Forgot your password? Create an account
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
News

Stockwave Online กระแสหุ้นออนไลน์ หุ้น หลักทรัพย์ การเงิน ข่าวเศรษฐกิจ

Home Economic View สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย
สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย PDF Print E-mail
Monday, 30 September 2013 10:21

Snapshot

 

สหรัฐอเมริกา

          *  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนช่วงท้ายเดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 77.5 จากระดับ 76.8 ในการประเมินครั้งก่อน น้อยกว่าที่นักเศรษฐษศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวสู่ระดับ 78.0 โดยดัชนีภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 92.0 จากระดับ 91.8 ในช่วงต้นเดือนกันยายน ส่วนดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่ 67.8 จากระดับ 67.2 ในช่วงต้นเดือนกันยายน สำหรับดัชนีคาดการณ์เงินเฟ้อรอบ 1 ปีที่สิ้นสุด ณ เดือนกันยายนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.3% จากระดับ 3.2% ในการประเมินเดือนก่อนหน้านี้

          *  ยอดการบริโภคส่วนบุคคลในเดือนสิงหาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m) หลังจากที่ขยายตัวได้ 0.2% ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ชาวอเมริกันใช้จ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา สำหรับรายได้ส่วนบุคคล ซึ่งรวมค่าแรง ค่าตอบแทนจากการลงทุน และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% สำหรับรายได้ส่วนบุคคล ซึ่งรวมค่าแรง ค่าตอบแทนจากการลงทุน และเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4%

          *  วุฒิสภาสหรัฐซึ่งพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก มีมติด้วยคะแนนเสียง 54 ต่อ 44 ผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายชั่วคราว เพื่อให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐสามารถดำเนินงานดำเนินต่อไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยไม่ต้องมีการปิดหน่วยงาน ทั้งนี้ ร่างกฎหมายที่ให้เงินทุนฉุกเฉินแก่รัฐบาลฉบับนี้ ได้ตัดข้อความที่ระบุให้ยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพของประธานาธิบดีบารัค โอบามา หรือ โอบามาแคร์ ออกไป ซึ่งเป็นข้อความที่พรรครีพับลิกันต้องการให้บรรจุอยู่ในร่างกฎหมาย ทั้งนี้ การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนในสหรัฐนั้น จะส่งผลกระทบต่อพนักงานของรัฐบาลจำนวนหลายแสนคน ขณะที่จะมีการปิดสวนสาธารณะแห่งชาติ และประชาชนจะเป็นผู้ที่ต้องรับผลกระทบไม่ว่าประเด็นความขัดแย้งจะมาจากฝ่ายใดก็ตาม โดยก่อนหน้านี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของสหรัฐมีมติผ่านร่างแผนการใช้จ่ายในการให้เงินสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้กฎหมาย Affordable Care Act ซึ่งที่รู้จักกันในชื่อโอบามาแคร์ และการเก็บภาษีอุปกรณ์การแพทย์ต้องเลื่อนออกไปอีก 1 ปี (15 ธันวาคม 2557) 

 

ยุโรป: อังกฤษ

          *  ธนาคารกลางอังกฤษอาจดำเนินการเพื่อแทรกแซงโครงการเร่งปล่อยสินเชื่อบ้าน หากพบสัญญาณฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ หลังมีผู้วิจารณ์ว่าโครงการดังกล่าวได้ทำให้ราคาบ้านในกรุงลอนดอนเพิ่มสูงขึ้น โดยหน่วยงานในธนาคารกลางอังกฤษจะทำสำรวจตลาดบ้านทุกปี อีกทั้งธนาคารกลางอาจตั้งเพดานสำหรับเงินกู้ที่จะเข้าร่วมในโครงการนี้ ที่ปัจจุบันอยู่ที่หกแสนปอนด์ เพื่อลดจำนวนโครงการที่เข้าร่วมหลังจากราคาบ้านอังกฤษเพิ่มขึ้นสูงกว่าร้อยละแปดจากราคาสูงสุดในปี 2007 หรือหน่วยงานของธนาคารกลางนี้อาจเพิ่มค่าธรรมเนียมแก่ผู้กู้เพื่อเพิ่มต้นทุนการกู้เงิน

