| สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน - ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย |
|
|
|
| Monday, 23 September 2013 09:23 | |||
|
Snapshot
สหรัฐอเมริกา - นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขาเซนต์หลุยส์กล่าวว่า การตัดสินใจเดินหน้าใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ Fed เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงการปล่อยให้ข้อมูลเศรษฐกิจ ไม่ใช่การทำตามพันธกิจที่ได้ระบุไว้ เป็นแรงผลักดันการดำเนินการของ Fed พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า Fed อาจลดวงเงินซื้อพันธบัตรเล็กน้อยในการประชุมเดือนตุลาคม หลังจากที่สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed มีมติที่จะไม่ลดวงเงินในการประชุมเมื่อวันที่ 17-18 ก.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg นายบุลลาร์ดได้กล่าวว่า Fed จะพิจารณาข้อมูลแรงงาน และข้อมูลที่มีการปรับทบทวนหลายรายการ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับตลาดที่อยู่อาศัย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการประชุมวันที่ 29-30 ต.ค. - นางเอสเธอร์ จอร์จ ประธาน Fed สาขาแคนซัส ซิตี้ ได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อมติ FOMC ที่ไม่ได้ปรับลดวงเงินในมาตรการ QE โดยเตือนว่า สิ่งนี้ได้ทำให้นักลงทุนเกิดความสับสน และสร้างความเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือ เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์กันว่า Fed จะปรับลด QE ในการประชุมดังกล่าว
ยุโรป: เยอรมัน - ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการระบุว่า พรรคคริสเตียน เดโมเครติค ยูเนียน (CDU) ของนางอังเกลา แมร์เคิล และพรรคคริสเตียน โซเชียล ยูเนียน (CSU) ซึ่งเป็นพรรคแนวร่วมที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับพรรค CDU ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนี ซึ่งนับเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ส่งผลให้นางมาร์เคิลยังคงรั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเยอรมนีต่ออีกสมัย ทั้งนี้ พรรค CDU และพรรค CSU ได้รับคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ไป 41.5% ขณะที่พรรคSocial Democratic Party ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคใหญ่สุดของเยอรมนี ได้รับคะแนน 25.7% อย่างไรก็ตาม พรรค Free Democratic Part (FDP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของแมร์เคิล ไม่สามารถเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภาได้ โดยได้คะแนนไปเพียง 4.8% ซึ่งเกณฑ์ขั้นต่ำของการเลือกตั้งระบุว่าพรรคการเมืองจะต้องได้คะแนนอย่างน้อย 5% จึงจะมีสิทธิเข้าไปในสภาได้
ฝรั่งเศส และอังกฤษ - สามประเทศมหาอำนาจซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และอังกฤษ ได้ออกมาผลักดันให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติเรื่องซีเรียภายในสัปดาห์หน้า (27 ก.ย.) เพื่อที่รัฐบาลซีเรียจะได้ปฏิบัติตามแผนปลดอาวุธตามข้อตกลงระหว่างสหรัฐ-รัสเซีย ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่นครเจนีวา ซึ่งมติดังกล่าวต้องการให้มีการระบุเงื่อนไขของการใช้กำลังทางทหารเป็นมาตรการลงโทษหากนายบาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย ไม่ทำตามข้อตกลงในการเปิดเผยข้อมูลคลังอาวุธเคมี
อังกฤษ - ที่ประชุมธนาคารกลางอังกฤษมีมติเป็นเอกฉันท์ 9:0 เสียงให้คงมาตรการผ่อนคลายมาตรการเชิงปริมาณหรือรักษาขนาดของโครงการซื้อสินทรัพย์ไว้ที่ 375 ล้านปอนด์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ขณะที่ยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับต่ำสุดที่ 0.50% - นายฆอร์เก้ ซิซิเลีย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก BBVA Research ชี้ว่าเศรษฐกิจสเปนน่าจะมีการขยายตัวภายในช่วงสิ้นเดือนกันยายน และจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปอีก 6 ไตรมาส โดยคาดว่าสเปนมีแนวโน้มจะขยายตัวที่ 0-0.1% ในไตรมาส 3 ของปีนี้ อันเป็นผลมาจากการผ่อนคลายลงของภาวะตึงตัวทางการเงิน, การเพิ่มขึ้นด้านการส่งออกและความพยายามคุมเข้มทางการคลังที่ลดลง อย่างไรก็ตาม BBVA คาดว่าอุปสงค์ภาคเอกชนในประเทศจะหดตัวลง 2.7% ในปี 2556 และเตือนว่าสเปนไม่ควรประมาท เนื่องจากยังมีความเสี่ยง แม้ว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น ขณะเดียวกันยังชี้ว่า อัตราการว่างงานของสเปนยังอยู่ในระดับ "สูงมาก" และได้เสนอแนะให้รัฐบาลมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดอัตราการว่างงานดังกล่าว
