลบวกต่อค่าเงินยูโรในวันนี้

 

Capital Market

-  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (28พ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดทำการในวันนี้

-  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (28 พ.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.15% ในวันนี้หลังจากที่ดัชนีฯลดลงต่อเนื่องใน 8 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ปัจจัยลบเกี่ยวกับกรีซยังกดดันตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจากรายงานการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 27 เมษายนซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ซึ่งชี้ว่ากรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่นไม่เห็นด้วยกับการขยายโครงการซื้อสินทรัพย์โดยอัตโนมัติก็เป็นปัจจัยลบสำหรับตลาดหุ้นในวันนี้ สำหรับตลาดหุ้นจีนในวันนี้ได้ปัจจัยบวกจากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะดำเนินมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.19% นำโดยหุ้นกลุ่มรถยนต์หลังรอยเตอร์รายงานว่ารัฐบาลจีนจะให้เงินอุดหนุนแก่ประชาชนในชนบทที่ขายรถเก่าเพื่อซื้อรถใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิง ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.47%

-  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (28 พ.ค) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาดเช้านี้ก่อนที่จะค่อยๆปรับสูงขึ้นในเวลาต่อมา อย่างไรก็ดีปัจจัยเกี่ยวกับกรีซยังกดดันตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับการเลือกตั้งของกรีซระบุว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของกรีซกลับมามีคะแนนนำได้อีกครั้งและมีโอกาสที่กรีซจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่สนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัดซึ่งอาจช่วยให้กรีซอยู่ในยูโรโซนได้ต่อไป ทั้งนี้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 7.10 จุด

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1472
mod_vvisit_counterAll days1472

We have: 1469 guests online
Your IP: 216.73.216.31
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 09, 2026

4286504