| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Thursday, 28 June 2012 09:37 | |||
|
Snapshot สหรัฐอเมริกา - ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 1.1% หลังจากลดลง 0.2% ในเดือนเมษายน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ในภาคขนส่งที่ขยายตัว 2.7% เพราะยอดจองเครื่องบินและยอดสั่งซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น ซึ่งหากไม่นับรวมยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ขนส่ง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนจะขยายตัวเพียง 0.4% จากที่หดตัว 0.6% ในเดือนเมษายน สำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าทุนนอกภาคกลาโหมที่ไม่นับรวมอากาศยาน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแผนการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ ขยายตัว 1.6% หลังจากที่ลดลง 1.4% ในเดือนเมษายน ส่วนยอดส่งมอบสินค้าทุนนอกภาคกลาโหมที่ไม่นับรวมอากาศยาน ซึ่งใช้ในการคำนวณ GDP เพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากที่หดตัว 1.5% ในเดือนก่อน - ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) ที่จัดทำโดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของเดือนพฤษภาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.9% สู่ระดับ 101.1 ซึ่งเท่ากับระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ทำไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และถือว่าขยายตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 จากที่หดตัว 5.5% ในเดือนเมษายน
ยุโรป: สหภาพยุโรป - นายโฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวว่า การประชุมสุดยอดสหภาพยุโรป (อียู) ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายน จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการขยายตัวและการจัดตั้งสหภาพการเศรษฐกิจและการเงิน (อีเอ็มยู) ที่แข็งแกร่งขึ้น ประธานอีซี คาดว่ากลุ่มประเทศสมาชิกจะเห็นพ้องกันเกี่ยวกับแนวทางที่ครอบคลุมของมาตรการขยายตัว เช่น การเพิ่มวงเงินปล่อยกู้ของธนาคารเพื่อการลงทุนยุโรป (EIB) การออกพันธบัตรที่ระดมทุนเพื่อโครงการพัฒนาต่างๆ และการใช้กองทุนร่วมในเชิงโครงสร้างของอียูตามเป้าหมายมากขึ้น - ในการประชุมสุดยอดในวันพฤหัสบดีและศุกร์นี้ บรรดาผู้นำของอีซี สภายุโรป ยูโรกรุ๊ปและธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะนำเสนอรายงานที่ระบุชัดเจนถึงแนวทางในการสร้างอีเอ็มยูที่มีการรวมตัวกันมากขึ้น โดยมาตรการที่กลุ่มผู้นำอียูนำเสนอจะมุ่งเน้นที่ 3 ประเด็นหลัก ซึ่งได้แก่ สหภาพการธนาคาร สหภาพการคลัง และการดำเนินการต่อไปสู่สหภาพการเมือง ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะยุติวงจรเสี่ยงที่เกิดจากการใช้กองทุนจากเงินภาษีประชาชนเพื่อช่วยเหลือภาคธนาคารจะทำให้ประเทศต่างๆอ่อนแอลง ขณะที่ธนาคารดังกล่าวยุติการปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจที่มีความต้องการเงินทุนอย่างมาก ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอลงและส่งผลให้ประเทศต่างๆ อ่อนแอมากขึ้นไปอีก
อิตาลี - สำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลี (Istat) เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกของอิตาลีในเดือนเมษายนลดลง 1.6% (m-o-m) หลังจากขยับลง 0.8% ในเดือนมีนาคม และหากเทียบกับช่วงเดือนเมษายน 2554 ยอดค้าปลีกหดตัวลง 6.8% (y-o-y) รายงานระบุว่า ยอดค้าปลีกที่ลดลงในเดือนดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่ชาวอิตาลีลดการซื้ออาหาร รวมทั้งสินค้าและบริการอื่นๆ - ธนาคาร Banca Monte dei Paschi di Siena ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ของอิตาลีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (จัดตั้งปีค.ศ.1472) จำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลอิตาลีเพื่อแก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจากวิกฤตการเงินยุโรป ล่าสุดรัฐบาลอิตาลีให้ความช่วยเหลือทางการเงินแล้ว 2 พันล้านยูโร
