Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 24 December 2012 09:11

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

- ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพฤศจิกายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% จากที่ขยายตัว 1.1% ในเดือนก่อน อันเป็นผลมาจากการได้รับปัจจัยหนุนจากยอดสั่งซื้อเครื่องจักรและยานยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยการลดลงของยอดสั่งซื้อเครื่องบิน

- รายได้ส่วนบุคคลในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 11 เดือนที่ระดับ 0.6% ซึ่งนับเป็นการปรับตัวขึ้นหลังจากที่ปรับตัวลดลงในก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากผลกระทบของพายุเฮอริเคนแซนดี้ ส่วนการใช้จ่ายผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมที่ลดลง 0.1% ทั้งนี้ การที่รายได้ยังขยายตัวสูงกว่าการใช้จ่าย ซึ่งส่งผลให้อัตราการออมปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.6% สูงกว่าระดับ 3.4% ในเดือนตุลาคม

- ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้แต่งตั้งวุฒิสมาชิกจอห์น เคอร์รี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ แทนนางฮิลลารี คลินตัน ที่จะก้าวลงจากตำแหน่งในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เมื่อวาระการทำงาน 4 ปีของรัฐบาลสมัยแรกสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ปัจจุบัน นายเคอร์รี วัย 69 ปี ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการวิเทศสัมพันธ์แห่งวุฒิสภาสหรัฐ เขาเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งเมื่อปี 2547 แต่พ่ายแพ้ให้กับประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช

- ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ กล่าวที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์ว่า เขาและผู้นำสภาคองเกรสจะพยายามอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) โดยเขายังคงมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะบรรลุข้อตกลงให้ได้ก่อนกำหนดเส้นตายวันที่ 1 ม.ค.2556 และเชื่อว่าเป้าหมายนี้จะสามารถสำเร็จได้

- บรรดาผู้นำของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ประกาศเลื่อนการลงมติร่างกฎหมายภาษี ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอจากภายในพรรคที่จะทำให้ผ่านการลงคะแนนได้ ทั้งนี้ ผู้นำพรรครีพับลิกันได้แจ้งต่อสมาชิกสภาผู้แทนฯในที่ประชุมว่า การลงมติร่างกฎหมายดังกล่าวได้ถูกเลื่อนออกไปจนถึงวันคริสต์มาสปีนี้

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

- The European Commission รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของยูโรโซนขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ -26.6 ในเดือนธันวาคม จากระดับ -26.9 ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของ 27 ประเทศอียู กลับร่วงลงสู่ -24.1 ในเดือนธันวาคม จาก -23.8 ในเดือนพฤศจิกายน

 

อิตาลี

- สำนักงานสถิติแห่งชาติของอิตาลี (Istat) เปิดเผยว่า อิตาลีมียอดเกินดุลการค้าที่ 2.5 พันล้านยูโรในเดือนต.ค. หลังจากที่ขาดดุลการค้า 1.1 พันล้านยูโรในเดือนเดียวกันของปี 2554 Istat ระบุว่าการส่งออกที่พุ่งขึ้น 12% จากปีก่อนหน้าเป็นปัจจัยหนุนตัวเลขเกินดุลในเดือนต.ค. ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% เมื่อเทียบรายปี

 

อังกฤษ

- ดัชนีความเชื่อมั่นของอังกฤษที่สำรวจโดย The GfK NOP ร่วงลงสู่ระดับ -29 ในเดือนธันวาคมจากระดับที่เคยสูงสุดในรอบ 18 เดือนที่ระดับ -22 ในเดือนพฤศจิกายน และลดลงมากกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ -25

- ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England: BoE) ประกาศคงเพดานมาตรการ Quantitative Easing (QE) ในการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหราชอาณาจักรที่ 375 พันล้านปอนด์ พร้อมทั้งคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5%

 

กรีซ

- นายยานนิส สตูร์นาราส รมว.คลังกรีซกล่าวต่อหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (FT) ว่า ปี 2013 จะเป็นปีที่มีความสำคัญสำหรับกรีซ และอนาคตของกรีซในปีหน้าจะขึ้นอยู่กับความสามัคคีของพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรค และการที่พรรคร่วมรัฐบาลปฏิบัติตามมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินจากต่างประเทศที่ตกลงกันไว้กับสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแอนโทนิส ซามาราสได้ขอร้องให้ชาวกรีซอดทนกับมาตรการรัดเข็มขัด ในขณะที่มาตรการรัดเข็มขัดส่งผลให้คะแนนนิยมในรัฐบาลกรีซลดลงนับตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เริ่มเข้ามามีอำนาจหลังการเลือกตั้งในเดือนมิถุนายน

 

