| Investment Society by Sukit Udomsirikul |
|
|
|
| Tuesday, 10 November 2009 16:56 | |||
|
Investment Society by Sukit
Udomsirikul Property Monthly Watch : Another super hi-end condominium
project spurs market value สำหรับการลงทุนในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ SCRI ยังคงให้น้ำหนักที่ “NEUTRAL” และประเมินว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะเห็นการเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นมาก
ทั้งประเภทแนวราบที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันในปี 2552
เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนด้านภาษีและคอนโดมิเนียมทั้งระดับบนและระดับกลาง
เนื่องจากคาดว่าระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและดัชนีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่เดือน
ก.ย. ที่ผ่านมาดัชนีอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในรอบ 17 เดือน นอกจากนี้
ปัจจัยเร่งการตัดสินใจซื้อสำหรับผู้บริโภคบางกลุ่มที่มีความพร้อมคือ
การปรับราคาขายของที่อยู่อาศัยในปี 2553 ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการผลิตและวัสดุก่อสร้างที่ปรับเพิ่มขึ้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในรอบ 10M/52 ที่ผ่านมาที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ลดลง 30.7% จาก 10M/51 โดยมีสัดส่วนของโครงการประเภทแนวราบต่อแนวสูงเท่ากับ 65 : 35 ขณะที่ในเชิงของมูลค่าลดลงเพียง 0.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าระดับราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของ 10M/52 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.7 ล้านบาทสูงกว่าปี 2551
ที่มีระดับราคาขายเฉลี่ยเพียง 2.8 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2552
ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับ Super Hi-End ที่ปิดใหม่ 2 โครงการมูลค่าแต่มีมูลค่าถึง 15,000 ล้านบาท SCRI ประเมินว่าความเสี่ยงของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นในช่วงต้นปี
2553 โดยเฉพาะแรงกดดันจาก ราคาน้ำมัน ในตลาดโลกและอุปสงค์ของวัสดุก่อสร้างในประเทศจากโครงการไทยเข้มแข็ง
ที่ส่งผลให้วัสดุก่อสร้างเริ่มปรับราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะมีเริ่มมีผลทำให้อุปสงค์ของที่อยู่อาศัยชะลอตัวเล็กน้อยในช่วง
Q2/52 อย่างไรก็ตาม SCRI ยังคงเลือก QH เป็น Stock Pick
ของกลุ่มจากความแข็งแกร่งของโครงการใหม่และการเติบโตของผลประกอบการ §
10M/52 จำนวนและมูลค่าของที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ลดลง
30.7% และ 0.6% ตามลำดับ : Agency for Real Estate
Affair (AREA) เปิดเผยจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ของ 10M/52
ที่เท่ากับ 38,440 หน่วยลดลง 30.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยมีสัดส่วนของโครงการประเภทแนวราบต่อแนวสูงเท่ากับ 65 : 35
ขณะที่ในเชิงของมูลค่าเท่ากับ 142,684 ล้านบาทลดลงเพียง 0.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและมีมูลค่าของโครงการประเภทคอนโดมิเนียมเท่ากับ
46% ใกล้เคียงกับ 10M/51 ที่สัดส่วน 45% §
SCRI คงประมาณการที่อยู่อาศัยปี 2552
ที่จำนวนเท่ากับ 48,500 หน่วยมูลค่า 160,000 ล้านบาทแต่มีมุมมองเป็นบวกต่อมูลค่าที่อาจจะมีมากกว่าคาดเล็กน้อย
: SCRI
คงประมาณการตัวเลขที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ปี 2552 ที่เท่ากับ 48,500
หน่วยลดลงจากปีก่อน 32% yoy โดยหน่วยเปิดขายใหม่ใน 10M/52
คิดเป็น 79.3% ของประมาณการ ขณะที่มูลค่าตลาดคาดไว้ที่ 160,000
ล้านบาท ลดลง 13% yoy และมูลค่าตลาดของ 10M/52 คิดเป็น 89% ของประมาณการซึ่ง SCRI มีมุมมองเป็นบวกต่อมูลค่าของตลาดที่จะเปิดขายใหม่ซึ่งอาจจะมากกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย §
จำนวนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น
20.4% mom แต่ลดลง 10.7% yoy หน่วยประเภททาวน์เฮาส์เติบโต mom
มากที่สุด :ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ของเดือน
ต.ค. 2552 มีจำนวนเท่ากับ 5,192 หน่วยเพิ่มขึ้น 20.4% mom แต่ลดลง
10.7% yoy โดยมีสัดส่วนของหน่วยที่เป็นโครงการแนวราบต่อแนวสูงที่
79 : 21 นอกจากนี้หน่วยประเภททาวน์เฮาส์มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง
193% mom และสัดส่วนของส่วนที่เปิดขายใหม่มากถึง 43% รองลงมาคือบ้านเดี่ยวที่จำนวนเพิ่มขึ้น
100% momและมีสัดส่วนหน่วยเท่ากับ 30.6% ซึ่ง SCRI ประเมินว่าโครงการแนวราบที่เปิดขายมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์ในช่วงสิ้นปีที่บางส่วนต้องการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ให้ทันกับการใช้ประ
โยชน์ลดหย่อนภาษี 300,000 บาทที่จะหมดอายุในปีนี้ §
มูลค่าตลาดเท่ากับ 23,549 ล้านบาทเติบโต 14% mom และ 62%
yoy กว่า 54% เป็นมูลค่าจากโครงการคอนโดมิเนียม : มูลค่าของที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในเดือน
ต.ค. 2552 เท่ากับ 23,549 ล้านบาท โดยคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนสูงถึง 54%
สวนทางกับจำนวนที่เปิดขายใหม่ เนื่องจากมีการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Super High-End คือ The Ritz Carlton Residence Bangkok ที่มีระดับราคาขายเฉลี่ย
31 – 220 ล้านบาทต่อหน่วยมูลค่าโครงการประมาณ 10,500
ล้านบาทรวมทั้งหมด 194 ยูนิตและจะเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยที่ 77 ชั้น §
ราคาขายเฉลี่ยเดือน ต.ค. เท่ากับ 4.54
ล้านบาทลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบเดือนที่ผ่านมาแต่สูงกว่าเฉลี่ยของ 10M/52 :
ระดับราคาขายเฉลี่ยของเดือน
ต.ค.
