|
Investment Society by Sukit Udomsirikul
|
|
|
|
|
Tuesday, 03 November 2009 15:22 |
|
Investment Society by Sukit Udomsirikul
PTTEP : Huge impact in short term but long time value still attractive
เหตุเพลิงไหม้ที่แท่นขุดเจาะและแท่นหลุมผลิตของแหล่งมอนทารา คาดจะส่งผลกระทบด้านรายได้จากการเลื่อนการผลิต และด้านค่าใช้จ่ายจากวงเงินประกันภัยที่อาจคุ้มครองได้ไม่ครอบคลุมทั้งหมด โดย SCRI ประเมินเบื้องต้นผลกระทบด้านรายได้จากกรณีเลื่อนการผลิตจะกระทบมากกว่าด้านค่าใช้จ่ายโดยประเมินการเลื่อนผลิตไป 1-2 ปี จะกระทบกำไรต่อหุ้นประมาณ 4.81-9.66 บาท และในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ที่การผลิตเลื่อนออกไป 2 ปี และมีค่าใช้จ่ายเกินวงเงินประกันภัยไป 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คาดกระทบต่อมูลค่าเหมาะสม 11.71 บาท แต่กระทบต่อมูลค่าเหมาะสมของ SCRI เพียง 8.41 บาท/หุ้น เนื่องจากก่อนหน้า SCRI มีการอิงส่วนลดจากแผนการผลิตไว้อยู่แล้วประมาณ 8% ในปี 2553 ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับกำไรในปี 2553-2554 แต่หากมองผลกระทบต่อมูลค่าเหมาะสมในระยะยาว SCRI ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวเพียง 4% โดยหุ้นยังคงมี upside 26% จากมูลค่าเหมาะสมตาม DCF หลังหักผลกระทบกรณีแย่ที่สุดที่ 193.59 บาท ระยะสั้นหุ้นอาจจะยัง underperform จากความกังวลในช่วงสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย แต่ระยะกลาง-ยาวเมื่อสถานการณ์คลี่คลายจะลดความกังวล รวมถึงโครงการหลักอื่นๆยังคงสามารถเป็นแกนในการสร้างการเติบโต ซึ่งกรณีเลวร้ายที่สุด ที่ปี 2553 ไม่รวมโครงการมอนทาราคาดจะยังคงมีการเติบโต 51%yoy ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน”
- เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่แท่นขุดเจาะและแท่นหลุมผลิตของแหล่งมอนทารา : จากเหตุรั่วไหลของน้ำมันจากหลุมกำลังพัฒนาในแหล่งมอนทารา โครงการ พีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย ในทะเลติมอร์ ตั้งแต่ 21 ส.ค. 2552 ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์โดยทำการเจาะหลุมควบคุมความดัน (Relief Well) และอัดน้ำโคลนเพื่อหยุดการรั่วไหลของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้ เมื่อ 1 พ.ย. 2552 ในระหว่างการดำเนินการได้เกิดการติดไฟขึ้นบริเวณแท่นเจาะ West Atlas ซึ่งเป็นของผู้รับเหมา รวมทั้งแท่นหลุมผลิต (Wellhead Platform) ของแหล่งมอนทารา โดยปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการติดไฟและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ไฟยังคงลุกไหม้อยู่ โดย PTTEP คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วันในการควบคุมเพลิงไหม้ โดยจะใช้การอัดโคลนที่ต้นตอของปัญหาการรั่วไหลของน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเป็นวิธีปลอดภัยที่สุด แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง
- ส่งผลกระทบต่อ PTTEP ในด้านรายได้จากการเลื่อนการผลิต : โดยด้านรายได้จากการเลื่อนแผนการผลิต โดยจากเดิมแผนการผลิตของแหล่งมอนทาราจะเริ่มในปลายปี 2552 และหลังเกิดเหตุรั่วไหลคาดจะเลื่อนเป็นปลาย Q1/52 อย่างไรก็ตาม ล่าสุดจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่แท่นเจาะและหลุมผลิตคาดมีแนวโน้มการผลิตอาจต้องเลื่อนดำเนินการออกไปอีก ทั้งนี้ โครงการมอนทาราคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11.7% ของแผนการผลิตเดิมในปี 2553 และประมาณ 12.3% ของแผนการผลิตในปี 2554 ซึ่ง SCRI ประเมินว่าหากการผลิตล่าช้าไป 1 ปี จะส่งผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นในปี 2553 ประมาณ 4.81 บาท/หุ้น โดยส่งผลให้ EPS ปี 2553 ปรับมาอยู่ที่ระดับ 13.98 บาท หรือคิดเป็นกำไรสุทธิที่ 46,281 ล้านบาท (ทั้งนี้ SCRI มีการเผื่อคิดลดปริมาณการผลิตปี 2553 ไว้แล้วประมาณ 8% ตั้งแต่เกิดเหตุรั่วไหลช่วง ส.ค. 2553) ขณะที่ หากคิดการผลิตล่าช้าไป 2 ปี จะส่งผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้น 2 ปีรวมเพิ่มเป็นประมาณ 9.66 บาท โดยส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2554 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 30,171 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าเหมาะสมที่คิดจากผลกระทบในเชิงรายได้จากการเลื่อนการผลิตปรับลดลงมาอยู่ที่ 200.48 บาท กรณีเลื่อนไป 1 ปี และ 195.64 บาท กรณีเลื่อนไป 2 ปี