เยอรมนี - บริษัทอีแกน-โจนส์ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของเยอรมนีลง 1 ขั้นสู่ระดับ A+ จากเดิมที่ AA- โดยระบุถึงภาระของเยอรมนีจากผลกระทบของวิกฤตหนี้ยูโรโซน อีแกน-โจนส์ระบุว่า ไม่ว่ากรีซหรือประเทศสมาชิกรายอื่นๆในยูโรโซนจะออกจากยูโรโซนหรือไม่ เยอรมนีจะมีรายรับที่ไม่สามารถจัดเก็บได้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทั้งนี้ อีแกน-โจนส์ได้ให้อันดับเครดิตเยอรมนีต่ำกว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ทั้ง 3 ราย ซึ่งได้แก่ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (S&P), มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส และฟิทช์ เรทติ้งส์ อยู่ 4 ขั้น โดยทั้ง 3 รายจัดอันดับความน่าเชื่อถือของเยอรมนีที่ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยอีแกน-โจนส์ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศสมาชิกยูโรโซนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวยังคงเผชิญวิกฤตหนี้และเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา - นางแองเจลา เมอร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี บ่งชี้ท่าทีต่อต้านแนวคิดในการให้ยูโรโซนออกพันธบัตรร่วมกัน (ยูโรบอนด์) โดยนางเมอร์เคลกล่าวว่า ยุโรปจะไม่แบ่งปันภาระหนี้ทั้งหมดร่วมกัน โดยระบุว่าการออกพันธบัตรยูโรโซนร่วมกัน "เป็นสิ่งผิดในทางเศรษฐกิจ" และ "จะส่งผลในทางตรงกันข้ามกับที่ต้องการ" อย่างไรก็ตาม เยอรมนีอาจจะยินยอมให้มีการเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้เงินของกองทุนปกป้องยูโรโซน โดยอาจอนุญาตให้มีการใช้เงินดังกล่าวในการช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่วิตกกังวลว่า พันธบัตรรัฐบาลที่ตนเองถือครองอยู่อาจจะถูกปรับลดมูลค่าทางบัญชีในอนาคต - GfK ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยตลาด เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเยอรมนีเพิ่มขึ้นเกินคาดสำหรับเดือนกรกฎาคม อันเป็นผลจากการคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยูโรโซนมีความเสี่ยงที่จะกระทบการบริโภคในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคล่วงหน้าเพิ่มขึ้นสู่ 5.8 ในเดือนกรกฎาคม จาก 5.7 ในเดือนมิถุนายน และเพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 5.6 อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคมีความเห็นในแง่ลบมากขึ้นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของเยอรมนี โดยดัชนีการคาดการณ์ร่วงลง 16.6 จุด สู่ระดับ 3.0 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554
ฝรั่งเศส - นายเอริค ดูบัวส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาและวิเคราะห์เศรษฐกิจของสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) ระบุว่า ฝรั่งเศสจะเผชิญกับการหดตัวของอุปสงค์ภายในประเทศของกลุ่มสมาชิกยูโรโซน ซึ่งจะกระทบการส่งออก และความพยายามในการเสริมความแข็งแกร่งในภาคการคลังสาธารณะ ในส่วนของการจ้างงาน Insee คาดว่า ชาวฝรั่งเศสอาจตกงานเพิ่มขึ้น 25,000 คนในปี 2555 ในขณะที่อัตราว่างงานอาจแตะ 9.9% เมื่อเทียบกับ 9.3% ในปีที่ผ่านมา Insee ยังคาดว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจฝรั่งเศสจะอยู่ในภาวะชะงักงันในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้น 0.1% และ 0.2% ในไตรมาสที่ 3 และ 4 ตามลำดับ
สเปน - กระทรวงงบประมาณของสเปน รายงานว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางสเปนเพิ่มขึ้นในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2555 ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมายสำหรับช่วงตลอดปี โดยยอดขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ 3.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายตลอดทั้งปีที่ 3.5% อยู่เพียงเล็กน้อย และสูงกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับ 2.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เหตุผลหลักที่ส่งผลให้ยอดขาดดุลเพิ่มสูงขึ้น ก็คือ การที่เขตปกครองตนเอง 17 แห่งของสเปนไม่สามารถปฏิบัติตามเป้าการใช้จ่าย รวมทั้งการลดลงของรายได้จากการจัดเก็บภาษีของรัฐบาลกลาง - รัฐบาลสเปนตั้งเป้าที่จะเพิ่มรายได้ผ่านทางการจัดเก็บภาษีโดยกระทรวงการคลังสเปนระบุว่า รัฐบาลสเปนอยู่ระหว่างการศึกษากลไกใหม่ๆเพื่อเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษี โดยกล่าวว่าจะมีการปรับขึ้นภาษีการขายสำหรับสินค้าหลายรายการจาก 4% เป็น 8% หรือจาก 8% เป็นอัตรามาตรฐานที่ 18% ทั้งนี้ ในปัจจุบัน สเปนมีอัตราภาษีการขายใน 3 ระดับ ได้แก่ อัตราปกติที่ 18% อัตรา 8% ซึ่งจะครอบคลุมสินค้าต่างๆ เช่น ตั๋วรถไฟ ภัตตาคาร และอัตรา 4% ซึ่งจะครอบคลุมสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น ขนมปัง นม ยารักษาโรค หนังสือพิมพ์ รวมทั้งอัตราสำหรับการขายบ้านสร้างใหม่ด้วย
