| สรุปภาวะตลาดเงินและภาวะเศรษฐกิจ - ธนาคารกสิกรไทย |
|
|
|
| Friday, 01 June 2012 09:39 | |||
|
KBank Market Watch
ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก 0.25% สวนทางกับตลาดในภูมิภาคเนื่องจากมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์และพลังงานในภาคบ่าย โดยดัชนีที่ลดลงต่อเนื่องได้หนุนให้นักลงทุนเข้าถือในราคาที่พอใจแม้ภาวะปัญหาหนี้ในยุโรปยังคงมีอยู่ ทั้งนี้ในช่วงบ่ายสถานการณ์ในยุโรปเริ่มออกมาดูดี หลังมีความเชื่อมั่นว่ากรีซจะเลือกพรรคที่หนุนมาตรการรัดเข็มขัดและอยู่ในยูโรโซนต่อไป USD/THB ลดลงเล็กน้อยสู่ 31.84 เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าในช่วงแรกตามสกุลเงินในภูมิภาคก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงบ่าย แต่สัปดาห์หน้าเราคาดว่าเงินบาทอาจปรับตัวอ่อนค่าต่อทดสอบระดับ 32.00 บาท ต่อดอลลาร์ วันนี้คาดปรับตัวขึ้นไปที่ 31.95
การเคลื่อนไหวของตลาดที่สำคัญ ตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก 0.25% สวนทางกับตลาดในภูมิภาคเนื่องจากมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์และพลังงานในภาคบ่าย โดยดัชนีที่ลดลงต่อเนื่องได้หนุนให้นักลงทุนเข้าถือในราคาที่พอใจแม้ภาวะปัญหาหนี้ในยุโรปยังคงมีอยู่ ทั้งนี้ในช่วงบ่ายสถานการณ์ในยุโรปเริ่มออกมาดูดี หลังมีความเชื่อมั่นว่ากรีซจะเลือกพรรคที่หนุนมาตรการรัดเข็มขัดและอยู่ในยูโรโซนต่อไป ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดลดลงกว่า 0.2% จากความกังวลต่อปัญหาหนี้ในยุโรป และกังวลว่าสเปนจะขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟเพื่ออุ้มภาคธนาคาร อย่างไรก็ดีตัวเลขด้านแรงงานที่ออกมาไม่ดีนักได้กดดันตลาด ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนก.ค. ปรับลดลง 1.29ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดที่ระดับ 86.53 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล จากแรงดันด้านตลาดแรงงานที่อ่อนแอของสหรัฐฯ และจากการที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น ราคาทอง ตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับลดลง 0.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ สู่ระดับ 1,562.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ โดยราคาทองไม่ได้แกว่งตัวมากนักแม้เผชิญปัญหาหนี้ยุโรปและตัวเลขสหรัฐฯ ที่อ่อนแอจากการที่นักลงทุนเข้าถือทองคำเพื่อเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ การส่งออกของไทยเดือนเม.ย. ยังคงลดลงต่อเนื่องอันสะท้อนว่าภาคการผลิตยังไม่สามารถฟื้นตัวจากปัญหาน้ำท่วมได้ โดยมูลค่าการส่งออกหดตัว 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้าโต 9% โดยรวมไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คงที่จากเดือนก่อน นอกจากนี้ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงสู่ระดับ 47.7 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 55.5 ในเดือนก่อนหน้า อันสะท้อนความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจในยูโรโซนที่อาจกระทบเศรษฐกิจไทย ตัวเลขด้านแรงงานสหรัฐฯ ออกมาไม่ดีนัก โดย การเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน ADP มีน้อยกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงานกลับเพิ่มขึ้นอีก