เอเชีย : ญี่ปุ่น - ผลสำรวจของรอยเตอร์บ่งชี้ว่า บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นส่วนใหญ่เพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะที่ต้องการให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างพนักงาน ขณะที่คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งตอกย้ำถึงความยากลำบากที่รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ในความพยายามที่จะแก้ไขภาวะเงินฝืด นายอาเบะจะทำการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในวันที่ 1 ตุลาคมว่าจะปรับขึ้นภาษี VAT สู่ระดับ 8% จาก 5% ในเดือนเมษายนปีหน้าหรือไม่ และขณะที่มีความจำเป็นในการเพิ่มรายได้ของรัฐนั้น แต่การปรับขึ้นภาษีดังกล่าวก็จะส่งผลกระทบต่อความสำเร็จที่เขาได้ทำในการหนุนตลาดหุ้นและทำให้เยนอ่อนค่าลง ทั้งนี้จากการที่บริษัทเอกชนของญี่ปุ่นได้เริ่มรับประโยชน์จากนโยบายการเงินและการคลังของเขา นายอาเบะจึงต้องการให้บริษัทต่างๆ ตอบแทนด้วยการปรับขึ้นค่าจ้างซึ่งก็จะนำไปสู่การบริโภคและราคาที่เพิ่มขึ้น และจะทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ดีผลสำรวจของรอยเตอร์บ่งชี้ว่า บริษัทต่างๆยังคงคัดค้านการปรับเพิ่มฐานเงินเดือนของพนักงาน โดยยอมที่จะเพิ่มโบนัสมากกว่าเนื่องจากทางบริษัทสามารถที่จะปรับลดโบนัสได้หากเศรษฐกิจอ่อนแอลง - หนังสือพิมพ์นิกเกอิรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะบรรจุการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลมูลค่า 1.4 ล้านล้านเยน หรือกว่า 1.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯลงในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทั้งนี้การลดหย่อนภาษีดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านเยน ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะเตรียมที่จะอนุมัติการขึ้นภาษี VAT ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในระบบสวัสดิการ
อินเดีย - ธนาคารกลางอินเดียสร้างความประหลาดใจต่อตลาดด้วยการประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา แต่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยบางประเภทที่ใช้พยุงค่าเงินรูปีก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ นายรากุราม ราชัน ผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดียประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 7.50% ในการประชุมทบทวนนโยบายการเงินครั้งแรกของเขานับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กันยายน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าธนาคารกลางอินเดียจะคงอัตราดอกเบี้ย
ไทย - ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ระบุว่า ขณะนี้ตลาดเงินของไทยมีความอ่อนไหว โดยการตอบสนองของนักลงทุนในตลาดเป็นไปตาม Data Dependence อาทิ กรณี กาประกาศของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ครั้งล่าสุด ตลาดตอบสนองสิ่งที่ออกมาเหนือความคาดหมาย ทำให้มีแรงเหวี่ยงค่อนข้างแรงเล็กน้อย ส่วนผลกระทบค่าเงินบาทต่อเอกชนนั้น เชื่อว่า ไม่กระทบมากเพราะเอกชนมีการปรับตัวมากขึ้น ขณะที่ ธปท.ได้มีการเตือนเอกชนให้ปิดรับความเสี่ยง โดยการซื้อประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนต่อเนื่อง ขณะที่สถาบันการเงินก็มีเครื่องมือช่วยบริหารจัดการ ดังนั้นการปรับตัวของผู้ประกอบการก็ต้องตื่นตัวและรับฟังข้อมูลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น - คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กรมพัฒนาธุรกิจ รายงานว่า ในเดือนกันยายนนี้ที่ประชุมคณะกรรมการกฯ อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทย 44 ราย โดยมีเงินลงทุนที่ใช้ประกอบธุรกิจ 377 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทย 219 คน ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้(ม.ค.-ก.ย.56) อนุญาตไปแล้ว 282 ราย เงินลงทุน 13,970 ล้านบาท โดยในเดือนกันยายนนี้มีจำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 29% และเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้น 33% ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือน(ม.ค.-ก.