สเปน

- สหภาพยุโรป (EU) อนุมัติการเพิ่มเงินทุนให้แก่ธนาคารพาณิชย์ 4 แห่งในวงเงิน 1.865 พันล้านยูโร (2.480 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยแบ่งเป็นธนาคารลิเบอร์แบงก์จะได้รับการเพิ่มทุน 124 ล้านยูโร, ธนาคารบังโก ซีอีไอเอสเอส 604 ล้านยูโร, ธนาคารกาฮา3 407 ล้านยูโร และธนาคารบังโก มาเร นอสตรอม 730 ล้านยูโร ทั้งนี้ การช่วยเหลือครั้งนี้มีขึ้น หลังคณะกรรมาธิการยุโรปได้ผ่านแผนปรับโครงสร้างให้แก่ธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาลในเดือนพ.ย. ซึ่งได้แก่ธนาคารบังเกีย, คาตาลุนญา  แบงก์, โนวากาลิเซีย บังโก และบังโก เด บาเลนเซีย ซึ่งต้องการเงินช่วยเหลือ 3.7 หมื่นล้านยูโรจากอียู สำหรับแผนปรับโครงสร้างในสถาบันการเงิน ประกอบด้วยการปิดสาขาของธนาคาร การเลิกจ้างพนักงาน รวมถึงการลดเงินเดือน

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

- ผลสำรวจรายไตรมาสของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่า BOJ เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลมากสูงสุดแป็นประวัติการณ์ที่ 104.93 ล้านล้านเยน ณ สิ้นเดือนก.ย. สะท้อนให้เห็นถึงการขยายเข้าซื้อพันธบัตรจากโนบายผ่อนคลายทางการเงินเป็นพิเศษ ทั้งนี้ BOJ ระบุว่า นับเป็นครั้งแรกที่ทางธนาคารเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเกิน 100 ล้านล้านเยน ซึ่งเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคิดเป็น 11% ของสัดส่วนพันธบัตรรัฐบาลที่ BOJถือครองทั้งหมด ขณะเดียวกัน เงินสดหมุนเวียนและเงินฝากในภาคครัวเรือนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1.9% สู่ระดับ 839.66 ล้านล้านเยน จากกระแสความนิยมถือครองสินทรัยพ์ปลอดภัยในปัจจุบัน สำหรับสินทรัพย์ทางการเงินซึ่งภาคครัวเรือนญี่ปุ่นถือครอง ปรับตัวสูงขึ้น 2.3% สู่ระดับ 1,55.16 ล้านล้านเยน

- รัฐบาลญี่ปุ่นคงคาดการณ์เศรษฐกิจของประเทศ โดยระบุว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังซบเซาลงท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย โดยการส่งออกได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนและยุโรปที่ชะลอตัวลง รวมถึงเงินเยนที่แข็งค่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีสัญญาณบ่งชี้ว่าบางภาคส่วนกำลังปรับตัวขึ้น อาทิ การผลิตและการบริโภค

 

จีน

- นายสตีเฟน คิง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร HSBC ระบุว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนจากยุคโลกเก่าซึ่งนำโดยยุโรป สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น ไปสู่โลกยุคใหม่ที่นำโดยจีน โดยปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังถูกนำโดยจีนมากขึ้นเรื่อยๆ และหลายประเทศได้เพิ่มความสัมพันธ์กับจีนเพื่อให้ได้เปรียบประเทศที่มีความสัมพันธ์กับจีนน้อยกว่า พร้อมแสดงความเห็นว่า หลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ซึ่งมีการส่งออกไปยังจีนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวที่ดีขึ้น ในขณะที่สหรัฐ เยอรมนี อังกฤษ มีอัตราการส่งออกไปยังจีนที่ต่ำเมื่อเทียบกับจีดีพี ขณะเดียวกันได้คาดว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 8.6% ในปี 2556

 

ไทย

- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) รายงานว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในเดือนพฤศจิกายน 2555 อยู่ที่ 174,372 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 23,062 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.2 โดยภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิตรถยนต์จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการมาก ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคที่ขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับนโยบายรถยนต์ใหม่คันแรก ส่งผลให้รายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556(ต.ค.-พ.ย.55) สูงกว่าเป้าหมาย 25,193 ล้านบาท สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2555 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 174,372 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 23,062 ล้านบาท หรือร้อยละ 15.2 (สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 25.6) โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการมาก ได้แก่ ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 5,890 ล้านบาท หรือร้อยละ 58.3 เป็นผลจากนโยบายรถยนต์คันแรก และภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 5,663 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.2 เป็นผลจากการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556(ต.ค.-พ.ย.55) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 321,222 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 8.5% คิดเป็นมูลค่า 25,193 ล้านบาท (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 18.2%) เป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของกรมจัดเก็บภาษีทั้งสามกรมที่สูงกว่าประมาณการ 32,457 ล้านบาท อย่างไรก็ดี การคืนภาษีของกรมสรรพากรสูงกว่าประมาณการ 8,350 ล้านบาท ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบผลการจัดเก็บรายภาษีในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556 กับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พบว่าส่วนมากมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่องจากการจัดเก็บภาษีเมื่อปีก่อนได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