- ผลกระทบด้านค่าใช้จ่ายมีประกันภัยคุ้มครองแต่คาดไม่ครอบคลุมทั้งหมด : ในด้านค่าใช้จ่ายจากการเกิดเหตุรั่วไหลของน้ำมันและก๊าซและเหตุเพลิงไหม้ ปัจจุบัน PTTEP มีวงเงินประกันอยู่รวมรวมประมาณ 238-267 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แบ่งเป็น คุ้มครองในส่วนของอุบัติเหตุวงเงิน 75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประกันความเสียหายจากการเรียกร้องของบุคคลที่ 3 (ปัญหามลภาวะ) อีก 50 ล้านเหรียญ และสำหรับประกันแท่นขุดเจาะอีก 113 ล้านเหรียญกรณีเสียหายไม่ทั้งหมดและสูงสุดที่ 142 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กรณีเสียหายทั้งหมด ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รั่วไหลของน้ำมันและก๊าซ PTTEP มีการบันทึกสำรองค่าใช้จ่ายไว้แล้วประมาณ 5,174 ล้านบาท(ประมาณ 159 ล้านเหรียญสหรัฐ)ใน Q3/52 โดยเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดจริงใน Q3/52 แล้วประมาณ 100 ล้านเหรียญ ซึ่งน่าจะเป็นการใช้วงเงินประกันในส่วนแรก ทั้งนี้ จากความเสียหายเพิ่มเติมในครั้งนี้ SCRI คาดว่าการใช้วงเงินประกันในส่วนแรก 75 ล้านเหรียญน่าจะเกินวงเงิน ขณะที่ ส่วนที่ 3 น่าจะเป็นส่วนที่ใช้เพิ่มเติมจากกรณีความเสียหายของแท่นผลิต ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากวงเงินประกันเป็นส่วนที่เป็นความเสี่ยงที่ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่ SCRI ประเมินว่าความเสียหายหลักจากเพลิงไหม้ครั้งนี้น่าจะอยู่ในส่วนของแท่นผลิตซึ่งมีวงเงินประกันรองรับอยู่ 113 -142 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และการล่าช้าของการผลิต ขณะที่ ค่าใช้จ่ายจากการระงับอุบัติเหตุการบันทึกวงเงินส่วนแรกน่าจะเป็นจะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ไปแล้ว โดยหากประเมินผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เกินวงเงินประกันที่ประมาณ 100 – 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จะทำให้กำไรลดลงประมาณ 3,400 – 6,800 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นมูลค่าต่อหุ้น 1.03 – 2.05 บาท ซึ่งผลกระทบระยะยาวไม่มากนัก เพียงแต่กระทบภาพการเติบโตในระยะสั้น
- ผลกระทบค่อนข้างมากแต่ยังไม่สูงจนทำให้หุ้นไม่มี upside ในระยะยาว คงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน” : แม้ผลกระทบจากเหตุการณ์รั่วไหลของน้ำมันและก๊าซที่แหล่งมอนทาราจะถือว่าค่อนข้างมาก โดยอิงจากการประเมินรายได้และค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มในกรณีที่เลวร้ายที่สุด (เลื่อนการผลิต 2 ปีและค่าใช้จ่ายเกินวงเงินประกันภัย 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในเบื้องต้นอาจจะทำให้มูลค่าหุ้นหายไปถึง 8.41 บาท หรือ 4% ของมูลค่าเหมาะสมหุ้นเดิมที่ 202 บาท ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผลประกอบการในปี 2553 – 2554 อย่างไรก็ตาม หากมองผลกระทบต่อมูลค่าเหมาะสมในระยะยาว SCRI ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวไม่ได้สูงมากนัก โดยมูลค่าเหมาะสมตาม DCF หลังหักผลกระทบยังคงอยู่ที่ 193.59 บาท ซึ่งราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาสะท้อนข่าวยังมี upside จากราคาเหมาะสมระยะยาวอยู่ถึง 26% ในระยะสั้นหุ้นอาจจะยัง underperform จากความกังวลในช่วงสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายแต่ระยะกลาง-ยาวเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายขึ้นจะลดความกังวลรวมถึงโครงการหลักอื่นๆยังคงสามารถเป็นแกนในการสร้างการเติบโตซึ่งกรณี Worst Case ที่ปี 2553 ไม่รวมโครงการมอนทาราคาดจะยังคงมีการเติบโตแต่ปรับลดลงอยู่ที่ 51% yoy ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน”
สุดท้ายขอให้ทุกท่านโชคดีและพบกันใหม่สัปดาห์หน้า
|
Comments