เอเชีย: จีน - รายงานฉบับล่าสุดของเอชเอสบีซีระบุว่า ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ซึ่งรวมถึงจีนนั้นจะเริ่มสร้างความสมดุลทางการค้าใน 5 ปีข้างหน้านี้ เนื่องจากคาดว่าการนำเข้าของจีนจะมีมูลค่ามากกว่าการส่งออก และจากการที่จีนได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจในประเทศซึ่งขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่าการนำเข้าจะขยายตัวมากกว่าการส่งออกใน 15 ปีข้างหน้า รายงานระบุว่าการส่งออกในประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปนจะขยายตัวเร็วกว่าการนำเข้า ขณะที่แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และคาซัคสถานจะเป็นแหล่งสินค้านำเข้าของจีนซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยได้ปัจจัยหนุนจากความต้องการพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ ส่วนเวียดนาม บราซิล และอินเดีย จะเป็นจุดหมายปลายทางการส่งออกของจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วใน 5 ปีข้างหน้า
ญี่ปุ่น - นักเศรษฐศาสตร์จาก UBSกล่าวว่าหากทางการญี่ปุ่นไม่มีการออกมาตรการตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมควบคู่ไปกับการเพิ่มภาษีการบริโภคที่สภาล่างของญี่ปุ่นเพิ่งอนุมัติไปเมื่อวันอังคารที 26 มิถุนายนจะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ขยายตัวในปีงบประมาณ 2557 โดยก่อนหน้านี้เขาได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีที่จะสิ้นสุดถึงเดือนมีนาคม 2557 เป็น 2.9% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.2% เนื่องจากเขามองว่าการอุปโภคบริโภคและการลงทุนจะเพิ่มขึ้น 4 ล้านล้านเยน ( 50.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) อย่างไรก็ดีจากกฎหมายการเพิ่มภาษีฯดังกล่าวจะส่งผลให้ภาษีการขายเพิ่มขึ้นจาก 5% ในปัจจุบัน เป็น 8% และเป็น 10% ในปี 2558
เกาหลีใต้ - ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเกาหลีใต้เดือนกรกฎาคมลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยธนาคารกลางเกาหลีใต้รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์สำหรับเดือนกรกฎาคมลดลงมาอยู่ที่ระดับ 84 จากระดับ 86 ในเดือนก่อน ส่วนดัชนีฯสำหรับธุรกิจนอกภาคอุตสาหกรรมลดลงมาอยู่ที่ 77 จากระดับ 83 ในเดือนก่อน
ไทย - การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ระบุว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีแรก(ม.ค.-มิ.ย.55) เพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นถึง 34% อันเป็นผลหลักมาจากการนำเข้าเครื่องจักรของภาคอุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงหน้าร้อนปีนี้ด้วย ทำให้ภาคครัวเรือนมีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น รวมทั้งอัตราการเกิดใหม่ของอสังหาริมทรัพย์ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามีปริมาณสูงมาก พร้อมคาดว่าตลอดทั้งปีอัตราการขยายตัวของการใช้ไฟฟ้าในส่วนของ กฟน.จะอยู่ที่ประมาณ 6-7% สูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 3% - กรมธุรกิจพลังงาน รายงานว่า การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่รัดบ 913,000 บาร์เรล/วัน ลดลง 7.6% จากเดือนก่อน โดยมีมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 107,811 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้น้ำมันที่ลดลง ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 171,000 บาร์เรล/วัน ลดลง 16.6% คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 19,256 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณการนำเข้าน้ำมันในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้(ม.ค.-พ.