          *  นายมาร์ค คาร์นี ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษคนใหม่กล่าวว่าเศรษฐกิจอังกฤษ  กำลังฟื้นตัวได้ดี และอาจไม่จำเป็นต้องซื้อคืนพันธบัตรต่อไป ซึ่งการกล่าวเช่นนี้ได้ส่งผลให้ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษแข็งค่าเล็กน้อยเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ นับจากปี 2008 ธนาคารกลางอังกฤษได้ใช้เงินถึง 3.75 แสนล้านปอนด์ หรือราว 6.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการซื้อพันธบัตรจากภาคสถาบันการเงิน โดยหวังว่าเงินดังกล่าวจะช่วยเสริมการลงทุน โดยผู้ว่าฯ กล่าวว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอังกฤษเป็นไปในวงกว้าง ไม่ใช่การกระจุกตัวในบางรายอุตสาหกรรม อีกทั้งเขาต้องการความมั่นใจว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีจริง ไม่ใช่เป็นเพียงการฟื้นตัวอย่างชั่วคราวเมื่อสามปีก่อน โดยตัวเลขเศรษฐกิจได้ชี้ว่าเศรษฐกิจอังกฤษเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น จากตัวเลขการก่อสร้าง และความเชื่อมั่นผู้ผลิต อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจอังกฤษในปีก่อนได้ถูกปรับลดลงจาก 1.5% ไปที่ 1.3%

 

เอเชีย : จีน

          *  สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน(NBS)เปิดเผยว่าผลกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น24.2%ในเดือนสิงหาคมเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนสู่ระดับ4.832 แสนล้านหยวน(7.894 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่มากกว่า2เท่าของการขยายตัวที่ระดับ11.6%ในเดือนกรกฎาคมNBS ระบุในเว็บไซท์ว่าในช่วง8เดือนแรกของปีนี้ผลกำไรของภาคอุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ระดับ3.49 ล้านล้านหยวนเพิ่มขึ้น12.8%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ญี่ปุ่น

          *  อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเดือนสิงหาคมเร่งตัวขึ้นมากที่สุดนับจากปี 2551 จากการที่ต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีความกดดันมากขึ้นในการที่จะผลักดันให้ค่าจ้างแรงงานในประเทศเพิ่มขึ้น ในภาวะที่เขากำลังพยายามที่จะยุติภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมาต่อเนื่อง 15 ปี โดยสำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสดในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.7%

          *  ธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)จะเปิดเผยผลสำรวจทังกันรายไตรมาสในวันอังคารที่1ตุลาคมเวลา06.50 น.ตามเวลาไทยซึ่งคาดว่าความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส3เป็นไตรมาสที่3ติดต่อกันซึ่งตอกย้ำถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ได้รับการสนับสนุนโดยการใช้จ่ายของภาคเอกชนที่แข็งแกร่งและการส่งออกที่กระเตื้องขึ้นผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์22 คนโดยรอยเตอร์บ่งชี้ว่าผลสำรวจทังกันมีแนวโน้มที่จะบ่งชี้ว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ผลิตขนาดใหญ่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส3สู่ระดับ+7 ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้มีความเห็นเชิงบวกมากกว่าผู้มีความเห็นเชิงลบซึ่งจะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีชินโซอาเบะที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า

 

ไทย

          *  สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับคาดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ(GDP)ของไทยปี 56 มาอยู่ในกรอบ 3.5-4.0% โดยมีค่ากลางที่ 3.7% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 4.5% เนื่องจากมองว่าการส่งออกปีนี้ไม่สามารถขยายตัวได้ตามคาดการณ์ ทั้งนี้ หากจะผลักดันให้ GDP ในปีนี้เติบโตได้ก็จะต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 57 ให้เป็นไปตามแผนงาน ทั้งนี้ สศค.เห็นว่าหากจะให้เศรษฐกิจไทยโตได้ถึง 4% ในปีนี้ ภาครัฐจะต้องเร่งเบิกจ่ายในส่วนของรายจ่ายประจำแบบ frontload ไม่ใช่ปล่อยไปตามปกติ โดย frontload คืองบประมาณที่มีแผนจะใช้ในช่วงไตรมาส 2 หรือ 3 ของปีงบประมาณ 57 แต่สามารถนำมาใช้ได้ก่อนในช่วงไตรมาส 1 ของปีงบ 57(ต.ค.-ธ.ค.56) ขณะเดียวกันคาดว่า GDP ในปี 57 จะเติบโตราว 4.6-5.6% โดยมีค่ากลางที่ 5.1% ขณะที่ส่งออกเติบโต 6.5-8.5% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า การจ้างงานที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี และภาวะทางการเงินที่ผ่อนคลายจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำที่สนับสนุนให้เกิดการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ขณะเดียวกันมีแรงกระตุ้นจากการเบิกจ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อปีหน้าจะอยู่ในช่วง 2.3-3.3% หลังจากอุปสงค์ภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น