อัตราแลกเปลี่ยน EUR/USD ปรับลดลงเล็กน้อยสู่ 1.2365 โดยเงินยูโรร่วงลงต่ำกว่า 1.24 ดอลลาร์เป็นวันที่ 2 นับตั้งแต่เดือนมิ.ย. ปี 2010 นอกจากนี้ ประธาน ECB ยังกล่าวว่าธนาคารกลางไม่สามารถช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินและการขาดดุลทางการคลังได้ แสดงให้เห็นว่า ECB อาจจะไม่ดำเนินการเข้าซื้อพันธบัตรถึงสเปนและอิตาลีมากไปกว่านี้ ซึ่งจะถือว่าเป็นการช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล จึงทำให้ค่าเงินยูโรดูมีความเสี่ยงที่จะทดสอบระดับอ่อนค่ามากขึ้น USD/JPY ปิดร่วงลงสู่ 78.32 เยนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเทียบกับสกุลต่างๆ เป็นวันที่สอง เนื่องจากนักลงทุนเทขายเงินยูโรและสินทรัพย์เสี่ยง โดย USD/JPY ร่วงลงแตะ 78.22 ครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯและเยอรมนีที่ลดลง ทำให้มีความต้องการน้อยลงสำหรับสินทรัพย์เหล่านี้เมื่อเปรียบเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น GBP/USD ปิดร่วงลง 0.5% สู่ 1.5405 โดยปอนด์ร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรดูแย่ลงเนื่องจากปัญหาในยูโรโซน แม้ว่าวานนี้จะมีการเผยข้อมูลราคาบ้านและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่าตัวเลขทั้งสองยังถือว่าอ่อนแอมาก อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังมีความต้องการพันธบัตรรัฐบาลในระดับสูง เนื่องจากเป็นสิยทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลงไปสุ่ระดับต่ำที่ 1.563% สกุลเงินเอเชีย วานนี้ ริงกิต เปโซ รูเปียห์และวอน ต่างอ่อนค่าลงโดยได้รับแรงกดดันจากการซื้อดอลลาร์ของธนาคารต่างประเทศและผู้นำเข้าเป็นหลัก โดย รูเปียห์ร่วงลงมากสุด หรือประมาณ 1.3% แม้ว่าจะมีการเข้าสกัดการอ่อนค่าจากธนาคารกลาง ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ในเอเชียส่วนใหญ่ทำสถิติอ่อนค่าลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.ปีที่แล้ว เนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา ขณะที่วิกฤติหนี้ของยุโรปรุนแรงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง คาดว่าสกุลเงินในภูมิภาคจะยังคงอ่อนค่าลงในเดือนมิ.ย.และความผันผวนยังมีอยุ่ต่อเนื่องในตลาด โดยยังไม่มีสัญญาณที่เป็นบวกในยูโรโซน ขณะที่กรีซจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 17 มิ.ย. และยังต้องจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำยูโรป USD/THB ลดลง 31.84 (Reuters = 31.85) เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าในช่วงแรกตามสกุลเงินในภูมิภาคก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นในช่วงบ่าย โดยตลาดหุ้นไทยไม่ได้ร่วงลงตามภูมิภาค สัปดาห์หน้าเราคาดว่าเงินบาทอาจปรับตัวอ่อนค่าต่อทดสอบระดับ 32.00 บาท ต่อดอลลาร์
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรากฏอ้างอิงจาก Reuters ซึ่งอาจไม่ใช่ราคาทำการจริงในตลาด
ท่านสามารถรับฟังข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติได้ที่ <โทร 0 2888 8822 หลังเลือกภาษา กด 711 ทิศทางค่าเงินวันนี้ .... กด 721 สรุปความเคลื่อนไหวอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน> หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.twitter.com/KBankFX www.facebook.com/KBankFX
อมรเทพ จาวะลา ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 6749 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
นลิน ฉัตรโชติธรรม ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 3235 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
พุฒิกุล อัครชลานนท์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน โทรศัพท์: 02 470 1031 E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
โดย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 2555
|






![]() | Today | 2336 |
![]() | All days | 2336 |
Comments