ค.55) อยู่ที่ 985,000 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่า 557,786 ล้านบาท แบ่งเป็น การนำเข้าน้ำมันดิบ 918,000 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่า 525,905 ล้านบาท และนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป 67,000 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่า 31,881 ล้านบาท ส่วนแอลพีจีมีการนำเข้ารวม 147,891 ตันต่อเดือน คิดเป็นมูลค่า 25,204 ล้านบาท ส่วนการส่งออกในช่วง 5 เดือนอยู่ที่ 196,000 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 114,041 ล้านบาท - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า ในขณะนี้การเติบโตของสินเชื่อรวมในระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ระดับ 14-15% พร้อมระบุว่าเป็นการขยายตัวในอัตราที่ไม่สูง และไม่มีปัญหาในด้านคุณภาพสินเชื่อ สำหรับการปล่อยกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และประชาชนรายย่อยที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อปลายปี 54 ในวงเงินรวม 3 แสนล้านบาทนั้น ช่วง 3 เดือนแรกมียอดปล่อยกู้ไปแล้ว 3 หมื่นล้านบาท และขณะนี้ ธปท.เตรียมจัดสรรวงเงินใหม่ โดยให้แบงก์ที่ยื่นขอโควต้าเข้ามาตั้งแต่ 22 มิถุนายนและขณะนี้วงเงินที่ขอเข้ามาเกิน 3 แสนล้านบาทไปแล้ว ธปท.ต้องจัดสรรว่าแต่ละธนาคารควรจะได้วงเงินเท่าใด โดยจะดูจากสถิติย้อนหลังจากการใช้วงเงินสินเชื่อจริง
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (27 มิ.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯได้ปัจจัยสนับสนุนจากการที่นักลงทุนกังวลเรื่องความเสี่ยงจากวิกฤติหนี้ยุโรป - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ (27 มิ.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ ก่อนการพบกันในวันนี้ระหว่างนายกรัฐมนตรีเยอรมนีและประธานาธิบดีฝรั่งเศส โดยจะมีการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปในวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้ ทั้งนี้ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ส่งผลให้ความต้องการถือเงินเยนมีมากขึ้นในช่วงนี้ อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนอ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันพุธ ( 27 มิ.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนที่จะอ่อนลงในช่วงบ่าย โดยในการขายพันธบัตรของรัฐบาลอิตาลีซึ่งจะหมดอายุในปี 2014 เมื่อวันอังคาร มีอัตราผลตอบแทนสูงที่สุดในปีนี้ โดยอิตาลีมีกำหนดจะขายตราสารหนี้ 6 เดือนมูลค่า 9 พันล้านยูโรในวันนี้ และขายพันธบัตร 5 ปีและ 10 ปีในวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯได้ปรับแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโร
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันพุธ (27มิ.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังข้อมูลเศรษฐกิจอันได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับเพิ่มขึ้นดีเกินคาด ขณะที่ยอดทำสัญญาซื้อบ้านพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน และได้บดบังความวิตกที่ว่าการประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปจะไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนในการผ่อนคลายวิกฤติหนี้ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 0.74% สู่ระดับ 12,627.01, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.90% สู่ระดับ 1,331.85 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 0.74% สู่ระดับ 2,875.32 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันพุธ (27 มิ.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่สูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นและมองว่าจีนกำลังจะออกมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยลดผลจากความกังวลจากการที่ตลาดคาดการณ์ว่าการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรปในวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้จะไม่มีความคืบหน้ามากนัก โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีนิกเกอิเพิ่มขึ้น 0.77% สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดลดลง 0.23% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.03% - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันพุธ (27 มิ.ย) ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับดัชนีตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่จากการที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นและจีนกำลังจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 14.89 จุด
โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2555
|






![]() | Today | 746 |
![]() | All days | 746 |
Comments