- กระทรวงการคลังออกหนังสือสั่งการอนุมัติให้ขยายเวลาการใช้จ่ายเงินงบประมาณปี 2555 ของท้องถิ่น, กรุงเทพมหานคร(กทม.), เมืองพัทยา, ส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ที่ยังไม่ได้ก่อหนี้ผูกพันต่อไปได้ถึงเดือนมีนาคม 56 โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องทำข้อตกลงผ่านระบบ GFMIS(LIST และ CONFIRM) ซึ่งรวมถึงเงินงบประมาณปี พ.ศ.2548-2554 ที่อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากกรมบัญชีกลางก็อนุมัติให้ขยายเวลาเบิกจ่ายต่อไปได้ถึงเดือน มีนาคม 2556 ทั้งนี้ การอนุมัติให้ขยายเวลาการใช้จ่ายเงินงบประมาณปี พ.ศ.2555 กรณีไม่มีหนี้ผูกพัน และเงินงบประมาณปี พ.ศ. 2548-2554 ดังกล่าว เป็นเงินงบประมาณจำนวนกว่า 49,347.80 ล้านบาท

 

Money Market

- บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) บาท/ดอลลาร์ช่วงท้ายภาคบ่าย ฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยจากที่อ่อนค่าในช่วงเช้า หลังดอลลาร์ไม่ผ่านแนวต้านทางเทคนิคที่ 30.65 ขณะที่แรงซื้อดอลลาร์เบาบางลง ขณะที่นักลงทุนจับตาราคาทองที่ลดลง อาจกระตุ้นแรงซื้อดอลลาร์และขายบาทมากขึ้น สกุลเงินตลาดเกิดใหม่ของเอเชียร่วงลงโดยส่วนใหญ่ ขณะที่ความไม่แน่นอนมากขึ้น เกี่ยวกับข้อตกลงงบประมาณของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยง หลังความพยายามของพรรครีพับลิกันเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ fiscal cliff ของสหรัฐฯ ประสบความล้มเหลว

- เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) เยนทรงตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในช่วงเช้าที่ตลาดเอเชีย และมีแนวโน้มว่าจะรั้งตำแหน่งสกุลเงินที่ร่วงลงมากที่สุดของปีนี้ก่อนเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของปีนี้ โดยเยนยังคงเผชิญกับแรงกดดัน หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติขยายวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์และปล่อยกู้อีก 10 ล้านล้านเยน (1 ล้านล้านดอลลาร์) ตามคาด และส่งสัญญาณว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งรวมถึงการกำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

- ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) ยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในขณะที่นายจอห์น โบห์เนอร์ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยอมรับว่า ไม่มีเสียงสนับสนุนมากพอสำหรับร่างกฎหมายภาษีของเขาในการผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร โดยร่างกฎหมายนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงภาวะ fiscal cliff หรือภาวะที่มาตรการปรับขึ้นภาษีและปรับลดงบรายจ่ายขนาด 6 แสนล้านดอลลาร์ของรัฐบาลสหรัฐอาจจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในต้นปีหน้า

 

Capital Market

- ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันศุกร์ หลังจากแผนสองของพรรครีพับลิกันในการหลีกเลี่ยงวิกฤติการคลังสหรัฐไม่ได้รับเสียงสนับสนุนที่มากพอในคืนวันพฤหัสบดี และเหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนลดความหวังที่ว่า นักการเมืองสหรัฐจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ก่อนปี 2013 ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดอ่อนลง 0.91%, ดัชนี S&P 500 ปิดร่วงลง 0.94 % สู่ 1,430.15 และ ดัชนี Nasdaq ปิดปรับลง 0.96 %

- ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดร่วงลง ข้อเสนอของพรรครีพับลิกันเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติการคลังของสหรัฐ ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอ โดยตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงต่ำกว่าระดับ 10,000 โดยนักลงทุนเทขายสัญญาล่วงหน้าและหุ้นกลุ่มส่งออก ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดร่วงลง 99.27 จุด หรือ 0.99% สู่ระดับ 9,940.06 ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลดลง และร่วงลงเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 5 สัปดาห์ ขณะที่นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงในสัปดาห์สุดท้ายที่มีการซื้อขายครบทั้งสัปดาห์ของปีนี้ หลังจากการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤติการคลังของสหรัฐหยุดชะงัก ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งปิดลดลง 153.49 จุด หรือ 0.68% สู่ระดับ 22,506.29

- ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (21 ธ.ค.) ดัชนีหุ้นไทยปิดลบ 0.29% ด้วยมูลค่าซื้อขายกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดการซื้อขายวันนี้ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ร่วงลง โดยมีแรงขายนำในกลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และพลังงานแต่แรงซื้อหุ้นบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) ช่วยประคองไม่ให้ตลาดปรับลงมากนัก นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มองว่าแม้ตลาดได้รับปัจจัยลบจากการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ fiscal cliff ของสหรัฐที่ชะงักงัน แต่แรงซื้อที่มีเข้ามาในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ (domestic play) ช่วยหนุนตลาดได้บ้าง ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ปิดลบ 4.02 จุด มาที่ 1,373.38 จุด

 

โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2555

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday836
mod_vvisit_counterAll days836

We have: 837 guests online
Your IP: 216.73.217.11
Mozilla 5.0, 
Today: Apr 25, 2026

4204224