ได้รับการถ่วงน้ำหนักจากจำนวนทาวน์เฮาส์ที่เปิดขายใหม่ที่มีจำนวนมากแต่ราคาขายส่วยใหญ่เกาะกลุ่มที่ระดับ
1-2 ล้านบาทต่อหน่วย ขณะที่คอนโดมิเนียมที่มีจำนวนน้อยแต่มีราคาขายสูง
ส่งผลให้ระดับราคาขายเฉลี่ยเท่ากับ 4.54 ล้านบาทลดลงจากเดือน ก.ย. ที่ 4.8
ล้านบาทแต่สูงกว่าเฉลี่ย 10M/52 ที่ 3.7 ล้านบาทต่อหน่วย §
ยอดขายเฉลี่ยเดือน ต.ค. เท่ากับ 14% ลดลงจากเดือน
ก.ย. ที่ 38% โดยยอดขายในทุกประเภทอ่อนตัวลง : ยอดขายของสินค้าใหม่ในเดือน
ต.ค. 2552 มียอดเฉลี่ยเท่ากับ 14% โดยยอดเฉลี่ยของทุกประเภทที่อยู่อาศัยลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน
ก.ย. ซึ่งอาคารพาณิชย์ลดลงมากที่สุดที่ 24% รองลงมาคือคอนโดมิเนียม ลดลง 19% และบ้านแฝดลดลง
4% §
ความเสี่ยงของกลุ่มจากราคาน้ำมันในตลาดโลกจะกดดันมากขึ้นในปี
2553 และจะส่งผลให้ ราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 5% : SCRI ประเมินว่าในช่วงที่เหลือของปีและปี
2553
ปัจจัยการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกจะเป็นปัจจัยหลักที่กดดันการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องถึงการปรับเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง
เช่น เหล็ก และซีเมนต์ โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะสะท้อนไปที่ราคาขายของปี 2553
ที่โดยเฉลี่ยคาดว่าจะสูงกว่าราคาขายของปีนี้ไม่ต่ำกว่า 5% นอกจากนี้หากไม่มีการต่ออายุการลดหย่อนภาษีธุรกิจเฉพาะและค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง
SCRI ประเมินว่าจะเกิดอุปสงค์ของที่อยู่อาศัยชะลอตัวและผลประกอบการของผู้ประกอบการในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่มีที
Backlog รองรับจะเกิดความผันผวนใน Q2/53 §
SCRI คงน้ำหนักการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ “NEUTRAL”
และเลือก QH เป็น Stock Pick : SCRI ประเมินว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะเห็นการเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นมาก
ทั้งประเภทแนวราบที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันในปี 2552
เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนด้านภาษีและคอนโดมิเนียมทั้งระดับบนและระดับกลาง
เนื่องจากคาดว่าระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและดัชนีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่เดือน
ก.ย. ที่ผ่านมาดัชนีอยู่ในระดับที่สูงที่สุดในรอบ 17 เดือน SCRI ยังคงเลือก QH เป็น Stock Pick ของกลุ่ม §
QH :
คาดปี 2552 และ 2553 จะเติบโตต่อเนื่อง จากระดับยอด Presale ที่ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีทั้งโครงการประเภทแนวราบและคอนโดมิเนียมซึ่งจะเป็นปัจจัยต่อยอดการเติบโตของผลประกอบการทั้งในปีนี้และปี
2553 SCRI มีมุมมองที่เป็นบวกต่อ QH และมีการปรับประมาณการปี
2553 โดยรวมสมมุติฐานของการรับรู้รายได้คอนโดมิเนียม Q หลังสวน
ใน Q4/53 ประมาณ 25% ของมูลค่าโครงการทั้งหมดที่ 3,500
ล้านบาท จะส่งผลให้รายได้ปี 2553 คาดเท่ากับ 14,653 ล้านบาทเติบโต 35.2%
yoy และเพิ่มขึ้นจากเดิม 9% ขณะกำไรสุทธิคาดที่ 2,034 ล้านบาทเติบโต
29% yoy เพิ่มขึ้นจากเดิม 8% SCRI
ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ QH ด้วยวิธี P/BV ที่ 1.8 เท่าได้ราคาที่เหมาะสมในปี 2553
เท่ากับ 3.40
ต่อหุ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” สุดท้ายขอให้ทุกท่านโชคดีและพบกันใหม่สัปดาห์หน้า
|






![]() | Today | 609 |
![]() | All days | 609 |
Comments