          *  สำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยดัชนีอุตสาหกรรมผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI)เดือน ส.ค.56 อยู่ที่ 173.33 ขยายตัวลดลง 3.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการขยายตัวลดลงจากอุตสาหกรรมยานยนต์ อาหาร อาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง เครื่องประดับเพชรพลอย เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน บุหรี่ ขณะที่ดัชนีผลผลิตช่วง 8 เดือนปี 56(ม.ค.-ส.ค.) อยู่ที่ 178.15 ลดลง 1.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือน ส.ค.56 อยู่ที่ 63.45 ลดลงจาก 66.48 ในเดือน ส.ค.55 ขณะที่ค่าเฉลี่ยอัตราการใช้กำลังผลิตเดือน ม.ค.-ส.ค.56 อยู่ที่ 65.29 ลดลงจาก 65.88 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

Money Market

          -  บาท/ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ ( 27 ก.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนถือเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงหลังจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและรัฐสภาสหรัฐฯเกี่ยวกับงบประมาณยังไม่มีข้อยุติ

          -  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (27 ก.ย.) ค่าเงินเยนแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากความกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯกับรัฐสภาซึ่งอาจนำไปสู่การปิดหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการถือเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินความเสี่ยงต่ำมีมากขึ้น ทั้งนี้วันนี้สำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งไม่รวมราคาสินค้าหมวดอาหารสดในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มในอัตราที่เร่งตัวขึ้นมากที่สุดนับจากปี 2551 จากผลของต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น

          -  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (27ก.ย.) ค่าเงินยูโรอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่นักลงทุนหันมาถือครองสินทรัพย์การเงินที่มีความเสี่ยงต่ำในรูปเยนและดอลลาร์สหรัฐฯมากขึ้นตามความกังวลที่มากขึ้นเกี่ยวกับความขัดแย้งของรัฐบาลและรัฐสภาของสหรัฐฯในเรื่องงบประมาณที่อาจนำไปสู่การปิดหน่วยงานของรัฐในที่สุด อย่างไรก็ดีในช่วงบ่ายของตลาดการเงินเอเซียค่าเงินยูโรได้แข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยค่าเงินยูโรได้แข็งขึ้นต่อเนื่องในช่วงตลาดสหรัฐฯ

 

Capital Market

          -  ตลาดสหรัฐฯเมื่อวันศุกร์ (27 ก.ย.)   ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงในวันศุกร์  ในขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน ยังคงประสบความยากลำบากในการบรรลุข้อตกลงกันเรื่องร่างกฎหมายจัดสรรเงินทุนฉุกเฉินเพื่อสกัดกั้นการปิดหน่วยงานรัฐบาลในวันที 1 ต.ค.ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดปรับลง  0.46%

          -  ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวันศุกร์ (27 ก.ย.)  ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.26% ในวันนี้จากแรงขายทำกำไรขณะที่เทรดเดอร์ไม่ต้องการถือสถานะการลงทุนใหม่ก่อนการประกาศแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจและภาษีของรัฐบาลในสัปดาห์หน้า สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.20% โดยตลาดหุ้นจีนได้ปัจจัยบวกจากการที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ผลกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้น 24.2% ในเดือนสิงหาคมเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่มากกว่า 2 เท่าของการขยายตัวที่ระดับ 11.6% ในเดือนกรกฎาคม สำหรับดัชนีฮั่งเส็งวันนี้ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.35%

          -  ตลาดหุ้นไทยเมื่อวันศุกร์ (27 ก.ย.)  ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวกส่วนใหญ่ในช่วงแรกของการซื้อขายวันนี้สอดคล้องกับตลาดหุ้นเอเซียส่วนใหญ่ โดยส่วนหนึ่งได้ปัจจัยบวกจากตัวเลขผลกำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนสิงหาคมที่เพิ่มขึ้นถึง 24.2% จากเดือนเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ดีความกังวลเรื่องงบประมาณของสหรัฐฯก็ยังกดดันตลาดหุ้นในวันนี้ โดยวันนี้มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ดัชนีฯได้ลดลงในช่วงท้ายตลาด ส่งผลให้ปิดตลาดวันนี้ SET INDEX ลดลง 7.27 จุด

 

          โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 30 กันยายน 2556

Comments

B
i
u
Quote
Code
List
List item
URL
Name *
Code   
ChronoComments by Joomla Professional Solutions
Submit Comment
 
 

Login

Forgot your password? Create an account
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday903
mod_vvisit_counterAll days903

We have: 901 guests online
Your IP: 216.73.216.147
Mozilla 5.0, 
Today: May 18, 2026

4378984