ย.) ปี 56 คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยแล้ว 282 ราย เพิ่มขึ้น 12% มีเงินลงทุนที่ 13,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อื่นๆ - โซซิเอเต้ เจเนอราล (ซอคเจน) ระบุว่า ทางบริษัทยังคงมีมุมมองเชิงลบต่อราคาทอง แม้ราคาพุ่งขึ้น หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีมติคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ก็ตาม โดยระบุว่า การเลื่อนปรับลดมาตรการ QE ของ Fed ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า ปัจจัยพื้นฐานของทองโดยส่วนใหญ่ยังคงย่ำแย่ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังฟื้นตัว, อัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ, อัตราเงินเฟ้อต่ำ และความเป็นไปได้ที่ Fed จะเริ่มปรับลดมาตรการ QE ก่อนสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ซอคเจนระบุว่า การเลื่อนปรับลดมาตรการ QE อาจจะช่วยชะลอช่วงขาลงของราคาทองได้บ้าง แต่ยังคงคาดการณ์ราคาทองโดยเฉลี่ยที่ 1,225 ดอลลาร์/ออนซ์ในไตรมาส 4 ปีนี้ และ 1,100 ดอลลาร์ในปีหน้า
Money Market - บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (20 ก.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯคงมาตรการ QE ไว้ในระดับเดิมส่งผลให้ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประเภทต่างๆ มีมากขึ้น อย่างไรก็ดีค่าเงินดอลลาร์ฯแข็งขึ้นในช่วงตลาดสหรัฐฯ - เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (20 ก.ย.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้หลังจากที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งขึ้นมามากเมื่อวันพฤหัส ทั้งนี้แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่ลดขนาดมาตรการ QE ในการประชุมเดือนนี้ แต่นักวิเคราะห์ก็คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯจะลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนธนาคารกลางญี่ปุ่น ดังนั้นค่าเงินเยนจึงยังมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงระยะสั้นถึงปานกลาง - ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ (20 ก.ย.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้ก่อนการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของกลุ่มประเทศ euro-area โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฯจะสูงสุดในรอบกว่าสองปี และภาคการผลิตจะขยายตัวเป็นเดือนที่สาม สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในเยอรมนีที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์นี้นักลงทุนคาดการณ์ว่าพรรครัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล จะได้คะแนนนำหน้าคู่แข่งเล็กน้อน อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรอ่อนลงในช่วงตลาดสหรัฐฯ
Capital Market - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (20 ก.ย.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันศุกร์(20 ก.ย.) จากการที่นักลงทุนไม่มั่นใจเกี่ยวกับการคงนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังมีการแสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่Fed ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ดิ่งลง 185.46 จุด หรือ 1.19% สู่ 15,451.09, ดัชนี S&P 500 ปิดอ่อนตัวลง 12.43 จุด หรือ 0.72% สู่ 1,709.91 และดัชนี Nasdaq ปิดร่วงลง 14.66 จุด หรือ 0.39% สู่ 3,774.73 - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันศุกร์ (20 ก.ย.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 0.16%ในวันนี้ โดยเป็นการปรับตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นที่พุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ก่อนวันหยุด โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะปิดทำการในวันจันทร์หน้าเนื่องในวันหยุดประจำชาติ ขณะที่วันนี้นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะได้แรงหนุนจากตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้น และการกระเตื้องขึ้นของเศรษฐกิจต่างประเทศ โดยเขายืนยันที่จะยังคงดำเนินนโยบายที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษต่อไปตราบเท่าที่จำเป็นในการแก้ไขภาวะเงินฝืด สำหรับตลาดหุ้นจีน และฮ่องกงปิดทำการในวันนี้เนื่องในวันหยุด เทศกาลไหว้พระจันทร์ - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันศุกร์ (20 ก.ย.) ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้หลังจากที่ดัชนีเพิ่มขึ้นมามากเมื่อวันพฤหัสจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯยังไม่ลดมาตรการ QE ในการประชุมเมื่อวันพุธ โดยปิดตลาดวันนิ้ SET INDEX ลดลง 2.30 จุด
โดย สำนักวิจัยธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 23 กันยายน 2556
|






![]() | Today | 1436 |
![]() | All days | 1436 |
Comments